อันธการีสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค อันธการีสูตร ผู้รู้ตามเป็นจริงไม่ตกไปสู่ที่มืด
... ดูกรภิกษุทั้งหลาย โลกันตนรกมีแต่ความทุกข์ มืดคลุ้มมัวเป็นหมอก สัตว์ในโลกันตนรกนั้น ไม่ได้รับรัศมีพระจันทร์และพระอาทิตย์ซึ่งมีฤทธิ์มีอานุภาพมากอย่างนี้.
อตฺถิ ภิกฺขเว โลกนฺตริกา อฆา อสํวุตา อนฺธการา อนฺธการติมิสา ยตฺถปิเมสํ จนฺทิมสุริยานํ เอวํมหิทฺธิกานํ เอวํมหานุภาวานํ อาภาย นานุโภนฺตีติ ฯ
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้ทูลถามพระผู้มีพระภาค ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความมืดนั้นมาก ความมืดนั้นมากแท้ๆ ความมืดอย่างอื่นที่มากกว่า และน่ากลัวกว่าความมืดนี้ มีอยู่หรือ? พ. ดูกรภิกษุ ความมืดอย่างอื่นที่มากกว่าและน่ากลัวกว่าความมืดนี้มีอยู่. ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความมืดอย่างอื่นที่มากกว่าและน่ากลัวกว่าความมืดนี้ เป็นไฉน.
เอวํ วุตฺเต อญฺญตโร ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ มหา วต โส ภนฺเต อนฺธกาโร สุมหา วต โส ภนฺเต อนฺธกาโร อตฺถิ นุ โข ภนฺเต เอตมฺหา อนฺธการา อญฺโญ อนฺธกาโร มหนฺตตโร จ ภยานกตโร จาติ ฯ อตฺถิ โข ภิกฺขุ เอตมฺหา อนฺธการา อญฺโญ อนฺธกาโร มหนฺตตโร จ ภยานกตโร จาติ ฯ กตโม ปน ภนฺเต เอตมฺหา อนฺธการา อญฺโญ อนฺธกาโร มหนฺตตโร จ ภยานกตโร จาติ ฯ
พ. ดูกรภิกษุ ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ย่อมไม่รู้ชัดตาม ความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นย่อม ยินดีในสังขารทั้งหลาย ซึ่งเป็นไปเพื่อความเกิด ฯลฯ ยินดีแล้วย่อมปรุงแต่ง ครั้นปรุงแต่ง แล้ว ย่อมตกไปสู่ความมืดคือความเกิด ... และความคับแค้นใจ เรากล่าวว่า สมณะหรือ พราหมณ์เหล่านั้นย่อมไม่พ้นไปจากความเกิด ... ความคับแค้นใจ ย่อมไม่พ้นไปจากทุกข์.
เย หิ เกจิ ภิกฺขุ สมณา วา พฺราหฺมณา วา อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ ฯ เต ชาติสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรมนฺติ ฯเปฯ อภิรตา ฯ อภิสงฺขโรนฺติ ฯ อภิสงฺขริตฺวา ชาตนฺธการมฺปิ ปปตนฺติ ชรนฺธการมฺปิ ปปตนฺติ มรณนฺธการมฺปิ ปปตนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสนฺธการมฺปิ ปปตนฺติ ฯ เต น ปริมุจฺจนฺติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ น ปริมุจฺจนฺติ ทุกฺขสฺมาติ วทามิ ฯ
ดูกรภิกษุ ส่วนสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ย่อมรู้ชัดตามความ เป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นย่อมไม่ยินดี ในสังขารทั้งหลายซึ่งเป็นไปเพื่อความเกิด ฯลฯ ไม่ยินดีแล้ว ย่อมไม่ปรุงแต่ง ครั้นไม่ปรุงแต่ง แล้ว ย่อมไม่ตกไปสู่ความมืดคือความเกิดบ้าง ... และความคับแค้นบ้าง เรากล่าวว่า สมณะ หรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมพ้นไปจากความเกิด ... และความคับแค้นใจ ย่อมพ้นไปจากความทุกข์ ดูกรภิกษุ เพราะฉะนั้นแหละ เธอพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา. จบ สูตรที่ ๖
เย จ โข เกจิ ภิกฺขุ สมณา วา พฺราหฺมณา วา อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานนฺติ ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานนฺติ ฯ เต ชาติสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ นาภิรมนฺติ ฯเปฯ อนภิรตา ฯ น อภิสงฺขโรนฺติ ฯ อนภิสงฺขริตฺวา ชาตนฺธการมฺปิ น ปปตนฺติ ชรนฺธการมฺปิ น ปปตนฺติ มรณนฺธการมฺปิ น ปปตนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสนฺธการมฺปิ น ปปตนฺติ ฯ เต ปริมุจฺจนฺติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ ปริมุจฺจนฺติ ทุกฺขสฺมาติ วทามิ ฯ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว อิทํ ทุกฺขนฺติ โยโค กรณีโย ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ โยโค กรณีโยติ ฯ