นทีสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค นทีสูตร ไม่มีผู้สามารถให้ผู้เจริญอริยมรรคกลับเป็นคนเลวได้
สาวัตถีนิทาน. พระผู้มีพระภาคตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีน ครั้งนั้น หมู่มหาชนพา กันถือเอาจอบและตะกร้ามาด้วยประสงค์ว่า พวกเราจักทำการทดแม่น้ำคงคานี้ให้ไหลกลับ ให้ หลั่งกลับ ให้บ่ากลับ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน หมู่มหาชน นั้นจะพึงทำการทดแม่น้ำคงคาให้ไหลกลับ ให้หลั่งกลับ ให้บ่ากลับ ได้ละหรือ? ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า ไม่ได้ พระเจ้าข้า. พ. ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร. ภิ. เพราะแม่น้ำคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีน การที่จะทำการทดแม่น้ำคงคาให้ไหลกลับ ให้หลั่งกลับ ให้บ่ากลับ มิใช่กระทำได้ง่าย แต่เป็น การแน่นอนว่า หมู่มหาชนพึงเป็นผู้มีส่วนแห่งความลำบากยากแค้น แม้ฉันใด. พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระราชา มหาอำมาตย์ของพระราชา มิตร สหาย หรือญาติ สาโลหิต จะพึงเชื้อเชิญภิกษุผู้เจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ผู้กระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ด้วยโภคะทั้งหลาย เพื่อนำไปตามใจว่า ดูกรบุรุษผู้เจริญ เชิญท่านมาเถิด ท่านจะนุ่งห่มผ้ากาสายะเหล่านี้ทำไม? ท่านจะเป็นคนโล้นถือกระเบื้องเที่ยวไปทำไม? ท่านจงสึก มาบริโภคโภคะและกระทำบุญเถิด ภิกษุผู้เจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ผู้กระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นั้น จักลาสิกขาสึกออกเป็นคฤหัสถ์ ข้อนี้มิใช่ฐานะที่จะมี ได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร? เพราะว่าจิตที่น้อมไปในวิเวก โน้มไปในวิเวก โอนไปในวิเวก ตลอดกาลนานนั้น จักสึกออกมาเป็นคฤหัสถ์ ข้อนี้มิใช่ฐานะที่จะมีได้.
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว คงฺคา นที ปาจีนนินฺนา ปาจีนโปณา ปาจีนปพฺภารา อถ มหาชนกาโย อาคจฺเฉยฺย กุทฺทาลปิฏกํ อาทาย มยํ อิมํ คงฺคํ นทึ ปจฺฉานินฺนํ กริสฺสาม ปจฺฉาโปณํ ปจฺฉาปพฺภารนฺติ ฯ ตํ กิมฺมญฺญถ ภิกฺขเว อปิ นุ โส มหาชนกาโย คงฺคํ นทึ ปจฺฉานินฺนํ กเรยฺย ปจฺฉาโปณํ ปจฺฉาปพฺภารนฺติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ คงฺคา ภนฺเต นที ปาจีนนินฺนา ปาจีนโปณา ปาจีนปพฺภารา สา น สุกรา ปจฺฉานินฺนํ กาตุํ ปจฺฉาโปณํ ปจฺฉาปพฺภารํ ยาว เทว ปน โส มหาชนกาโย กิลมถสฺส วิฆาตสฺส ภาคี อสฺสาติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวนฺตํ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรนฺตํ ราชาโน วา ราชมหามตฺตา วา มิตฺตา วา อมจฺจา วา ญาติสาโลหิตา วา โภเคหิ อภิหฏฺฐุํ ปวาเรยฺยุํ เอหมฺโภ ปุริส กินฺเต อิเม กาสาวา อนุทหนฺติ กึ มุณฺโฑ กปาลมนุสฺสิยํ จรสิ เอหิ หีนายาวตฺติตฺวา โภเค จ ภุญฺชสฺสุ ปุญฺญานิ จ กโรหีติ ฯ โส วต ภิกฺขเว ภิกฺขุ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวนฺโต อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรนฺโต สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺติสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ ยญฺหิ ตํ ภิกฺขเว จิตฺตํ ทีฆรตฺตํ วิเวกนินฺนํ วิเวกโปณํ วิเวกปพฺภารํ ตํ วต หีนายาวตฺติสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อม กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรม วินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ภิกษุย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอัน ประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล. จบ สูตรที่ ๑๕ จบ พลกรณียวรรค ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. พลกรณียสูตรที่ ๑ ๒. พลกรณียสูตรที่ ๒ ๓. พลกรณียสูตรที่ ๓ ๔. พลกรณียสูตรที่ ๔ ๕. พีชสูตร ๖. นาคสูตร ๗. รุกขสูตร ๘. กุมภสูตร ๙. สุกกสูตร ๑๐. อากาสสูตร ๑๑. เมฆสูตรที่ ๑ ๑๒. เมฆสูตรที่ ๒ ๑๓. นาวาสูตร ๑๔. อาคันตุกาคารสูตร ๑๕. นทีสูตร -----------------------------------------------------
กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรติ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯเปฯ สมฺมาสมาธึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ นิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรตีติ ฯ (ยทปิ พลกรณียํ ตทปิ วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯ พลกรณียวคฺโค สมตฺโต ฯ ตสฺสุทฺทานํ พลํ พีชญฺจ นาโค จ รุกฺโข กุมฺเภน สูกิยา อากาเสน จ เทฺว เมฆา นาวา อาคนฺตุกา นทีติ ฯ