วัตตสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค วัตตสูตร การอยู่ด้วยโพชฌงค์ ๗
สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถ- *บิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล ท่านพระสารีบุตรเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรผู้มีอายุ ทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นรับคำท่านพระสารีบุตรแล้ว ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวว่า ดูกรผู้มีอายุ ทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ ประการนี้ ๗ ประการเป็นไฉน? คือ สติสัมโพชฌงค์ ๑ ธัมมวิจยสัม- *โพชฌงค์ ๑ วิริยสัมโพชฌงค์ ๑ ปีติสัมโพชฌงค์ ๑ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ๑ สมาธิสัมโพชฌงค์ ๑ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ๑ ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ ประการนี้แล.
เอกํ สมยํ อายสฺมา สารีปุตฺโต สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ ตตฺร โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ อาวุโส ภิกฺขเวติ ฯ อาวุโสติ เต ภิกฺขู อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ ฯ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ สตฺติเม อาวุโส โพชฺฌงฺคา ฯ กตเม สตฺต ฯ สติสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค วิริยสมฺโพชฺฌงฺโค ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ฯ อิเม โข อาวุโส สตฺต โพชฺฌงฺคา ฯ
ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย บรรดาโพชฌงค์ ๗ ประการนี้ เราประสงค์จะอยู่ด้วย โพชฌงค์ข้อใดๆ ในเวลาเช้า ก็อยู่ด้วยโพชฌงค์ข้อนั้นๆ เราประสงค์จะอยู่ด้วยโพชฌงค์ข้อใดๆ ในเวลาเที่ยง ก็อยู่ด้วยโพชฌงค์ข้อนั้นๆ เราประสงค์จะอยู่ด้วยโพชฌงค์ข้อใดๆ ในเวลาเย็น ก็อยู่ด้วยโพชฌงค์ข้อนั้นๆ.
อิเมสํ ขฺวาหํ อาวุโส สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ เยน เยน โพชฺฌงฺเคน อากงฺขามิ ปุพฺพณฺหสมยํ วิหริตุํ เตน เตน โพชฺฌงฺเคน ปุพฺพณฺหสมยํ วิหรามิ เยน เยน โพชฺฌงฺเคน อากงฺขามิ มชฺฌนฺติกสมยํ วิหริตุํ เตน เตน โพชฺฌงฺเคน มชฺฌนฺติกสมยํ วิหรามิ เยน เยน โพชฺฌงฺเคน อากงฺขามิ สายณฺหสมยํ วิหริตุํ เตน เตน โพชฺฌงฺเคน สายณฺหสมยํ วิหรามิ ฯ
ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ถ้าสติสัมโพชฌงค์มีอยู่แก่เรา ดังพรรณนามานี้ เราก็รู้ ว่าสติสัมโพชฌงค์ของเราหาประมาณมิได้ อันเราปรารภดีแล้ว สติสัมโพชฌงค์เมื่อยังตั้งอยู่ เรา ก็รู้ว่าตั้งอยู่ ถ้าแม้สติสัมโพชฌงค์ของเราเคลื่อนไป เราก็รู้ว่าเคลื่อนไป เพราะสิ่งนี้เป็นปัจจัย ฯลฯ
สติสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม อาวุโส โหติ อปฺปมาโณติ เม โหติ สุสมารทฺโธติ เม โหติ ติฏฺฐนฺตํ ติฏฺฐตีติ ปชานามิ สเจปิ เม จวติ อิทปฺปจฺจยา เม จวตีติ ปชานามิ ฯเปฯ
ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ถ้าอุเบกขาสัมโพชฌงค์มีอยู่แก่เรา ดังพรรณนามานี้ เราก็รู้ว่าอุเบกขาสัมโพชฌงค์ของเราหาประมาณมิได้ อันเราปรารภดีแล้ว อุเบกขาสัมโพชฌงค์ เมื่อยังตั้งอยู่ เราก็รู้ว่าตั้งอยู่ ถ้าแม้อุเบกขาสัมโพชฌงค์ของเราเคลื่อนไป เราก็รู้ว่าเคลื่อนไป เพราะสิ่งนี้เป็นปัจจัย.
อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม อาวุโส โหติ อปฺปมาโณติ เม โหติ สุสมารทฺโธติ เม โหติ ติฏฺฐนฺตํ ติฏฺฐตีติ ปชานามิ สเจปิ เม จวติ อิทปฺปจฺจยา เม จวตีติ ปชานามิ ฯ
ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย หีบผ้าของพระราชาหรือของราชมหาอำมาตย์ เต็มด้วย ผ้าสีต่างๆ พระราชาหรือราชมหาอำมาตย์ ประสงค์จะนุ่งห่มผ้าชุดใดๆ ในเวลาเช้า ก็นุ่งห่มผ้า ชุดนั้นๆ ได้ ประสงค์จะนุ่งห่มผ้าชุดใดๆ ในเวลาเที่ยง ก็นุ่งห่มผ้าชุดนั้นๆ ได้ ประสงค์จะ นุ่งห่มผ้าชุดใดๆ ในเวลาเย็น ก็นุ่งห่มผ้าชุดนั้นๆ ได้ แม้ฉันใด เราก็ฉันนั้นเหมือนกัน บรรดา โพชฌงค์ทั้ง ๗ นี้ ประสงค์จะอยู่ด้วยโพชฌงค์ข้อใดๆ ในเวลาเช้า ก็อยู่ด้วยโพชฌงค์ข้อนั้นๆ ประสงค์อยู่ด้วยโพชฌงค์ข้อใดๆ ในเวลาเที่ยง ก็อยู่ด้วยโพชฌงค์ข้อนั้นๆ ประสงค์จะอยู่ด้วย โพชฌงค์ข้อใดๆ ในเวลาเย็น ก็อยู่ด้วยโพชฌงค์ข้อนั้นๆ.
เสยฺยถาปิ อาวุโส รญฺโญ วา ราชมหามตฺตสฺส วา นานารตฺตานํ ทุสฺสานํ ทุสฺสกรณฺฑโก ปูโร อสฺส โส ยํ ยเทว ทุสฺสยุคํ อากงฺเขยฺย ปุพฺพณฺหสมยํ ปารุปิตุํ ตนฺตเทว ทุสฺสยุคํ ปุพฺพณฺหสมยํ ปารุเปยฺย ยํ ยเทว ทุสฺสยุคํ อากงฺเขยฺย มชฺฌนฺติกสมยํ ปารุปิตุํ ตนฺตเทว ทุสฺสยุคํ มชฺฌนฺติกสมยํ ปารุเปยฺย ยํ ยเทว ทุสฺสยุคํ อากงฺเขยฺย สายณฺหสมยํ ปารุปิตุํ ตนฺตเทว ทุสฺสยุคํ สายณฺหสมยํ ปารุเปยฺย ฯ เอวเมว โข อหํ อาวุโส อิเมสํ สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ เยน เยน โพชฺฌงฺเคน อากงฺขามิ ปุพฺพณฺหสมยํ วิหริตุํ เตน เตน โพชฺฌงฺเคน ปุพฺพณฺหสมยํ วิหรามิ เยน เยน โพชฺฌงฺเคน อากงฺขามิ มชฺฌนฺติกสมยํ วิหริตุํ เตน เตน โพชฺฌงฺเคน มชฺฌนฺติกสมยํ วิหรามิ เยน เยน โพชฺฌงฺเคน อากงฺขามิ สายณฺหสมยํ วิหริตุํ เตน เตน โพชฺฌงฺเคน สายณฺหสมยํ วิหรามิ ฯ
ถ้าสติสัมโพชฌงค์มีอยู่แก่เรา ดังพรรณนามานี้ เราก็รู้ว่าสติสัมโพชฌงค์ ของเราหาประมาณมิได้ อันเราปรารภดีแล้ว สติสัมโพชฌงค์เมื่อยังตั้งอยู่ เราก็รู้ว่าตั้งอยู่ ถ้าแม้ สติสัมโพชฌงค์ของเราเคลื่อนไป เราก็รู้ว่าเคลื่อนไป เพราะสิ่งนี้เป็นปัจจัย ฯลฯ
สติสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม อาวุโส โหติ อปฺปมาโณติ เม โหติ สุสมารทฺโธติ เม โหติ ติฏฺฐนฺตํ ติฏฺฐตีติ ปชานามิ สเจปิ เม จวติ อิทปฺปจฺจยา เม จวตีติ ปชานามิ ฯเปฯ
ถ้าอุเบกขาสัมโพชฌงค์มีอยู่แก่เรา ดังพรรณนามานี้ เราก็รู้ว่าอุเบกขาสัม- *โพชฌงค์ของเราหาประมาณมิได้ อันเราปรารภดีแล้ว อุเบกขาสัมโพชฌงค์เมื่อยังตั้งอยู่ เราก็รู้ว่า ตั้งอยู่ ถ้าแม้อุเบกขาสัมโพชฌงค์ของเราเคลื่อนไป เราก็รู้ว่าเคลื่อนไป เพราะสิ่งนี้เป็นปัจจัย. จบ สูตรที่ ๔
อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม อาวุโส โหติ อปฺปมาโณติ เม โหติ สุสมารทฺโธติ เม โหติ ติฏฺฐนฺตํ ติฏฺฐตีติ ปชานามิ สเจปิ เม จวติ อิทปฺปจฺจยา เม จวตีติ ปชานามีติ ฯ