คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๑๙ · สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค

ข้ออื่นในเล่มนี้

อวิชชาสูตรอุปัฑฒสูตรสารีปุตตสูตรพราหมณสูตรกิมัตถิยสูตรภิกขุสูตร ที่ ๑ภิกขุสูตร ที่ ๒วิภังคสูตรสุกสูตรนันทิยสูตรวิหารสูตร ที่ ๑วิหารสูตร ที่ ๒เสขสูตรอุปปาทสูตร ที่ ๑อุปปาทสูตร ที่ ๒ปริสุทธิสูตร ที่ ๑ปริสุทธิสูตร ที่ ๒กุกกุฏารามสูตร ที่ ๑กุกกุฏารามสูตร ที่ ๒กุกกุฏารามสูตร ที่ ๓มิจฉัตตสูตรอกุศลธรรมสูตรปฏิปทาสูตร ที่ ๑ปฏิปทาสูตร ที่ ๒อสัปปุริสสูตร ที่ ๑อสัปปุริสสูตร ที่ ๒กุมภสูตรสมาธิสูตรเวทนาสูตรอุตติยสูตรปฏิปัตติสูตรปฏิปันนสูตรวิรัทธสูตรปารสูตรสามัญญสูตร ที่ ๑สามัญญสูตร ที่ ๒พรหมัญญสูตร ที่ ๑พรหมัญญสูตร ที่ ๒พรหมจริยสูตร ที่ ๑พรหมจริยสูตร ที่ ๒วิราคสูตรกัลยาณมิตตสูตร ที่ ๑ สีลสัมปทาสูตร ที่ ๑ ฉันทสัมปทาสูตร ที่ ๑ อัตตสัมปทาสูตร…กัลยาณมิตตสูตร ที่ ๑ สีลสัมปทาสูตร ที่ ๑ ฉันทสัมปทาสูตร ที่ ๑ อัตตสัมปทาสูตร…กัลยาณมิตตสูตร ที่ ๑ สีลสัมปทาสูตร ที่ ๑ ฉันทสัมปทาสูตร ที่ ๑ อัตตสัมปทาสูตร…คังคาปาจีนนินนสูตรคังคาปาจีนนินนสูตรคังคาปาจีนนินนสูตรคังคาปาจีนนินนสูตรตถาคตสูตร ที่ ๑ ตถาคตสูตร ที่ ๒ ตถาคตสูตร ที่ ๓ ตถาคตสูตร ที่ ๔ ปทสูตร กูฏสูตร…พลกรณียสูตร ที่ ๑-๔พีชสูตรนาคสูตรรุกขสูตรกุมภสูตรสุกกสูตรอากาสสูตรเมฆสูตร ที่ ๑เมฆสูตร ที่ ๒นาวาสูตรอาคันตุกาคารสูตรนทีสูตรเอสนาสูตร ที่ ๑-๘วิธาสูตรอาสวสูตรภวสูตรทุกขตาสูตรขีลสูตรมลสูตรนิฆสูตรเวทนาสูตรตัณหาสูตร ที่ ๑ตัณหาสูตร ที่ ๒โอฆสูตรหิมวันตสูตรกายสูตรสีลสูตรวัตตสูตรภิกขุสูตรกุณฑลิยสูตรกูฏสูตรอุปวาณสูตรอุปาทสูตร ที่ ๑อุปาทสูตร ที่ ๒ปาณูปมสูตรสุริยูปมสูตร ที่ ๑สุริยูปมสูตร ที่ ๒คิลานสูตร ที่ ๑คิลานสูตร ที่ ๒คิลานสูตร ที่ ๓ปารคามีสูตรวิรัทธสูตรอริยสูตรนิพพานสูตรโพธนสูตรเทสนาสูตรฐานิยสูตรอโยนิโสสูตรอปริหานิยสูตรขยสูตรนิโรธสูตรนิพเพธสูตรเอกธัมมสูตรอุทายิสูตรกุสลสูตร ที่ ๑กุสลสูตร ที่ ๒อุปกิเลสสูตรอโยนิโสสูตรโยนิโสสูตรวุฑฒิสูตรอาวรณานีวรณสูตรรุกขสูตรนีวรณสูตรวิธาสูตรจักกวัตติสูตรมารสูตรทุปปัญญสูตรปัญญวาสูตรทฬิททสูตรอทฬิททสูตรอาทิจจสูตรอังคสูตร ที่ ๑อังคสูตร ที่ ๒อาหารสูตรปริยายสูตรอัคคิสูตรเมตตสูตรสคารวสูตรอภยสูตร๗. อานาปานาทิเปยยาล ๘. นิโรธวรรค๙. คังคาเปยยาล ๑๐. อัปปมาทวรรค ๑๑. พลกรณียวรรค ๑๒. เอสนาวรรค ๑๓. โอฆวรรค ๑๔.…อัมพปาลิสูตรสติสูตรภิกขุสูตรโกสลสูตรอกุสลราสิสูตรสกุณัคฆีสูตรมักกฏสูตรสูทสูตรคิลานสูตรภิกขุนีสูตรมหาปุริสสูตรนาฬันทสูตรจุนทสูตรเจลสูตรพาหิยสูตรอุตติยสูตรอริยสูตรพรหมาสูตรเสทกสูตร ที่ ๑เสทกสูตร ที่ ๒สีลสูตรฐิติสูตรปริหานสูตรสุทธกสูตรพราหมณสูตรปเทสสูตรสมัตตสูตรโลกสูตรสิริวัฑฒสูตรมานทินนสูตรอนนุสสุตสูตรวิราคสูตรวิรัทธสูตรภาวนาสูตรสติสูตรอัญญสูตรฉันทสูตรปริญญาสูตรภาวนาสูตรวิภังคสูตรอมตสูตรสมุทยสูตรมัคคสูตรสติสูตรกุสลราสิสูตรปาฏิโมกขสูตรทุจริตสูตรมิตตสูตรเวทนาสูตรอาสวสูตร๖. คังคาทิเปยยาลสุทธิกสูตรโสตาสูตร ที่ ๑โสตาสูตร ที่ ๒อรหันตสูตร ที่ ๑อรหันตสูตร ที่ ๒สมณพราหมณสูตร ที่ ๑สมณพราหมณสูตร ที่ ๒ทัฏฐัพพสูตรวิภังคสูตร ที่ ๑วิภังคสูตร ที่ ๒ปฏิลาภสูตรสังขิตตสูตร ที่ ๑สังขิตตสูตร ที่ ๒สังขิตตสูตร ที่ ๓วิตถารสูตร ที่ ๑วิตถารสูตร ที่ ๒วิตถารสูตร ที่ ๓ปฏิปันนสูตรอุปสมสูตรอาสวักขยสูตรปุนัพภวสูตรชีวิตินทริยสูตรอัญญาตาวินทริยสูตรเอกาภิญญาสูตรสุทธกสูตรโสตาปันนสูตรอรหันตสูตร ที่ ๑อรหันตสูตร ที่ ๒สมณพราหมณสูตร ที่ ๑สมณพราหมณสูตร ที่ ๒สุทธกสูตรโสตาปันนสูตรอรหันตสูตรสมณพราหมณสูตร ที่ ๑สมณพราหมณสูตร ที่ ๒วิภังคสูตร ที่ ๑วิภังคสูตร ที่ ๒วิภังคสูตร ที่ ๓อรหันตสูตรอุปปฏิกสูตรชราสูตรอุณณาภพราหมณสูตรสาเกตสูตรปุพพโกฏฐกสูตรปุพพารามสูตร ที่ ๑ปุพพารามสูตร ที่ ๒ปุพพารามสูตร ที่ ๓ปุพพารามสูตร ที่ ๔ปิณโฑลภารทวาชสูตรสัทธาสูตรโกสลสูตรมัลลกสูตรเสขสูตรปทสูตรสารสูตรปติฏฐิตสูตรพรหมสูตรสูกรขาตาสูตรอุปาทสูตร ที่ ๑อุปาทสูตร ที่ ๒สัญโญชนาสูตรอนุสยสูตรปริญญาสูตรอาสวักขยสูตรผลสูตร ที่ ๑ผลสูตร ที่ ๒รุกขสูตร ที่ ๑รุกขสูตร ที่ ๒รุกขสูตร ที่ ๓รุกขสูตร ที่ ๔๘. คังคาทิเปยยาลสัมมัปปธานสังยุตต์พลสังยุตต์อปารสูตรวิรัทธสูตรอริยสูตรนิพพุตสูตรปเทสสูตรสัมมัตตสูตรภิกขุสูตรพุทธสูตรญาณสูตรเจติยสูตรปุพพสูตรมหัปผลสูตรฉันทสูตรโมคคัลลานสูตรพราหมณสูตรสมณพราหมณ์สูตร ที่ ๑สมณพราหมณ์สูตร ที่ ๒อภิญญาสูตรเทสนาสูตรวิภังคสูตรมรรคสูตรอโยคุฬสูตรภิกขุสุทธกสูตรผลสูตร ที่ ๑ผลสูตร ที่ ๒อานันทสูตร ที่ ๑อานันทสูตร ที่ ๒ภิกขุสูตร ที่ ๑ภิกขุสูตร ที่ ๒โมคคัลลานสูตรตถาคตสูตร๔. คังคาทิเปยยาลรโหคตสูตร ที่ ๑รโหคตสูตร ที่ ๒สุตนุสูตรกัณฏกีสูตร ที่ ๑กัณฏกีสูตร ที่ ๒กัณฏกีสูตร ที่ ๓ตัณหักขยสูตรสลฬาคารสูตรอัมพปาลิสูตรคิลานสูตรสหัสสสูตรฌานสังยุตต์เอกธรรมสูตรโพชฌงคสูตรสุทธิกสูตรผลสูตร ที่ ๑ผลสูตร ที่ ๒อริฏฐสูตรกัปปินสูตรทีปสูตรเวสาลีสูตรกิมิลสูตรอิจฉานังคลสูตรโลมสกังภิยสูตรอานันทสูตร ที่ ๑อานันทสูตร ที่ ๒ภิกขุสูตร ที่ ๑ภิกขุสูตร ที่ ๒สังโยชนสูตรอนุสยสูตรอัทธานสูตรอาสวักขยสูตรราชาสูตรโอคธสูตรฑีฆาวุสูตรสาริปุตตสูตร ที่ ๑สาริปุตตสูตร ที่ ๒ถปติสูตรเวฬุทวารสูตรคิญชกาวสถสูตร ที่ ๑คิญชกาวสถสูตร ที่ ๒คิญชกาวสถสูตร ที่ ๓สหัสสสูตรพราหมณสูตรอานันทสูตรทุคติสูตร ที่ ๑ทุคติสูตร ที่ ๒มิตตามัจจสูตร ที่ ๑มิตตามัจจสูตร ที่ ๒เทวจาริกสูตร ที่ ๑เทวจาริกสูตร ที่ ๒เทวจาริกสูตร ที่ ๓มหานามสูตร ที่ ๑มหานามสูตร ที่ ๒โคธาสูตรสรกานิสูตร ที่ ๑สรกานิสูตร ที่ ๒ทุสีลยสูตร ที่ ๑ทุสีลยสูตร ที่ ๒เวรภยสูตร ที่ ๑เวรภยสูตร ที่ ๒ลิจฉวีสูตรอภิสันทสูตร ที่ ๑อภิสันทสูตร ที่ ๒อภิสันทสูตร ที่ ๓เทวปทสูตร ที่ ๑เทวปทสูตร ที่ ๒สภาคตสูตรมหานามสูตรวัสสสูตรกาฬิโคธาสูตรนันทิยสูตรอภิสันทสูตร ที่ ๑อภิสันทสูตร ที่ ๒อภิสันทสูตร ที่ ๓มหัทธนสูตร ที่ ๑มหัทธนสูตร ที่ ๒ภิกขุสูตรนันทิยสูตรภัททิยสูตรมหานามสูตรโสตาปัตติยังคสูตรสคาถกสูตรวัสสวุตถสูตรธรรมทินนสูตรคิลายนสูตรผลสูตร ที่ ๑ผลสูตร ที่ ๒ผลสูตร ที่ ๓ผลสูตร ที่ ๔ปฏิลาภสูตรวุฒิสูตรเวปุลลสูตรมหาปัญญสูตรสมาธิสูตรปฏิสัลลานสูตรกุลปุตตสูตร ที่ ๑กุลปุตตสูตร ที่ ๒สมณพราหมณสูตร ที่ ๑สมณพราหมณสูตร ที่ ๒วิตักกสูตรจินตสูตรวิคคาหิกกถาสูตรติรัจฉานกถาสูตรตถาคตสูตร ที่ ๑ [ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร]ตถาคตสูตร ที่ ๒ขันธสูตรอายตนสูตรธารณสูตร ที่ ๑ธารณสูตร ที่ ๒อวิชชาสูตรวิชชาสูตรสังกาสนสูตรตถสูตรวัชชีสูตร ที่ ๑วัชชีสูตร ที่ ๒สัมมาสัมพุทธสูตรอรหันตสูตรอาสวักขยสูตรมิตตสูตรตถสูตรโลกสูตรปริญเญยยสูตรควัมปติสูตรสีสปาสูตรขทิรสูตรทัณฑสูตรเจลสูตรสัตติสตสูตรปาณสูตรสุริยูปมาสูตร ที่ ๑สุริยูปมาสูตร ที่ ๒อินทขีลสูตรวาทีสูตรจินตสูตรปปาตสูตรปริฬาหสูตรกูฎสูตรวาลสูตรอันธการีสูตรฉิคคฬสูตร ที่ ๑ฉิคคฬสูตร ที่ ๒สิเนรุสูตร ที่ ๑สิเนรุสูตร ที่ ๒นขสิขาสูตรโปกขรณีสูตรสัมเภชชสูตร ที่ ๑สัมเภชชสูตร ที่ ๒ปฐวีสูตร ที่ ๑ปฐวีสูตร ที่ ๒สมุททสูตร ที่ ๑สมุททสูตร ที่ ๒ปัพพตูปมาสูตร ที่ ๑ปัพพตูปมาสูตร ที่ ๒อัญญตรสูตรปาณาติปาตสูตรนัจจสูตร๑๐. อามกธัญญเปยยาล จตุตถวรรค

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

กุณฑลิยสูตร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๓๙๔–๔๐๐พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค๗ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค กุณฑลิยสูตร ตถาคตมีวิชชาและวิมุติเป็นผลานิสงส์

ข้อ ๓๙๔อรรถกถา

เอกํ สมยํ ภควา สาเกเต วิหรติ อญฺชนวเน มิคทาเย ฯ อถ โข กุณฺฑลิโย ปริพฺพาชโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข กุณฺฑลิโย ปริพฺพาชโก ภควนฺตํ เอตทโวจ อหมสฺมิ โภ โคตม อารามนิยาทิปริสาวจโร ตสฺส มยฺหํ โภ โคตม ปจฺฉาภตฺตํ ภุตฺตปาตราสสฺส อยมาหาโร โหติ อาราเมน อารามํ อุยฺยาเนน อุยฺยานํ อนุจงฺกมามิ อนุวิจรามิ โส ตตฺถ ปสฺสามิ เอเก สมณพฺราหฺมเณ อิติ วาทปฺปโมกฺขานิสํสํ เจว กถํ กเถนฺเต อุปารมฺภานิสํสํ จ ภวมฺปน โคตโม กิมานิสํโส วิหรตีติ ฯ วิชฺชาวิมุตฺติผลานิสํโส โข กุณฺฑลิย ตถาคโต วิหรตีติ ฯ

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ป่าอัญชนมฤคทายวัน ใกล้เมือง สาเกต ครั้งนั้นแล กุณฑลิยปริพาชกเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับพระผู้ มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ข้าพเจ้าเที่ยวไปในอาราม เข้าไปสู่บริษัท เมื่อข้าพเจ้าบริโภคอาหารเช้าแล้ว ในเวลาปัจฉาภัต ข้าพเจ้าเดินไปเนืองๆ เที่ยวไปเนืองๆ สู่ อารามจากอาราม สู่อุทยานจากอุทยาน ณ ที่นั้น ข้าพเจ้าเห็นสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง กำลังกล่าว ถ้อยคำมีวาทะและการเปลื้องวาทะว่าดังนี้เป็นอานิสงส์ และมีความขุ่นเคืองเป็นอานิสงส์ ส่วน ท่านพระโคดมมีอะไรเป็นอานิสงส์อยู่เล่า? พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรกุณฑลิยะ ตถาคต มีวิชชาและวิมุติเป็นผลานิสงส์อยู่.

ข้อ ๓๙๕

กตเม ปน โภ โคตม ธมฺมา ภาวิตา พหุลีกตา วิชฺชาวิมุตฺตึ ปริปูเรนฺตีติ ฯ สตฺต โข กุณฺฑลิย โพชฺฌงฺคา ภาวิตา พหุลีกตา วิชฺชาวิมุตฺตึ ปริปูเรนฺตีติ ฯ กตเม ปน โภ โคตม ธมฺมา ภาวิตา พหุลีกตา สตฺต โพชฺฌงฺเค ปริปูเรนฺตีติ ฯ จตฺตาโร โข กุณฺฑลิย สติปฏฺฐานา ภาวิตา พหุลีกตา สตฺต โพชฺฌงฺเค ปริปูเรนฺตีติ ฯ กตเม ปน โภ โคตม ธมฺมา ภาวิตา พหุลีกตา จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน ปริปูเรนฺตีติ ฯ ตีณิ โข กุณฺฑลิย สุจริตานิ ภาวิตานิ พหุลีกตานิ จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน ปริปูเรนฺตีติ ฯ กตเม ปน โภ โคตม ธมฺมา ภาวิตา พหุลีกตา ตีณิ สุจริตานิ ปริปูเรนฺตีติ ฯ

ก. ข้าแต่ท่านพระโคดมผู้เจริญ ก็ธรรมเหล่าไหนที่บุคคลเจริญแล้ว กระทำ ให้มากแล้ว ย่อมยังวิชชาและวิมุติให้บริบูรณ์? พ. ดูกรกุณฑลิยะ โพชฌงค์ ๗ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยัง วิชชาและวิมุติให้บริบูรณ์. ก. ข้าแต่ท่านพระโคดมผู้เจริญ ก็ธรรมเหล่าไหนที่บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังโพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์? พ. ดูกรกุณฑลิยะ สติปัฏฐาน ๔ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยัง โพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์. ก. ข้าแต่ท่านพระโคดมผู้เจริญ ก็ธรรมเหล่าไหนที่บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มาก แล้ว ย่อมยังสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์? พ. ดูกรกุณฑลิยะ สุจริต ๓ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังสติ- *ปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์. ก. ข้าแต่ท่านพระโคดมผู้เจริญ ก็ธรรมเหล่าไหนที่บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มาก แล้ว ย่อมยังสุจริต ๓ ให้บริบูรณ์?

ข้อ ๓๙๖

อินฺทฺริยสํวโร โข กุณฺฑลิย ภาวิโต พหุลีกโต ตีณิ สุจริตานิ ปริปูเรติ ฯ กถํ ภาวิโต กุณฺฑลิย อินฺทฺริยสํวโร กถํ พหุลีกโต ตีณิ สุจริตานิ ปริปูเรติ ฯ อิธ กุณฺฑลิย ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา มนาปํ นาภิชฺฌายติ นาวิหึสติ น ราคํ ชเนติ ตสฺส ฐิโต จ กาโย โหติ ฐิตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตํ สุสณฺฐิตํ สุวิมุตฺตํ ฯ จกฺขุนา โข ปเนว รูปํ ทิสฺวา อมนาปํ น มงฺกุ โหติ อปฺปติฏฺฐิตจิตฺโต อาทินฺนมานโส อพฺยาปนฺนเจตโส ตสฺส ฐิโต จ กาโย โหติ ฐิตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตํ สุสณฺฐิตํ สุวิมุตฺตํ ฯ {๓๙๖.๑} ปุน จปรํ กุณฺฑลิย ภิกฺขุ โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ฯเปฯ ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา ฯ ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา ฯ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา ฯ มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย มนาปํ นาภิชฺฌายติ นาวิหึสติ น ราคํ ชเนติ ตสฺส ฐิโต จ กาโย โหติ ฐิตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตํ สุสณฺฐิตํ สุวิมุตฺตํ ฯ มนสา โข ปเนว ธมฺมํ วิญฺญาย อมนาปํ น มงฺกุ โหติ อปฺปติฏฺฐิตจิตฺโต อาทินฺนมานโส อพฺยาปนฺนเจตโส ตสฺส จ กาโย โหติ ฐิตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตํ สุสณฺฐิตํ สุวิมุตฺตํ ฯ ยโต โข กุณฺฑลิย ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา มนาปามนาเปสุ รูเปสุ ฐิโต อาทินฺนมานโส อพฺยาปนฺนเจตโส ตสฺส ฐิโต จ กาโย โหติ ฐิตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตํ สุสณฺฐิตํ สุวิมุตฺตํ ฯ โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ฯเปฯ ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา ฯ ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา ฯ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา ฯ มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย มนาปามนาเปสุ ธมฺเมสุ ฐิโต จ กาโย โหติ ฐิตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตํ สุสณฺฐิตํ สุวิมุตฺตํ ฯ เอวมฺภาวิโต โข กุณฺฑลิย อินฺทฺริยสํวโร เอวํ พหุลีกโต ตีณิ สุจริตานิ ปริปูเรติ ฯ

พ. ดูกรกุณฑลิยะ อินทรีย์สังวรอันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังสุจริต ๓ ให้บริบูรณ์ อินทรีย์สังวรอันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้วอย่างไร ย่อม ยังสุจริต ๓ ให้บริบูรณ์? ดูกรกุณฑลิยะ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูปที่ชอบใจด้วยจักษุแล้ว ย่อมไม่ยินดี ไม่ขึ้งเคียด ไม่ยังความกำหนัดให้เกิด และกายของเธอก็คงที่ จิตก็คงที่ มั่นคงดี ในภายใน หลุดพ้นดีแล้ว อนึ่ง เธอเห็นรูปที่ไม่ชอบใจด้วยจักษุแล้ว ก็ไม่เก้อ ไม่มีจิตตั้งอยู่ ด้วยอำนาจกิเลส ไม่เสียใจ มีจิตไม่พยาบาท และกายของเธอก็คงที่ จิตก็คงที่ มั่นคงดี ใน ภายใน หลุดพ้นดีแล้ว. อีกประการหนึ่ง ภิกษุฟังเสียงด้วยหู ฯลฯ ดมกลิ่นด้วยจมูก ฯลฯ ลิ้มรสด้วยลิ้น ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย ฯลฯ รู้ธรรมารมณ์ที่ชอบใจ ด้วยใจแล้ว ย่อมไม่ยินดี ไม่ขึ้งเคียด ไม่ยังความกำหนัดให้เกิด และกายของเธอก็คงที่ จิตก็คงที่ มั่นคงดีในภายใน หลุดพ้นดีแล้ว อนึ่ง เธอรู้ธรรมารมณ์ ที่ไม่ชอบใจด้วยใจแล้ว ไม่เก้อ ไม่มีจิตตั้งอยู่ด้วยอำนาจกิเลส ไม่เสียใจ มีจิตไม่พยาบาท และกายของเธอก็คงที่ จิตก็คงที่ มั่นคงดีในภายใน หลุดพ้นดีแล้ว. ดูกรกุณฑลิยะ เพราะเหตุที่ภิกษุเห็นรูปด้วยจักษุแล้ว เป็นผู้คงที่ ไม่เสียใจ มีจิตไม่ พยาบาท เพราะรูปทั้งที่ชอบใจและไม่ชอบใจ กายของเธอก็คงที่ จิตก็คงที่ มั่นคงดีในภายใน หลุดพ้นดีแล้ว ภิกษุฟังเสียงด้วยหู ฯลฯ ดมกลิ่นด้วยจมูก ฯลฯ ลิ้มรสด้วยลิ้น ฯลฯ ถูกต้องโผฏ- *ฐัพพะด้วยกาย ฯลฯ รู้ธรรมารมณ์ ด้วยใจแล้ว เป็นผู้คงที่ ไม่เสียใจ มีจิตไม่พยาบาท เพราะ ธรรมารมณ์ ที่ชอบใจและไม่ชอบใจ และกายของเธอก็คงที่ จิตก็คงที่ มั่นคงดีในภายใน หลุด พ้นดีแล้ว ดูกรกุณฑลิยะ อินทรีย์สังวรอันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว อย่างนี้แล ย่อมยังสุจริต ๓ ให้บริบูรณ์.

ข้อ ๓๙๗

กถํ ภาวิตานิ ตานิ จ กุณฺฑลิย ตีณิ สุจริตานิ กถํ พหุลีกตานิ จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน ปริปูเรนฺติ ฯ อิธ กุณฺฑลิย ภิกฺขุ กายทุจฺจริตํ ปหานาย กายสุจริตํ ภาเวติ วจีทุจฺจริตํ ปหานาย วจีสุจริตํ ภาเวติ มโนทุจฺจริตํ ปหานาย มโนสุจริตํ ภาเวติ ฯ เอวํ ภาวิตานิ โข กุณฺฑลิย ตีณิ สุจริตานิ เอวํ พหุลีกตานิ จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน ปริปูเรนฺติ ฯ

ดูกรกุณฑลิยะ ก็สุจริตเหล่านั้นอันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว อย่างไร ย่อมยังสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เจริญกายสุจริตเพื่อละกายทุจริต เจริญวจีสุจริตเพื่อละวจีทุจริต เจริญมโนสุจริตเพื่อละมโนทุจริต สุจริต ๓ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้วอย่างนี้แล ย่อมยังสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์.

ข้อ ๓๙๘

กถํ ภาวิตา จ กุณฺฑลิย จตฺตาโร สติปฏฺฐานา กถํ พหุลีกตา สตฺต โพชฺฌงฺเค ปริปูเรนฺติ ฯ อิธ กุณฺฑลิย ภิกฺขุ กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ เวทนาสุ ฯเปฯ จิตฺเต ฯเปฯ ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ฯ เอวํ ภาวิตา โข กุณฺฑลิย จตฺตาโร สติปฏฺฐานา เอวํ พหุลีกตา สตฺต โพชฺฌงฺเค ปริปูเรนฺติ ฯ

ดูกรกุณฑลิยะ สติปัฏฐาน ๔ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้วอย่างไร ย่อมยังโพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมพิจารณาเห็นกายในกายเนืองๆ อยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ พึงกำจัด อภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ย่อมพิจารณา เห็นเวทนาในเวทนาเนืองๆ อยู่ ฯลฯ ย่อมพิจารณาเห็นจิตในจิตเนืองๆ อยู่ ฯลฯ ย่อมพิจารณาเห็น ธรรมในธรรมเนืองๆ อยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ พึงกำจัดอภิชฌาและโทมนัสใน โลกเสียได้ ดูกรกุณฑลิยะ สติปัฏฐาน ๔ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้วอย่างนี้แล ย่อมยังโพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์.

ข้อ ๓๙๙

กถํ ภาวิตา จ กุณฺฑลิย สตฺต โพชฺฌงฺคา กถํ พหุลีกตา วิชฺชาวิมุตฺตึ ปริปูเรนฺติ ฯ อิธ กุณฺฑลิย ภิกฺขุ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯ เอวํ ภาวิตา โข กุณฺฑลิย สตฺต โพชฺฌงฺคา เอวํ พหุลีกตา วิชฺชาวิมุตฺตึ ปริปูเรนฺตีติ ฯ

ดูกรกุณฑลิยะ โพชฌงค์ ๗ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้วอย่างไร ย่อมยังวิชชาและวิมุติให้บริบูรณ์? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ อันอาศัย วิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อัน อาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรกุณฑลิยะ โพชฌงค์ ๗ อันบุคคล เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้วอย่างนี้แล ย่อมยังวิชชาและวิมุติให้สมบูรณ์.

ข้อ ๔๐๐

เอวํ วุตฺเต กุณฺฑลิโย ปริพฺพาชโก ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม เสยฺยถาปิ โภ โคตม นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย อนฺธกาเร วา เตลปฺปชฺโชตํ ธาเรยฺย จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ ฯ เอวเมว โข โภตา โคตเมน อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต เอสาหํ ภวนฺตํ โคตมํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ อุปาสกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณงฺคตนฺติ ฯ

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว กุณฑลิยปริพาชกได้กราบทูลพระผู้มี พระภาคว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ท่านพระโคดมทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย เปรียบเหมือน บุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือตามประทีปในที่มืดด้วยหวังว่า ผู้มีจักษุจักเห็นรูปได้ ฉะนั้น ข้าพระองค์ขอถึงท่านพระโคดมกับทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ ว่าเป็นสรณะ ขอท่านพระโคดม จงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะจนตลอดชีวิต จำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป. จบ สูตรที่ ๖

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย