คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๒ · มหาวิภังค์ ภาค ๒

ข้ออื่นในเล่มนี้

สิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การอยู่ปราศจากไตรจีวรแม้ราตรีหนึ่ง]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย การให้ภิกษุณีซักจีวรเก่า]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีอุปปลวัณณา [ว่าด้วย การรับจีวรจากมือภิกษุณี]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตรสิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การขอจีวรเกินกำหนด]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย มูลค่าจีวรของเจ้าทรัพย์รายเดียว]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย มูลค่าจีวรของเจ้าทรัพย์สองราย]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตรสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำสันถัตเจือด้วยไหม]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำสันถัตแห่งขนเจียมดำล้วน]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำสันถัตแห่งขนเจียมดำล้วน ๒ ส่วน]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การทำทรงสันถัตไว้ให้ได้ ๖ ฝน]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปเสนวังคันตบุตร [ว่าด้วย การทำสันถัตสำหรับนั่ง]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย การรับขนเจียม]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การซักขนเจียม]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การรับทองเงิน]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การซื้อขายด้วยรูปิยะ มีประการต่างๆ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การแลกเปลี่ยนมีประการต่างๆ]…สิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย บาตร]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย บาตรมีแผลหย่อนห้า]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระปิลินทวัจฉเถระ [ว่าด้วย เภสัช]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ผ้าอาบน้ำฝน]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การให้จีวรแล้วชิงเอามา]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การขอด้ายมาเอง]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การสั่งช่างหูก ให้ทอจีวร]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องมหาอำมาตย์คนหนึ่ง [ว่าด้วย อัจเจกจีวร]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย เสนาสนะป่าเป็นที่มีรังเกียจ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การน้อมลาภที่เขาจะถวายเป็นของสงฆ์]…บทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระหัตถกะศากยบุตร [ว่าด้วย พูดเท็จ]เรื่องพระฉัพพัคคีย์อุปสัมบันด่าอุปสัมบันอุปสัมบันด่าอนุปสัมบันอุปสัมบันล้ออุปสัมบันอุปสัมบันล้ออนุปสัมบันอนาปัตติวารเรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย สอนธรรมว่าพร้อมกัน]เรื่องพระนวกะสิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอนุรุทธเถระ [ว่าด้วย นอนร่วมกับมาตุคาม]เรื่องพระอุทายีสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุพวกฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา [ว่าด้วย บอกอุตตริมนุสสธรรม]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย บอกอาบัติชั่วหยาบ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี [ว่าด้วย ขุดดิน] หัวข้อประจำเรื่องสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี [ว่าด้วย พรากของเขียว]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย แกล้งกล่าวคำอื่น]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วย โพนทะนา]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุมากรูป [ว่าด้วย หลีกไปไม่เก็บเสนาสนะ]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย ใช้เสนาสนะแล้วไม่เก็บ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย นอนแทรกแซง]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย การฉุดคร่าภิกษุ]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วย นั่งนอนบนร่างร้าน]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย การสร้างวิหารใหญ่]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี [ว่าด้วย ใช้น้ำมีตัวสัตว์]…เรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระจูฬปันถกเถระ [ว่าด้วย สั่งสอนภิกษุณีเมื่ออาทิตย์ตกแล้ว]เรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย สั่งสอนภิกษุณี เพราะเห็นแก่ลาภ]เรื่องภิกษุรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย เย็บจีวร]เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย นั่งในที่ลับ] หัวข้อประจำเรื่องเรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องพระเทวทัตเรื่องบุรุษเข็ญใจเรื่องอุบาสิกาชื่อกาณมาตาเรื่องภิกษุหลายรูปสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วย ห้ามภัตแล้วถูกแค่นให้ฉัน]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย ฉันอาหารในเวลาวิกาล]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระเวฬัฏฐสีสเถระ [ว่าด้วย ฉันอาหารที่ทำการสั่งสม]เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องภิกษุรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระอานนท์ [ว่าด้วย แจกขนมแก่นักบวช]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย บอกให้กลับ]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย นั่งแทรกแซง]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย นั่งในที่กำบัง]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย นั่งในที่ลับ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย รับนิมนต์แล้วไปฉันที่อื่น]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องมหานามศากยะ [ว่าด้วย ปวารณาด้วยปัจจัย]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ไปดูกองทัพ]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย อยู่ในกองทัพ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ไปสู่สนามรบ] หัวข้อประจำเรื่องสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระสาคตะ [ว่าด้วย การดื่มสุรา]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การจี้]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย การเล่นน้ำ]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย ความไม่เอื้อเฟื้อ]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การหลอนภิกษุ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การติดไฟ]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระเจ้าพิมพิสาร [ว่าด้วย การอาบน้ำ]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย ของสำหรับทำให้เสียสี]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การวิกัปจีวร]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย การซ่อนจีวร] หัวข้อประจำเรื่องสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย แกล้งฆ่าสัตว์]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย บริโภคน้ำมีตัวสัตว์]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ฟื้นอธิกรณ์]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย ปิดอาบัติชั่วหยาบ]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องเด็กชายอุบาลี [ว่าด้วย อุปสมบทกุลบุตรมีอายุ หย่อน ๒๐ ปี]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย เดินทางร่วมกับพ่อค้าผู้เป็นโจร]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย ชักชวนมาตุคามเดินทางสายเดียวกัน]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระอริฏฐะ มิจฉาทิฏฐิ [ว่าด้วย พระอริฏฐะ]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การคบหากับภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกวัตร]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องสมณุทเทสกัณฑกะ มิจฉาทิฏฐิ [ว่าด้วย สมณุทเทสชื่อกัณฑกะ]…สิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย การว่ากล่าวโดยถูกธรรม]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การก่นสิกขาบท]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การแสร้งทำหลง]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การให้ประหาร]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การเงื้อหอกคือฝ่ามือ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การโจทด้วยอาบัติไม่มีมูล]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การแกล้งก่อความรำคาญ]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การแอบฟัง]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การคัดค้านกรรม]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การไม่ให้ฉันทะ]สิกขาบทที่ ๑๑ เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วย เรื่องท่านพระทัพพมัลลบุตร]สิกขาบทที่ ๑๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การน้อมลาภสงฆ์] หัวข้อประจำเรื่องเรื่องพระเจ้าปเสนทิโกศลสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย การเก็บรตนะ]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การเข้าบ้านในเวลาวิกาล]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การทำกล่องเข็ม]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย เตียงตั่งเกินประมาณ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย เตียงตั่งยัดนุ่น]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำผ้าสำหรับนั่ง]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำผ้าปิดฝี]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำผ้าอาบน้ำฝน]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระนันทะ [ว่าด้วย การทำจีวรเท่าสุคตจีวร] หัวข้อประจำเรื่องบทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๓ เรื่องตระกูลหนึ่งสิกขาบทที่ ๔ เรื่องคนรับใช้ของเจ้าศากยะบทสรุปวรรคที่ ๑ ปริมัณฑลวรรควรรคที่ ๒ อุชชัคฆิกวรรควรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรควรรคที่ ๔ สักกัจจวรรควรรคที่ ๕ กพฬวรรควรรคที่ ๖ สุรุสุรุวรรคปาทุกาวรรค สิกขาบทที่ ๑ธรรมคืออธิกรณสมถะคำนิคม

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การก่นสิกขาบท]

ข้อ ๖๘๕–๖๘๘พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒๔ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ทุติยสิกฺขาปทํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ ๘. สหธรรมิกวรรค สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์

ข้อ ๖๘๕

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ภควา ภิกฺขูนํ อเนกปริยาเยน วินยกถํ กเถติ วินยสฺส วณฺณํ ภาสติ วินยปริยตฺติยา วณฺณํ ภาสติ อาทิสฺส อาทิสฺส อายสฺมโต อุปาลิสฺส วณฺณํ ภาสติ ฯ ภิกฺขู ภควา โข อเนกปริยาเยน วินยกถํ กเถติ วินยสฺส วณฺณํ ภาสติ วินยปริยตฺติยา วณฺณํ ภาสติ อาทิสฺส อาทิสฺส อายสฺมโต อุปาลิสฺส วณฺณํ ภาสติ หนฺท มยํ อาวุโส อายสฺมโต อุปาลิสฺส สนฺติเก วินยํ ปริยาปุณามาติ ฯ เต จ พหู ภิกฺขู เถรา จ นวา จ มชฺฌิมา จ อายสฺมโต อุปาลิสฺส สนฺติเก วินยํ ปริยาปุณนฺติ ฯ {๖๘๕.๑} อถโข ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ เอตรหิ โข อาวุโส พหู ภิกฺขู เถรา จ นวา จ มชฺฌิมา จ อายสฺมโต อุปาลิสฺส สนฺติเก วินยํ ปริยาปุณนฺติ สเจ อิเม วินเย ปกตญฺญุโน ภวิสฺสนฺติ อเมฺห ยถิจฺฉกํ อากฑฺฒิสฺสนฺติ ปริกฑฺฒิสฺสนฺติ หนฺท มยํ อาวุโส วินยํ วิวณฺเณมาติ ฯ อถโข ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทนฺติ กึ ปนิเมหิ ขุทฺทานุขุทฺทเกหิ สิกฺขาปเทหิ อุทฺทิฏฺเฐหิ ยาวเทว กุกฺกุจฺจาย วิเหสาย วิเลขาย สํวตฺตนฺตีติ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู วินยํ วิวณฺเณสฺสนฺตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว วินยํ วิวณฺเณถาติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา วินยํ วิวณฺเณสฺสถ เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ {๖๘๕.๒} โย ปน ภิกฺขุ ปาติโมกฺเข อุทฺทิสฺสมาเน เอวํ วเทยฺย กึ ปนิเมหิ ขุทฺทานุขุทฺทเกหิ สิกฺขาปเทหิ อุทฺทิฏฺเฐหิ ยาวเทว กุกฺกุจฺจาย วิเหสาย วิเลขาย สํวตฺตนฺตีติ สิกฺขาปทวิวณฺณนเก ปาจิตฺติยนฺติ ฯ

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสวินัยกถา ทรงพรรณนา คุณแห่งพระวินัย ตรัสอานิสงส์แห่งการเรียนพระวินัย ทรงยกย่องโดยเฉพาะท่านอุบาลีเนืองๆ แก่ภิกษุทั้งหลาย โดยอเนกปริยาย ภิกษุทั้งหลายพากันกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคตรัสวินัยกถา ทรงพรรณนาคุณแห่งพระวินัย ตรัสอานิสงส์แห่งการเรียนพระวินัย ทรงยกย่องโดยเฉพาะท่าน พระอุบาลีเนืองๆ โดยอเนกปริยาย อาวุโสทั้งหลาย ดั่งนั้น พวกเราพากันเล่าเรียนพระวินัย ในสำนักท่านพระอุบาลีเถิด ก็ภิกษุเหล่านั้นมากเหล่า เป็นเถระก็มี เป็นมัชฌิมะก็มี เป็นนวกะ ก็มี ต่างพากันเล่าเรียนพระวินัยในสำนักท่านพระอุบาลี. ส่วนพระฉัพพัคคีย์ได้หารือกันว่า อาวุโสทั้งหลาย บัดนี้ ภิกษุเป็นอันมาก ทั้งเถระ มัชฌิมะและนวกะ พากันเล่าเรียนพระวินัยในสำนักท่านพระอุบาลี ถ้าภิกษุเหล่านี้จักเป็นผู้รู้พระ- *บัญญัติในพระวินัย ท่านจักฉุดกระชากผลักไสพวกเราได้ตามใจชอบ อย่ากระนั้นเลย พวกเรา จงช่วยกันก่นพระวินัยเถิด เมื่อตกลงดั่งนั้น พระฉัพพัคคีย์จึงเข้าไปหาภิกษุทั้งหลาย กล่าว อย่างนี้ว่า จะประโยชน์อะไรด้วยสิกขาบทเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ที่ยกขึ้นแสดงแล้ว ช่างเป็นไป เพื่อความรำคาญ เพื่อความลำบาก เพื่อความยุ่งเหยิงนี่กระไร. บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระฉัพพัคคีย์ จึงได้พากันก่นพระวินัยเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอช่วยกันก่น วินัย จริงหรือ? พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอจึงได้พากัน ก่นวินัยเล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๑๒๑. ๒. อนึ่ง ภิกษุใด เมื่อมีใครสวดปาติโมกข์อยู่ กล่าวอย่างนี้ว่า ประโยชน์อะไรด้วยสิกขาบทเล็กน้อยเหล่านี้ที่สวดขึ้นแล้ว ช่างเป็นไปเพื่อความรำคาญ เพื่อความลำบาก เพื่อความยุ่งเหยิงนี่กระไร เป็นปาจิตตีย์ เพราะก่นสิกขาบท. เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ. สิกขาบทวิภังค์

ข้อ ๖๘๖

โย ปนาติ โย ยาทิโส ฯเปฯ ภิกฺขูติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ ฯ ปาติโมกฺเข อุทฺทิสฺสมาเนติ อุทฺทิสฺสนฺเต วา อุทฺทิสาเปนฺเต วา สชฺฌายํ วา กโรนฺเต ฯ เอวํ วเทยฺยาติ กึ ปนิเมหิ ขุทฺทานุขุทฺทเกหิ สิกฺขาปเทหิ อุทฺทิฏฺเฐหิ ยาวเทว กุกฺกุจฺจาย วิเหสาย วิเลขาย สํวตฺตนฺติ เย อิมํ ปริยาปุณนฺติ เตสํ กุกฺกุจฺจํ โหติ วิเหสา โหติ วิเลขา โหติ เย อิมํ น ปริยาปุณนฺติ เตสํ กุกฺกุจฺจํ น โหติ วิเหสา น โหติ วิเลขา น โหติ อนุทฺทิฏฺฐํ อิทํ วรํ อนุคฺคหิตํ อิทํ วรํ อปริยาปุตํ อิทํ วรํ อธาริตํ อิทํ วรํ วินโย วา อนฺตรธายตุ อิเม วา ภิกฺขู อปกตญฺญุโน โหนฺตูติ อุปสมฺปนฺนสฺส วินยํ วิวณฺเณติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ ชื่อว่า ภิกษุ ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้. คำว่า เมื่อมีใครสวดปาติโมกข์อยู่ ความว่า เมื่อมีผู้ใดผู้หนึ่งยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง อยู่ก็ดี ให้ผู้อื่นยกขึ้นแสดงอยู่ก็ดี ท่องบ่นอยู่ก็ดี. คำว่า กล่าวอย่างนี้ ความว่า ก่นพระวินัยแก่อุปสัมบันว่า ก็จะประโยชน์อะไรด้วย สิกขาบทเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ที่ยกขึ้นแสดงแล้ว ช่างเป็นไปเพื่อความรำคาญ เพื่อความ ลำบาก เพื่อความยุ่งเหยิงนี่กระไร ความรำคาญ ความลำบาก ความยุ่งเหยิง ย่อมมีแก่พวก ภิกษุจำพวกที่เล่าเรียนพระวินัยนี้ แต่จำพวกที่ไม่เล่าเรียนหามีไม่ สิกขาบทนี้พวกท่านอย่ายกขึ้น แสดงดีกว่า สิกขาบทนี้พวกท่านไม่สำเหนียกดีกว่า สิกขาบทนี้พวกท่านไม่เรียนดีกว่า สิกขาบท นี้พวกท่านไม่ทรงจำดีกว่า พระวินัยจะได้สาบสูญ หรือภิกษุพวกนี้จะได้ไม่รู้พระบัญญัติ ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บทภาชนีย์ ติกะปาจิตตีย์

ข้อ ๖๘๗

อุปสมฺปนฺเน อุปสมฺปนฺนสญฺญี วินยํ วิวณฺเณติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อุปสมฺปนฺเน เวมติโก วินยํ วิวณฺเณติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อุปสมฺปนฺเน อนุปสมฺปนฺนสญฺญี วินยํ วิวณฺเณติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อญฺญํ ธมฺมํ วิวณฺเณติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺนสฺส วินยํ วา อญฺญํ วา ธมฺมํ วิวณฺเณติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺเน อุปสมฺปนฺนสญฺญี อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺเน เวมติโก อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺเน อนุปสมฺปนฺนสญฺญี อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ

อุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าอุปสัมบัน ก่นพระวินัย ต้องอาบัติปาจิตตีย์. อุปสัมบัน ภิกษุมีความสงสัย ก่นพระวินัย ต้องอาบัติปาจิตตีย์. อุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าอนุปสัมบัน ก่นพระวินัย ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ปัญจกะทุกกฏ ภิกษุก่นธรรมอย่างอื่น ต้องอาบัติทุกกฏ. ภิกษุก่นพระวินัยหรือพระธรรมอย่างอื่นแก่อนุปสัมบัน ต้องอาบัติทุกกฏ. อนุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าอุปสัมบัน ก่นพระวินัย ต้องอาบัติทุกกฏ. อนุปสัมบัน ภิกษุสงสัย ก่นพระวินัย ต้องอาบัติทุกกฏ. อนุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าอนุปสัมบัน ก่นพระวินัย ต้องอาบัติทุกกฏ. อนาปัตติวาร

ข้อ ๖๘๘

อนาปตฺติ น วิวณฺเณตุกาโม อิงฺฆ ตาว สุตฺตนฺเต วา คาถาโย วา อภิธมฺมํ วา ปริยาปุณสฺสุ ปจฺฉา วินยํ ปริยาปุณิสฺสสีติ ภณติ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ ทุติยสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ฯ --------

ภิกษุผู้ไม่ประสงค์จะก่น พูดตามเหตุว่า นิมนต์ท่านเรียนพระสูตร พระคาถา หรือพระอภิธรรมไปก่อนเถิด ภายหลังจึงค่อยเรียนพระวินัย ดังนี้ ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. สหธรรมิกวรรค สิกขาบทที่ ๒ จบ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย