คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๒ · มหาวิภังค์ ภาค ๒

ข้ออื่นในเล่มนี้

สิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การอยู่ปราศจากไตรจีวรแม้ราตรีหนึ่ง]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย การให้ภิกษุณีซักจีวรเก่า]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีอุปปลวัณณา [ว่าด้วย การรับจีวรจากมือภิกษุณี]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตรสิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การขอจีวรเกินกำหนด]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย มูลค่าจีวรของเจ้าทรัพย์รายเดียว]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย มูลค่าจีวรของเจ้าทรัพย์สองราย]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตรสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำสันถัตเจือด้วยไหม]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำสันถัตแห่งขนเจียมดำล้วน]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำสันถัตแห่งขนเจียมดำล้วน ๒ ส่วน]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การทำทรงสันถัตไว้ให้ได้ ๖ ฝน]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปเสนวังคันตบุตร [ว่าด้วย การทำสันถัตสำหรับนั่ง]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย การรับขนเจียม]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การซักขนเจียม]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การรับทองเงิน]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การซื้อขายด้วยรูปิยะ มีประการต่างๆ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การแลกเปลี่ยนมีประการต่างๆ]…สิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย บาตร]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย บาตรมีแผลหย่อนห้า]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระปิลินทวัจฉเถระ [ว่าด้วย เภสัช]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ผ้าอาบน้ำฝน]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การให้จีวรแล้วชิงเอามา]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การขอด้ายมาเอง]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การสั่งช่างหูก ให้ทอจีวร]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องมหาอำมาตย์คนหนึ่ง [ว่าด้วย อัจเจกจีวร]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย เสนาสนะป่าเป็นที่มีรังเกียจ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การน้อมลาภที่เขาจะถวายเป็นของสงฆ์]…บทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระหัตถกะศากยบุตร [ว่าด้วย พูดเท็จ]เรื่องพระฉัพพัคคีย์อุปสัมบันด่าอุปสัมบันอุปสัมบันด่าอนุปสัมบันอุปสัมบันล้ออุปสัมบันอุปสัมบันล้ออนุปสัมบันอนาปัตติวารเรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย สอนธรรมว่าพร้อมกัน]เรื่องพระนวกะสิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอนุรุทธเถระ [ว่าด้วย นอนร่วมกับมาตุคาม]เรื่องพระอุทายีสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุพวกฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา [ว่าด้วย บอกอุตตริมนุสสธรรม]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย บอกอาบัติชั่วหยาบ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี [ว่าด้วย ขุดดิน] หัวข้อประจำเรื่องสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี [ว่าด้วย พรากของเขียว]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย แกล้งกล่าวคำอื่น]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วย โพนทะนา]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุมากรูป [ว่าด้วย หลีกไปไม่เก็บเสนาสนะ]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย ใช้เสนาสนะแล้วไม่เก็บ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย นอนแทรกแซง]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย การฉุดคร่าภิกษุ]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วย นั่งนอนบนร่างร้าน]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย การสร้างวิหารใหญ่]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี [ว่าด้วย ใช้น้ำมีตัวสัตว์]…เรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระจูฬปันถกเถระ [ว่าด้วย สั่งสอนภิกษุณีเมื่ออาทิตย์ตกแล้ว]เรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย สั่งสอนภิกษุณี เพราะเห็นแก่ลาภ]เรื่องภิกษุรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย เย็บจีวร]เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย นั่งในที่ลับ] หัวข้อประจำเรื่องเรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องพระเทวทัตเรื่องบุรุษเข็ญใจเรื่องอุบาสิกาชื่อกาณมาตาเรื่องภิกษุหลายรูปสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วย ห้ามภัตแล้วถูกแค่นให้ฉัน]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย ฉันอาหารในเวลาวิกาล]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระเวฬัฏฐสีสเถระ [ว่าด้วย ฉันอาหารที่ทำการสั่งสม]เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องภิกษุรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระอานนท์ [ว่าด้วย แจกขนมแก่นักบวช]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย บอกให้กลับ]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย นั่งแทรกแซง]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย นั่งในที่กำบัง]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย นั่งในที่ลับ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย รับนิมนต์แล้วไปฉันที่อื่น]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องมหานามศากยะ [ว่าด้วย ปวารณาด้วยปัจจัย]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ไปดูกองทัพ]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย อยู่ในกองทัพ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ไปสู่สนามรบ] หัวข้อประจำเรื่องสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระสาคตะ [ว่าด้วย การดื่มสุรา]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การจี้]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย การเล่นน้ำ]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย ความไม่เอื้อเฟื้อ]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การหลอนภิกษุ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การติดไฟ]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระเจ้าพิมพิสาร [ว่าด้วย การอาบน้ำ]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย ของสำหรับทำให้เสียสี]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การวิกัปจีวร]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย การซ่อนจีวร] หัวข้อประจำเรื่องสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย แกล้งฆ่าสัตว์]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย บริโภคน้ำมีตัวสัตว์]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ฟื้นอธิกรณ์]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย ปิดอาบัติชั่วหยาบ]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องเด็กชายอุบาลี [ว่าด้วย อุปสมบทกุลบุตรมีอายุ หย่อน ๒๐ ปี]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย เดินทางร่วมกับพ่อค้าผู้เป็นโจร]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย ชักชวนมาตุคามเดินทางสายเดียวกัน]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระอริฏฐะ มิจฉาทิฏฐิ [ว่าด้วย พระอริฏฐะ]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การคบหากับภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกวัตร]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องสมณุทเทสกัณฑกะ มิจฉาทิฏฐิ [ว่าด้วย สมณุทเทสชื่อกัณฑกะ]…สิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย การว่ากล่าวโดยถูกธรรม]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การก่นสิกขาบท]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การแสร้งทำหลง]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การให้ประหาร]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การเงื้อหอกคือฝ่ามือ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การโจทด้วยอาบัติไม่มีมูล]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การแกล้งก่อความรำคาญ]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การแอบฟัง]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การคัดค้านกรรม]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การไม่ให้ฉันทะ]สิกขาบทที่ ๑๑ เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วย เรื่องท่านพระทัพพมัลลบุตร]สิกขาบทที่ ๑๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การน้อมลาภสงฆ์] หัวข้อประจำเรื่องเรื่องพระเจ้าปเสนทิโกศลสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย การเก็บรตนะ]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การเข้าบ้านในเวลาวิกาล]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การทำกล่องเข็ม]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย เตียงตั่งเกินประมาณ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย เตียงตั่งยัดนุ่น]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำผ้าสำหรับนั่ง]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำผ้าปิดฝี]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำผ้าอาบน้ำฝน]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระนันทะ [ว่าด้วย การทำจีวรเท่าสุคตจีวร] หัวข้อประจำเรื่องบทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๓ เรื่องตระกูลหนึ่งสิกขาบทที่ ๔ เรื่องคนรับใช้ของเจ้าศากยะบทสรุปวรรคที่ ๑ ปริมัณฑลวรรควรรคที่ ๒ อุชชัคฆิกวรรควรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรควรรคที่ ๔ สักกัจจวรรควรรคที่ ๕ กพฬวรรควรรคที่ ๖ สุรุสุรุวรรคปาทุกาวรรค สิกขาบทที่ ๑ธรรมคืออธิกรณสมถะคำนิคม

อรรถกถา

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย การฉุดคร่าภิกษุ]

ข้อ ๓๘๗–๓๙๑พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒๕ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

สตฺตมสิกฺขาปทํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ ๒. ภูตคามวรรค สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์

ข้อ ๓๘๗

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน สตฺตรสวคฺคิยา ภิกฺขู อญฺญตรํ ปจฺจนฺติมํ มหาวิหารํ ปฏิสงฺขโรนฺติ อิธ มยํ วสฺสํ วสิสฺสามาติ ฯ อทฺทสํสุ โข ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู สตฺตรสวคฺคิเย ภิกฺขู วิหารํ ปฏิสงฺขโรนฺเต ทิสฺวาน เอวมาหํสุ อิเม อาวุโส สตฺตรสวคฺคิยา ภิกฺขู วิหารํ ปฏิสงฺขโรนฺติ หนฺท เน วุฏฺฐาเปสฺสามาติ ฯ เอกจฺเจ เอวมาหํสุ อาคเมถาวุโส ยาว ปฏิสงฺขโรนฺติ ปฏิสงฺขเต วุฏฺฐาเปสฺสามาติ ฯ {๓๘๗.๑} อถโข ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู สตฺตรสวคฺคิเย ภิกฺขู เอตทโวจุํ อุฏฺเฐถาวุโส อมฺหากํ วิหาโร ปาปุณาตีติ ฯ นนุ อาวุโส ปฏิกจฺเจว อาจิกฺขิตพฺพํ มยญฺจ อญฺญํ ปฏิสงฺขเรยฺยามาติ ฯ นนุ อาวุโส สงฺฆิโก วิหาโรติ ฯ อามาวุโส สงฺฆิโก วิหาโรติ ฯ อุฏฺเฐถาวุโส อมฺหากํ วิหาโร ปาปุณาตีติ ฯ มหลฺลโก อาวุโส วิหาโร ตุเมฺหปิ วสถ มยํปิ วสิสฺสามาติ ฯ อุฏฺเฐถาวุโส อมฺหากํ วิหาโร ปาปุณาตีติ กุปิตา อนตฺตมนา คีวายํ คเหตฺวา นิกฺกฑฺฒนฺติ ฯ เต นิกฺกฑฺฒิยมานา โรทนฺติ ฯ ภิกฺขู เอวมาหํสุ กิสฺส ตุเมฺห อาวุโส โรทถาติ ฯ อิเม อาวุโส ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู กุปิตา อนตฺตมนา อเมฺห สงฺฆิกา วิหารา นิกฺกฑฺฒนฺตีติ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู กุปิตา อนตฺตมนา ภิกฺขู สงฺฆิกา วิหารา นิกฺกฑฺฒิสฺสนฺตีติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อถโข ภควา ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว กุปิตา อนตฺตมนา ภิกฺขู สงฺฆิกา วิหารา นิกฺกฑฺฒถาติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา กุปิตา อนตฺตมนา ภิกฺขู สงฺฆิกา วิหารา นิกฺกฑฺฒิสฺสถ เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ {๓๘๗.๒} โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ กุปิโต อนตฺตมโน สงฺฆิกา วิหารา นิกฺกฑฺเฒยฺย วา นิกฺกฑฺฒาเปยฺย วา ปาจิตฺติยนฺติ ฯ

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น พระสัตตรสวัคคีย์ปฏิสังขรณ์วิหารใหญ่ แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่สุดเขตวัด ด้วยหมายใจว่าพวกเราจักอยู่จำพรรษา ณ ที่นี้. พระฉัพพัคคีย์ได้ เห็นพระสัตตรสวัคคีย์ผู้กำลังปฏิสังขรณ์วิหาร ครั้นแล้วจึงพูดกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย พระสัตตรสวัคคีย์เหล่านี้ กำลังปฏิสังขรณ์วิหาร, อย่ากระนั้นเลย พวกเราจักไล่พวกเธอไปเสีย. ภิกษุบางเหล่าพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย โปรดรออยู่ก่อน จนกว่าเธอจะปฏิสังขรณ์เสร็จ เมื่อ เธอปฏิสังขรณ์เสร็จแล้วพวกเราจึงค่อยไล่ไป. ครั้นพระสัตตรสวัคคีย์ปฏิสังขรณ์เสร็จแล้ว. พระฉัพพัคคีย์ได้กล่าวคำนี้กะพระสัตตร- *สวัคคีย์ว่า อาวุโสทั้งหลาย พวกท่านจงย้ายไป วิหารถึงแก่พวกเรา. พระสัตตรสวัคคีย์ตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย พวกท่านควรจะบอกล่วงหน้ามิใช่หรือ? พวก ผมจะได้ปฏิสังขรณ์วิหารหลังอื่น. ฉ. อาวุโสทั้งหลาย วิหารเป็นของสงฆ์มิใช่หรือ? ส. ขอรับ วิหารเป็นของสงฆ์. ฉ. พวกท่านจงย้ายไป วิหารถึงแก่พวกเรา. ส. วิหารหลังใหญ่ แม้พวกท่านก็อยู่ได้ แม้พวกผมก็จักอยู่. พระฉัพพัคคีย์กล่าวว่า พวกท่านจงย้ายออกไป วิหารถึงแก่พวกเรา ดังนี้แล้ว ทำเป็น โกรธ ขัดใจ จับคอฉุดคร่าออกไป. พระสัตตรสวัคคีย์ถูกฉุดคร่าออกไปก็ร้องไห้. ภิกษุทั้งหลายพากันถามอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย พวกท่านร้องไห้ทำไม?. พระสัตตรสวัคคีย์ตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย พระฉัพพัคคีย์พวกนี้โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่า พวกข้าพเจ้าออกไปจากวิหารของสงฆ์. บรรดาภิกษุที่มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระฉัพพัคคีย์จึง ได้โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าภิกษุทั้งหลายออกจากวิหารของสงฆ์เล่า? แล้วกราบทูลเนื้อความนั้นแด่ พระผู้มีพระภาค. ทรงสอบถาม ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอโกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าภิกษุทั้งหลายออกจากวิหารของสงฆ์ จริงหรือ? พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉน พวกเธอจึงได้โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าภิกษุทั้งหลายออกจากวิหารของสงฆ์เล่า? การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไป เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๖๖. ๗. อนึ่ง ภิกษุใด โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าก็ดีให้ฉุดคร่าก็ดี ซึ่งภิกษุจาก วิหารของสงฆ์ เป็นปาจิตตีย์. เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ จบ. สิกขาบทวิภังค์

ข้อ ๓๘๘

โย ปนาติ โย ยาทิโส ฯเปฯ ภิกฺขูติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ ฯ ภิกฺขุนฺติ อญฺญํ ภิกฺขุํ ฯ กุปิโต อนตฺตมโนติ อนภิรทฺโธ อาหตจิตฺโต ขิลชาโต ฯ

บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุ ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้. บทว่า ซึ่งภิกษุ ได้แก่ภิกษุอื่น. บทว่า โกรธ ขัดใจ คือ ไม่พอใจ แค้นใจ เจ็บใจ.

ข้อ ๓๘๙

สงฺฆิโก นาม วิหาโร สงฺฆสฺส ทินฺโน โหติ ปริจฺจตฺโต ฯ นิกฺกฑฺเฒยฺยาติ คพฺเภ คเหตฺวา ปมุขํ นิกฺกฑฺฒติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ปมุเข คเหตฺวา พหิ นิกฺกฑฺฒติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ เอเกน ปโยเคน พหุเกปิ ทฺวาเร อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ นิกฺกฑฺฒาเปยฺยาติ อญฺญํ อาณาเปสิ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ สกึ อาณตฺโต พหุเกปิ ทฺวาเร อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

วิหารที่ชื่อว่า ของสงฆ์ ได้แก่วิหารที่เขาถวายแล้ว สละแล้วแก่สงฆ์. บทว่า ฉุดคร่า คือ จับในห้องฉุดคร่าออกไปหน้ามุข, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. จับที่หน้ามุขฉุดคร่าออกไปข้างนอก, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ให้ก้าวพ้นประตูแม้หลายแห่ง ด้วยประโยคเดียว, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บทว่า ให้ฉุดคร่า ความว่า ใช้ผู้อื่น, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ใช้ครั้งเดียวให้ก้าวพ้นประตู แม้หลายแห่ง, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บทภาชนีย์ ติกะปาจิตตีย์

ข้อ ๓๙๐

สงฺฆิเก สงฺฆิกสญฺญี กุปิโต อนตฺตมโน นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ สงฺฆิเก เวมติโก กุปิโต อนตฺตมโน นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ สงฺฆิเก ปุคฺคลิกสญฺญี กุปิโต อนตฺตมโน นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ {๓๙๐.๑} ตสฺส ปริกฺขารํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ วิหารสฺส อุปจารา วา อุปฏฺฐานสาลาย วา มณฺฑปา วา รุกฺขมูลา วา อชฺโฌกาสา วา นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ตสฺส ปริกฺขารํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺนํ วิหารา วา วิหารสฺส อุปจารา วา อุปฏฺฐานสาลาย วา มณฺฑปา วา รุกฺขมูลา วา อชฺโฌกาสา วา นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ตสฺส ปริกฺขารํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๓๙๐.๒} ปุคฺคลิเก สงฺฆิกสญฺญี อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ปุคฺคลิเก เวมติโก อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ปุคฺคลิเก ปุคฺคลิกสญฺญี อญฺญสฺส ปุคฺคลิเก อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อตฺตโน ปุคฺคลิเก อนาปตฺติ ฯ

วิหารของสงฆ์ ภิกษุสำคัญว่าของสงฆ์ โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่า ก็ดี, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. วิหารของสงฆ์ ภิกษุสงสัย โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่าก็ดี, ต้อง อาบัติปาจิตตีย์. วิหารของสงฆ์ ภิกษุสำคัญว่าของบุคคล โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่าก็ดี, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ทุกกฏ ภิกษุขนก็ดี ให้ขนก็ดี ซึ่งบริขารของภิกษุนั้น, ต้องอาบัติทุกกฏ. ภิกษุฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่าก็ดี ออกไปจากอุปจารวิหารก็ดี จากโรงฉันก็ดี จากปะรำก็ดี จากใต้ต้นไม้ก็ดี จากที่แจ้งก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ. ภิกษุขนก็ดี ให้ขนก็ดี ซึ่งบริขารของภิกษุนั้น ต้องอาบัติทุกกฏ. ภิกษุฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่าก็ดี ซึ่งอนุปสัมบัน จากวิหารก็ดี จากอุปจารวิหารก็ดี จาก โรงฉันก็ดี จากปะรำก็ดี จากใต้ต้นไม้ก็ดี จากที่แจ้งก็ดี, ต้องอาบัติทุกกฏ. ภิกษุขนก็ดี ให้ขนก็ดี ซึ่งบริขารของอนุปสัมบัน, ต้องอาบัติทุกกฏ. วิหารของบุคคล ภิกษุสำคัญว่าของสงฆ์ ..., ต้องอาบัติทุกกฏ. วิหารของบุคคล ภิกษุสงสัย ..., ต้องอาบัติทุกกฏ. วิหารของบุคคล ภิกษุสำคัญว่าของบุคคล ..., ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะเป็นของส่วนตัว ของผู้อื่น. วิหารเป็นส่วนตัวของตน ..., ไม่ต้องอาบัติ. อนาปัตติวาร

ข้อ ๓๙๑

อนาปตฺติ อลชฺชึ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา ตสฺส ปริกฺขารํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อุมฺมตฺตกํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา ตสฺส ปริกฺขารํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา ภณฺฑนการกํ วา กลหการกํ วา วิวาทการกํ วา ภสฺสการกํ วา สงฺเฆ อธิกรณการกํ วา นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา ตสฺส ปริกฺขารํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อนฺเตวาสิกํ วา สทฺธิวิหาริกํ วา น สมฺมาวตฺตนฺตํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา ตสฺส ปริกฺขารํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ สตฺตมสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ฯ -------

ภิกษุฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่าก็ดี ซึ่งภิกษุอลัชชี ๑ ภิกษุขนก็ดี ให้ขนก็ดี ซึ่งบริขารของภิกษุอลัชชี ๑ ภิกษุฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่าก็ดี ซึ่งภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุขนก็ดี ให้ขนก็ดี ซึ่งบริขารของภิกษุวิกลจริตนั้น ๑ ภิกษุฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่าก็ดี ซึ่งภิกษุผู้ก่อการ บาดหมางก็ดี ก่อการทะเลาะก็ดี การก่อการวิวาทก็ดี ก่อความอื้อฉาวก็ดี ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ก็ดี ๑ ภิกษุขนก็ดี ให้ขนก็ดี ซึ่งบริขารของภิกษุผู้ก่อการบาดหมางเป็นต้นนั้น ๑ ภิกษุฉุดคร่าก็ดี ให้ฉุดคร่าก็ดี ซึ่งอันเตวาสิก หรือสัทธิวิหารริก ผู้ประพฤติไม่เรียบร้อย ๑, ภิกษุขนก็ดี ให้ขนก็ดี ซึ่งบริขารของอันเตวาสิกหรือสัทธิวิหาริกนั้น ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ภูตคามวรรค สิกขาบทที่ ๗ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย