คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๒ · มหาวิภังค์ ภาค ๒

ข้ออื่นในเล่มนี้

สิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การอยู่ปราศจากไตรจีวรแม้ราตรีหนึ่ง]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย การให้ภิกษุณีซักจีวรเก่า]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีอุปปลวัณณา [ว่าด้วย การรับจีวรจากมือภิกษุณี]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตรสิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การขอจีวรเกินกำหนด]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย มูลค่าจีวรของเจ้าทรัพย์รายเดียว]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย มูลค่าจีวรของเจ้าทรัพย์สองราย]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตรสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำสันถัตเจือด้วยไหม]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำสันถัตแห่งขนเจียมดำล้วน]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำสันถัตแห่งขนเจียมดำล้วน ๒ ส่วน]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การทำทรงสันถัตไว้ให้ได้ ๖ ฝน]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปเสนวังคันตบุตร [ว่าด้วย การทำสันถัตสำหรับนั่ง]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย การรับขนเจียม]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การซักขนเจียม]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การรับทองเงิน]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การซื้อขายด้วยรูปิยะ มีประการต่างๆ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การแลกเปลี่ยนมีประการต่างๆ]…สิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย บาตร]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย บาตรมีแผลหย่อนห้า]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระปิลินทวัจฉเถระ [ว่าด้วย เภสัช]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ผ้าอาบน้ำฝน]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การให้จีวรแล้วชิงเอามา]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การขอด้ายมาเอง]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การสั่งช่างหูก ให้ทอจีวร]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องมหาอำมาตย์คนหนึ่ง [ว่าด้วย อัจเจกจีวร]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย เสนาสนะป่าเป็นที่มีรังเกียจ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การน้อมลาภที่เขาจะถวายเป็นของสงฆ์]…บทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระหัตถกะศากยบุตร [ว่าด้วย พูดเท็จ]เรื่องพระฉัพพัคคีย์อุปสัมบันด่าอุปสัมบันอุปสัมบันด่าอนุปสัมบันอุปสัมบันล้ออุปสัมบันอุปสัมบันล้ออนุปสัมบันอนาปัตติวารเรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย สอนธรรมว่าพร้อมกัน]เรื่องพระนวกะสิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอนุรุทธเถระ [ว่าด้วย นอนร่วมกับมาตุคาม]เรื่องพระอุทายีสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุพวกฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา [ว่าด้วย บอกอุตตริมนุสสธรรม]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย บอกอาบัติชั่วหยาบ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี [ว่าด้วย ขุดดิน] หัวข้อประจำเรื่องสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี [ว่าด้วย พรากของเขียว]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย แกล้งกล่าวคำอื่น]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วย โพนทะนา]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุมากรูป [ว่าด้วย หลีกไปไม่เก็บเสนาสนะ]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย ใช้เสนาสนะแล้วไม่เก็บ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย นอนแทรกแซง]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย การฉุดคร่าภิกษุ]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วย นั่งนอนบนร่างร้าน]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย การสร้างวิหารใหญ่]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี [ว่าด้วย ใช้น้ำมีตัวสัตว์]…เรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระจูฬปันถกเถระ [ว่าด้วย สั่งสอนภิกษุณีเมื่ออาทิตย์ตกแล้ว]เรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย สั่งสอนภิกษุณี เพราะเห็นแก่ลาภ]เรื่องภิกษุรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย เย็บจีวร]เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย นั่งในที่ลับ] หัวข้อประจำเรื่องเรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องพระเทวทัตเรื่องบุรุษเข็ญใจเรื่องอุบาสิกาชื่อกาณมาตาเรื่องภิกษุหลายรูปสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วย ห้ามภัตแล้วถูกแค่นให้ฉัน]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย ฉันอาหารในเวลาวิกาล]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระเวฬัฏฐสีสเถระ [ว่าด้วย ฉันอาหารที่ทำการสั่งสม]เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องภิกษุรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระอานนท์ [ว่าด้วย แจกขนมแก่นักบวช]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย บอกให้กลับ]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย นั่งแทรกแซง]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย นั่งในที่กำบัง]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย นั่งในที่ลับ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย รับนิมนต์แล้วไปฉันที่อื่น]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องมหานามศากยะ [ว่าด้วย ปวารณาด้วยปัจจัย]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ไปดูกองทัพ]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย อยู่ในกองทัพ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ไปสู่สนามรบ] หัวข้อประจำเรื่องสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระสาคตะ [ว่าด้วย การดื่มสุรา]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การจี้]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย การเล่นน้ำ]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย ความไม่เอื้อเฟื้อ]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การหลอนภิกษุ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การติดไฟ]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระเจ้าพิมพิสาร [ว่าด้วย การอาบน้ำ]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย ของสำหรับทำให้เสียสี]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การวิกัปจีวร]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย การซ่อนจีวร] หัวข้อประจำเรื่องสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย แกล้งฆ่าสัตว์]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย บริโภคน้ำมีตัวสัตว์]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ฟื้นอธิกรณ์]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย ปิดอาบัติชั่วหยาบ]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องเด็กชายอุบาลี [ว่าด้วย อุปสมบทกุลบุตรมีอายุ หย่อน ๒๐ ปี]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย เดินทางร่วมกับพ่อค้าผู้เป็นโจร]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย ชักชวนมาตุคามเดินทางสายเดียวกัน]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระอริฏฐะ มิจฉาทิฏฐิ [ว่าด้วย พระอริฏฐะ]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การคบหากับภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกวัตร]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องสมณุทเทสกัณฑกะ มิจฉาทิฏฐิ [ว่าด้วย สมณุทเทสชื่อกัณฑกะ]…สิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย การว่ากล่าวโดยถูกธรรม]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การก่นสิกขาบท]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การแสร้งทำหลง]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การให้ประหาร]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การเงื้อหอกคือฝ่ามือ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การโจทด้วยอาบัติไม่มีมูล]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การแกล้งก่อความรำคาญ]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การแอบฟัง]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การคัดค้านกรรม]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การไม่ให้ฉันทะ]สิกขาบทที่ ๑๑ เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วย เรื่องท่านพระทัพพมัลลบุตร]สิกขาบทที่ ๑๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การน้อมลาภสงฆ์] หัวข้อประจำเรื่องเรื่องพระเจ้าปเสนทิโกศลสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย การเก็บรตนะ]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การเข้าบ้านในเวลาวิกาล]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การทำกล่องเข็ม]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย เตียงตั่งเกินประมาณ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย เตียงตั่งยัดนุ่น]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำผ้าสำหรับนั่ง]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำผ้าปิดฝี]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำผ้าอาบน้ำฝน]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระนันทะ [ว่าด้วย การทำจีวรเท่าสุคตจีวร] หัวข้อประจำเรื่องบทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๓ เรื่องตระกูลหนึ่งสิกขาบทที่ ๔ เรื่องคนรับใช้ของเจ้าศากยะบทสรุปวรรคที่ ๑ ปริมัณฑลวรรควรรคที่ ๒ อุชชัคฆิกวรรควรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรควรรคที่ ๔ สักกัจจวรรควรรคที่ ๕ กพฬวรรควรรคที่ ๖ สุรุสุรุวรรคปาทุกาวรรค สิกขาบทที่ ๑ธรรมคืออธิกรณสมถะคำนิคม

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย การเก็บรตนะ]

ข้อ ๗๓๘–๗๔๓พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒๖ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ ๙. รตนวรรค สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันอาราม ของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งอาบน้ำอยู่ในแม่น้ำอจิรวดี แม้พราหมณ์คนหนึ่งวางถุงเงินประมาณ ๕๐๐ กษาปณ์ไว้บนบก แล้วลงอาบน้ำในแม่น้ำอจิรวดี เสร็จแล้วได้ลืมถุงทรัพย์นั้นไว้ ไปแล้ว จึงภิกษุนั้นได้เก็บไว้ด้วยสำคัญว่า นี้ถุงทรัพย์ของพราหมณ์ นั้น อย่าได้หายเสียเลย ฝ่ายพราหมณ์นั้นนึกขึ้นได้ รีบวิ่งมาถามภิกษุนั้นว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า พระคุณเจ้าเห็นถุงทรัพย์ของข้าพเจ้าบ้างไหม? ภิกษุนั้นได้คืนให้พร้อมกับกล่าวว่า เชิญรับไปเถิด ท่านพราหมณ์. พราหมณ์ฉุกคิดขึ้นได้ในขณะนั้นว่า ด้วยอุบายอย่างไรหนอ เราจึงจะไม่ต้องให้ค่าไถ่ ร้อยละห้าแก่ภิกษุนี้ จึงพูดเป็นเชิงขู่ขึ้นว่า ทรัพย์ของข้าพเจ้าไม่ใช่ ๕๐๐ กษาปณ์ ของข้าพเจ้า ๑,๐๐๐ กษาปณ์ ดังนี้ แล้วปล่อยตัวไป ครั้นภิกษุนั้นไปถึงพระอารามแล้ว ได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุ ทั้งหลาย. บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุจึงได้เก็บ เอาสิ่งรตนะเล่า ... แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุรูปนั้นว่า ดูกรภิกษุ ข่าวว่า เธอเก็บเอารัตนะไว้ จริงหรือ? ภิกษุรูปนั้นทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ ไฉนเธอจึงได้เก็บเอารัตนะเล่า การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความ เลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๑๓๓. ๒. อนึ่ง ภิกษุใด เก็บเอาก็ดี ให้เก็บเอาก็ดี ซึ่งรัตนะ ก็ดี ซึ่งของที่ สมมติว่ารัตนะก็ดี เป็นปาจิตตีย์. ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง จบ. เรื่องนางวิสาขามิคารมาตา

สมัยต่อมา ในพระนครสาวัตถี มีมหรสพ ประชาชนต่างประดับประดาตกแต่ง ร่างกาย แล้วพากันไปเที่ยวชมสวน แม้นางวิสาขามิคารมาตาก็ประดับประดาตกแต่งร่างกายออก จากบ้านไปด้วยตั้งใจว่า จักไปเที่ยวชมสวน แล้วหวนคิดขึ้นว่า เราจักไปสวนทำไม เราเข้าเฝ้า พระผู้มีพระภาคดีกว่า ดังนี้แล้วได้เปลื้องเครื่องประดับออก ห่อด้วยผ้าห่มมอบให้แก่ทาสี สั่งว่า แม่สาวใช้ เธอจงถือห่อเครื่องประดับนี้ไว้ ครั้นแล้วเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้นางวิสาขามิคารมาตาผู้นั่งเรียบร้อยแล้ว เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา. ครั้นนางวิสาขามิคารมาตาอันพระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาแล้ว ลุกจากที่นั่ง ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณหลีกไปแล้ว. ฝ่ายทาสีคนนั้น ได้ลืมห่อเครื่องประดับนั้นไปแล้ว ภิกษุทั้งหลายพบเห็น จึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น พวกเธอจงเก็บ เอามารักษาไว้. พระพุทธานุญาตพิเศษให้เก็บรัตนะ ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้เก็บ หรือใช้ให้เก็บ ซึ่งรัตนะก็ดี ซึ่งของที่สมมติว่ารัตนะก็ดี ในวัดที่อยู่ แล้วรักษาไว้ ด้วยหมายว่า ของผู้ใด ผู้นั้น จะได้นำไป. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระอนุบัญญัติ ๑ ๑๓๓. ๒. ก. อนึ่ง ภิกษุใด เก็บเอาก็ดี ให้เก็บเอาก็ดี ซึ่งรัตนะก็ดี ซึ่งของ ที่สมมติว่ารัตนะก็ดี เว้นไว้แต่ในวัดที่อยู่ เป็นปาจิตตีย์. ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ ฉะนี้. เรื่องนางวิสาขามิคารมาตา จบ. เรื่องคนใช้ของอนาถบิณฑิกคหบดี

ก็โดยสมัยนั้นแล อนาถบิณฑิกคหบดี มีโรงงานอยู่ในกาสีชนบท และคหบดี นั้นได้สั่งบุรุษคนสนิทไว้ว่า ถ้าพระคุณเจ้าทั้งหลายมา เจ้าพึงแต่งอาหารถวาย. ครั้นต่อมา ภิกษุ หลายรูป ไปเที่ยวจาริกในกาสีชนบท ได้เดินผ่านเข้าไปทางโรงงานของอนาถบิณฑิกคหบดี บุรุษ นั้นได้แลเห็นภิกษุเหล่านั้นเดินมาแต่ไกลเทียว ครั้นแล้วจึงเข้าไปหาภิกษุเหล่านั้น กราบไหว้แล้ว ได้กล่าวอาราธนาว่า ท่านเจ้าข้า ขอพระคุณเจ้าทั้งหลาย จงรับนิมนต์ฉันภัตตาหารของท่านคหบดี ในวันพรุ่งนี้. ภิกษุเหล่านั้นรับนิมนต์ด้วยอาการดุษณีภาพ. จึงบุรุษนั้น สั่งให้ตกแต่งของเคี้ยว ของฉัน อันประณีตโดยล่วงราตรีนั้นแล้วให้คนไป บอกภัตตกาล แล้วถอดแหวนวางไว้ อังคาสภิกษุเหล่านั้นด้วยภัตตาหาร แล้วกล่าวว่า นิมนต์ พระคุณเจ้าฉันแล้วกลับได้ แม้กระผมก็จักไปสู่โรงงานดังนี้ ได้ลืมแหวนนั้น ไปแล้ว. ภิกษุทั้งหลายพบเห็นแล้ว ปรึกษากันว่า ถ้าพวกเราไปเสีย แหวนวงนี้จักหาย แล้วได้ อยู่ในที่นั้นเอง. ครั้นบุรุษนั้นกลับมาจากโรงงาน เห็นภิกษุเหล่านั้นจึงถามว่า เพราะเหตุไร พระคุณเจ้า ทั้งหลายจึงยังอยู่ในที่นี้เล่า ขอรับ. จึงภิกษุเหล่านั้นได้บอกเรื่องราวนั้นแก่เขา ครั้นเธอไปถึงพระนครสาวัตถีแล้ว ได้เล่า เรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระพุทธานุญาตพิเศษ ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้เก็บเอาก็ดี ใช้ให้ เก็บเอาก็ดี ซึ่งรัตนะก็ดี ซึ่งของที่สมมติว่ารัตนะก็ดี ในวัดที่อยู่ก็ดี ในที่อยู่พักก็ดี แล้วเก็บ รักษาไว้ด้วยหมายว่า เป็นของผู้ใด ผู้นั้นจะได้นำไป. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระอนุบัญญัติ ๒ ๑๓๓. ๒. ข. อนึ่ง ภิกษุใด เก็บเอาก็ดี ให้เก็บเอาก็ดี ซึ่งรัตนะก็ดี ซึ่งของ ที่สมมติว่ารัตนะก็ดี เว้นไว้แต่ในวัดที่อยู่ก็ดี ในที่อยู่พักก็ดี เป็นปาจิตตีย์. และภิกษุ เก็บเอาก็ดี ให้เก็บเอาก็ดี ซึ่งรัตนะก็ดี ซึ่งของที่สมมติว่ารัตนะก็ดี ในวัดที่อยู่ก็ดี ในที่อยู่พักก็ดี แล้วพึงเก็บไว้ด้วยหมายว่า ของผู้ใด ผู้นั้นจะได้นำไป นี้เป็นสามีจิ- *กรรมในเรื่องนั้น. เรื่องคนใช้ของอนาถบิณฑิกคหบดี จบ. สิกขาบทวิภังค์

บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ ชื่อว่า ภิกษุ ที่ทรง ประสงค์ในอรรถนี้. ที่ชื่อว่า รัตนะ ได้แก่ แก้วมุกดา แก้วมณี แก้วไพฑูรย์ สังข์ ศิลา แก้วประพาฬ เงิน ทอง แก้วทับทิม แก้วลาย นี้ชื่อว่ารัตนะ. ที่ชื่อว่า ของที่สมมติว่ารัตนะ ได้แก่ เครื่องอุปโภค เครื่องบริโภค ของมวลมนุษย์ นี้ชื่อว่าของที่สมมติว่ารัตนะ. คำว่า เว้นไว้แต่ในวัดที่อยู่ก็ดี ในที่อยู่พักก็ดี คือ ยกเว้นแต่ภายในวัดที่อยู่ ภาย ในที่อยู่พัก. ที่ชื่อว่า ภายในวัดที่อยู่ คือ สำหรับวัดที่มีเครื่องล้อม กำหนดภายในวัด สำหรับ วัดที่ไม่มีเครื่องล้อม กำหนดอุปจารวัด. ที่ชื่อว่า ภายในที่อยู่พัก คือ สำหรับที่อยู่พักที่มีเครื่องล้อม ได้แก่ ภายในที่อยู่พัก สำหรับที่อยู่พักที่ไม่มีเครื่องล้อม ได้แก่อุปจารที่อยู่พัก. บทว่า เก็บเอา คือ ถือเอาเอง ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บทว่า ให้เก็บเอา คือ ให้คนอื่นถือเอา ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

คำว่า และภิกษุเก็บเอาก็ดี ให้เก็บเอาก็ดี ซึ่งรัตนะก็ดี ซึ่งของที่สมมติ ว่ารัตนะก็ดี ในวัดที่อยู่ก็ดี ในที่อยู่พักก็ดี แล้วพึงเก็บไว้ นั้น ความว่า ภิกษุพึงทำ เครื่องหมายตามรูปหรือตามนิมิตเก็บไว้ แล้วพึงประกาศว่าสิ่งของ ของผู้ใดหาย ผู้นั้นจงมารับไป ถ้าเขามาในที่นั้น พึงสอบถามเขาว่า สิ่งของของท่านเป็นเช่นไร ถ้าเขาบอกรูปพรรณหรือตำหนิ ถูกต้อง พึงให้ไป ถ้าบอกไม่ถูกต้อง พึงบอกเขาว่า จงค้นหาเอาเอง. เมื่อจะหลีกไปจากอาวาส นั้น พึงมอบไว้ในมือของภิกษุผู้สมควรที่อยู่ในวัดนั้น แล้วจึงหลีกไป ถ้าภิกษุผู้สมควรไม่มี พึง มอบไว้ในมือของคหบดีผู้สมควรที่อยู่ในตำบลนั้น แล้วจึงหลีกไป. คำว่า นี้เป็นสามีจิกรรมในเรื่องนั้น ความว่า นี้เป็นมารยาทที่ดียิ่งในเรื่องนั้น. อนาปัตติวาร

ภิกษุเก็บเอาก็ดี ให้เก็บเอาก็ดี ซึ่งรัตนะก็ดี ซึ่งของที่สมมติว่ารัตนะก็ดี ใน วัดที่อยู่ก็ดี ในที่อยู่พักก็ดี แล้วเก็บไว้ด้วยหมายว่า ของผู้ใด ผู้นั้นจะได้นำไป ดังนี้ ๑ ภิกษุ ถือวิสาสะของที่สมมติว่ารัตนะ ๑ ภิกษุถือเป็นของขอยืม ๑ ภิกษุเข้าใจว่าเป็นของบังสุกุล ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. รตนวรรค สิกขาบทที่ ๒ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย