นวสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต นวสูตร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผ้าเปลือกไม้แม้ยังใหม่ ก็เป็นของ มีสีไม่สวย มีสัมผัสไม่สบาย ทั้งมีราคาน้อย ผ้าเปลือกไม้แม้กลางเก่ากลางใหม่ ก็เป็นของมีสีไม่สวย มีสัมผัสไม่สบาย ทั้งมีราคาน้อย ผ้าเปลือกไม้เป็นของเก่า ก็เป็นของมีสีไม่สวย มีสัมผัสไม่สบาย ทั้งมีราคาน้อย มนุษย์ทั้งหลาย ย่อมทำ ผ้าเปลือกไม้ที่เก่าแล้วให้เป็นผ้าสำหรับเช็ดหม้อข้าว หรือทิ้งมันเสียที่กองหยากเยื่อ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ภิกษุแม้ยังใหม่ แต่เป็นคน ทุศีล มีธรรมเลวทราม เราย่อมกล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีชื่อเสียงไม่ดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลชนิดนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ที่มีสี ไม่สวยฉะนั้น ชนเหล่าใดคบหา เข้าไปนั่งใกล้ ถือเอาเขาเป็นตัวอย่าง กิริยาที่ คบหาเป็นต้นนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์แก่ชนเหล่านั้นสิ้น กาลนาน เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีการติดต่อก่อให้เกิดทุกข์ ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย บุคคลชนิดนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ที่มีสัมผัส ไม่สบายฉะนั้น และภิกษุนั้นรับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย เภสัชบริขารของชนเหล่าใด การรับของนั้นไม่มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มากแก่ชน เหล่านั้น เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นคนมีค่าน้อย บุคคลชนิดนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ที่มีราคาน้อยฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุแม้ปูน กลาง ฯลฯ ภิกษุแม้ปูนเถระ แต่หากว่าเป็นคนทุศีล มีธรรมเลวทราม เราย่อม กล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีชื่อเสียงไม่ดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลชนิดนี้ เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ที่มีสีไม่สวยฉะนั้น ชนเหล่าใดคบหา เข้าไปนั่งใกล้ ถือเอาเขาเป็นตัวอย่าง กิริยาที่คบหาเป็นต้นนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อ ไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์แก่ชนเหล่านั้นสิ้นกาลนาน เรากล่าวเช่นนี้ เพราะ ภิกษุนั้นเป็นผู้มีการติดต่อก่อให้เกิดทุกข์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลชนิดนี้เรากล่าว ว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ที่มีสัมผัสไม่สบายฉะนั้นแล และภิกษุนั้นรับ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารของชนเหล่าใด การ รับของนั้น ไม่มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มากแก่ชนเหล่านั้น เรากล่าวเช่นนี้ เพราะ ภิกษุนั้นเป็นคนมีค่าน้อย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลชนิดนี้ เรากล่าวว่า มีอุปมา เหมือนกับผ้าเปลือกไม้ซึ่งเป็นของมีราคาน้อย ฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุผู้เป็นปูนเถระเห็นปานนี้ ย่อมจะต้องพูดในท่ามกลางสงฆ์ ภิกษุทั้งหลายได้ กล่าวกับเธอนั้นอย่างนี้ว่า ต้องการอะไรด้วยถ้อยคำที่ท่านผู้เป็นพาลไม่เฉียบแหลม ได้กล่าวไว้แล้ว ถึงท่านก็เข้าใจถ้อยคำที่ท่านควรกล่าวได้ เธอโกรธ ขัดเคือง เปล่งวาจาที่เป็นเหตุทำให้สงฆ์ยกวัตรตนเสีย เหมือนผ้าเปลือกไม้ที่เขาทิ้งที่กอง หยากเยื่อ ฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผ้าแคว้นกาสีที่ยังใหม่ เป็นของมีสีสวย มีสัมผัสสบาย ทั้งมีราคามาก ผ้าแคว้นกาสีกลางเก่ากลางใหม่ เป็นของมีสีสวย มีสัมผัสสบาย ทั้งมีราคามาก ผ้าแคว้นกาสีแม้เก่าแล้ว ก็เป็นของมีสีสวย มี สัมผัสสบาย ทั้งมีราคามาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ทั้งหลาย ย่อมทำผ้าแคว้น กาสีแม้ที่เก่าเป็นผ้าห่อรัตนะ หรือเอาใส่ไว้ในหีบของหอม ฉันใด ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ภิกษุแม้ยังใหม่ เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีชื่อเสียงดี บุคคลเช่นนี้เรากล่าวว่า มีอุปมา เหมือนกับผ้าแคว้นกาสีมีสีสวยสดฉะนั้น และชนเหล่าใดคบหา เข้าไปนั่งใกล้ ถือเอาเขาเป็นตัวอย่าง กิริยาที่คบหาเป็นต้นนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อ ความสุขแก่ชนเหล่านั้นสิ้นกาลนาน เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุเช่นนั้นเป็นผู้มี การติดต่อก่อให้เกิดสุข บุคคลเช่นนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนผ้าแคว้นกาสีมี สัมผัสสบายฉะนั้น และภิกษุนั้นรับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย- *เภสัชบริขารของชนเหล่าใด การรับของนั้นมีผลมาก มีอานิสงส์มากแก่ชน เหล่านั้น เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีค่ามาก บุคคลเช่นนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าแคว้นกาสีมีราคามากฉะนั้น ภิกษุแม้ปูนกลาง ฯลฯ ภิกษุแม้ ปูนเถระ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุเถระเห็นปานดังนี้ ย่อมพูดใน ท่ามกลางสงฆ์ ภิกษุทั้งหลายได้กล่าวกับเธอนั้นอย่างนี้ว่า จงสงบเสียงเสียเถิด ท่านทั้งหลาย ภิกษุผู้เถระจะกล่าวธรรม กล่าววินัย ดังนี้ เพราะเหตุนั้นแหละ ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเป็นดังผ้าแคว้นกาสี จักไม่ เป็นดังผ้าเปลือกไม้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล ฯ
๑๐๐ นโวปิ ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ จ โหติ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆ จ มชฺฌิโมปิ ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ จ โหติ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆ จ ชิณฺโณปิ ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ จ โหติ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆ จ ฯ ชิณฺณมฺปิ ภิกฺขเว โปตฺถกํ อุกฺขลิปริมทฺทนํ วา กโรนฺติ สงฺการกูเฏ วา นํ ฉฑฺเฑนฺติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว นโว เจปิ ภิกฺขุ โหติ ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม อิทมสฺส ทุพฺพณฺณตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ เตสนฺตํ โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย อิทมสฺส ทุกฺขสมฺผสฺสตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุกฺขสมฺผสฺโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เยสํ โข ปน ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เตสนฺตํ น มหปฺผลํ โหติ น มหานิสํสํ อิทมสฺส อปฺปคฺฆตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก อปฺปคฺโฆ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๕๓๙.๑} มชฺฌิโม เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โหติ ฯเปฯ เถโร เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โหติ ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม อิทมสฺส ทุพฺพณฺณตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ เตสนฺตํ โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย อิทมสฺส ทุกฺขสมฺผสฺสตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุกฺขสมฺผสฺโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เยสํ โข ปน ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลาน- ปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เตสนฺตํ น มหปฺผลํ โหติ น มหานิสํสํ อิทมสฺส อปฺปคฺฆตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก อปฺปคฺโฆ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เอวรูโป จายํ ภิกฺขเว เถโร ภิกฺขุ สงฺฆมชฺเฌ ภณติ ฯ ตเมนํ ภิกฺขู เอวมาหํสุ กึ โข ตุยฺหํ พาลสฺส อพฺยตฺตสฺส ภณิเตน ตฺวํ นาม ภณิตพฺพํ มญฺญสีติ ฯ โส กุปิโต อนตฺตมโน ตถารูปึ วาจํ นิจฺฉาเรติ ยถารูปาย วาจาย สงฺโฆ อุกฺขิปติ สงฺการกูเฏว นํ โปตฺถกํ ฯ นวมฺปิ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ วณฺณวนฺตญฺเจว โหติ สุขสมฺผสฺสญฺจ มหคฺฆญฺจ มชฺฌิมมฺปิ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ วณฺณวนฺตญฺเจว โหติ สุขสมฺผสฺสญฺจ มหคฺฆญฺจ ชิณฺณมฺปิ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ วณฺณวนฺตญฺเจว โหติ สุขสมฺผสฺสญฺจ มหคฺฆญฺจ ฯ ชิณฺณมฺปิ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ รตนปลิเวฐนํ วา กโรนฺติ คนฺธกรณฺฑเก วา นํ นิกฺขิปนฺติ ฯ {๕๓๙.๒} เอวเมว โข ภิกฺขเว นโว เจปิ ภิกฺขุ โหติ สีลวา กลฺยาณธมฺโม อิทมสฺส สุวณฺณตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ วณฺณวนฺตํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ เตสนฺตํ โหติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย อิทมสฺส สุขสมฺผสฺสตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ สุขสมฺผสฺสํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เยสํ โข ปน ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เตสนฺตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ อิทมสฺส มหคฺฆตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ มหคฺฆํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๕๓๙.๓} มชฺฌิโม เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โหติ ฯเปฯ เถโร เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โหติ สีลวา กลฺยาณธมฺโม อิทมสฺส สุวณฺณตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ วณฺณวนฺตํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ เตสนฺตํ โหติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย อิทมสฺส สุขสมฺผสฺสตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ สุขสมฺผสฺสํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เยสํ โข ปน ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เตสนฺตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ อิทมสฺส มหคฺฆตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ มหคฺฆํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เอวรูโป จายํ ภิกฺขเว เถโร ภิกฺขุ สงฺฆมชฺเฌ ภณติ ฯ ตเมนํ ภิกฺขู เอวมาหํสุ อปฺปสทฺทา อายสฺมนฺโต โหถ เถโร ภิกฺขุ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ ภณตีติ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ กาสิกวตฺถูปมา ภวิสฺสาม น โปตฺถกูปมาติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ