กูฏสูตร ที่ ๑
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต กูฏสูตรที่ ๑
ครั้งนั้นแล อนาถบิณฑิกคฤหบดีได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนแห่งหนึ่ง ครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะเขาว่า ดูกรคฤหบดี เมื่อบุคคลไม่รักษาจิต แม้กายกรรมก็เป็นอันไม่รักษา แม้วจีกรรมก็เป็นอันไม่รักษา แม้มโนกรรมก็เป็น อันไม่รักษา เมื่อเขาไม่รักษากายกรรม ไม่รักษาวจีกรรม ไม่รักษามโนกรรม แม้ กายกรรมก็เป็นอันชุ่มแล้ว แม้วจีกรรมก็เป็นอันชุ่มแล้ว แม้มโนกรรมก็เป็น อันชุ่มแล้ว เมื่อเขามีกายกรรมชุ่ม มีวจีกรรมชุ่ม มีมโนกรรมชุ่ม แม้กายกรรม ก็เป็นของเสีย แม้วจีกรรมก็เป็นของเสีย แม้มโนกรรมก็เป็นของเสีย เมื่อเขามี กายกรรมเสีย มีวจีกรรมเสีย มีมโนกรรมเสีย การตายก็ไม่ดี การทำกาละก็ไม่ งาม ดูกรคฤหบดี เปรียบเหมือนเมื่อเรือนซึ่งมุงไว้ไม่ดี แม้ยอดเรือนก็เป็นอัน ไม่ได้รักษา แม้ไม้กลอนก็เป็นอันไม่ได้รักษา แม้ฝาเรือนก็เป็นอันไม่ได้รักษา แม้ยอดเรือนก็เป็นอันถูกฝนรั่วรด แม้ไม้กลอนก็เป็นอันถูกฝนรั่วรด แม้ฝาเรือน ก็เป็นอันถูกฝนรั่วรด แม้ยอดเรือนก็เป็นของผุ แม้ไม้กลอนก็เป็นของผุ แม้ฝาเรือน ก็เป็นของผุ ฉันใด ดูกรคฤหบดี เมื่อบุคคลไม่รักษาจิตไว้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ ความตายก็ไม่ดี การทำกาละก็ไม่งาม ดูกรคฤหบดี เมื่อบุคคลรักษาจิตไว้ แม้กายกรรมก็เป็นอันรักษา แม้วจีกรรมก็เป็นอันรักษา แม้มโนกรรมก็เป็นอันรักษา เมื่อเขารักษากายกรรม รักษาวจีกรรม รักษามโนกรรม แม้กายกรรมก็เป็น อันไม่ชุ่ม แม้วจีกรรมก็เป็นอันไม่ชุ่ม แม้มโนกรรมก็เป็นอันไม่ชุ่ม เมื่อเขามีกาย- *กรรมไม่ชุ่ม มีวจีกรรมไม่ชุ่ม มีมโนกรรมไม่ชุ่ม แม้กายกรรมก็เป็นอันไม่เสีย แม้วจีกรรมก็เป็นอันไม่เสีย แม้มโนกรรมก็เป็นอันไม่เสีย เมื่อเขามีกายกรรม ไม่เสีย มีวจีกรรมไม่เสีย มีมโนกรรมไม่เสีย ความตายก็ดี การทำกาละก็งาม ดูกรคฤหบดี เปรียบเหมือนเมื่อเรือนซึ่งมุงไว้เรียบร้อย แม้ยอดเรือนก็เป็นอัน รักษา แม้ไม้กลอนก็เป็นอันรักษา แม้ฝาเรือนก็เป็นอันรักษา แม้ยอดเรือนก็ไม่ ถูกฝนรั่วรด แม้ไม้กลอนก็ไม่ถูกฝนรั่วรด แม้ฝาเรือนก็ไม่ถูกฝนรั่วรด แม้ ยอดเรือนก็เป็นของไม่ผุ แม้ไม้กลอนก็เป็นของไม่ผุ แม้ฝาเรือนก็เป็นของไม่ผุ ฉันใด ดูกรคฤหบดี เมื่อบุคคลรักษาจิตไว้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ ความตาย ก็ดี การทำกาละก็งาม ฯ
๑๑๐ อถโข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ ภควา เอตทโวจ จิตฺเต คหปติ อรกฺขิเต กายกมฺมมฺปิ อรกฺขิตํ โหติ วจีกมฺมมฺปิ อรกฺขิตํ โหติ มโนกมฺมมฺปิ อรกฺขิตํ โหติ ตสฺส อรกฺขิตกายกมฺมสฺส อรกฺขิตวจีกมฺมสฺส อรกฺขิตมโนกมฺมสฺส กายกมฺมมฺปิ อวสฺสุตํ โหติ วจีกมฺมมฺปิ อวสฺสุตํ โหติ มโนกมฺมมฺปิ อวสฺสุตํ โหติ ตสฺส อวสฺสุตกายกมฺมสฺส อวสฺสุตวจีกมฺมสฺส อวสฺสุตมโนกมฺมสฺส กายกมฺมมฺปิ ปูติกํ โหติ วจีกมฺมมฺปิ ปูติกํ โหติ มโนกมฺมมฺปิ ปูติกํ โหติ ตสฺส ปูติกายกมฺมสฺส ปูติวจีกมฺมสฺส ปูติมโนกมฺมสฺส น ภทฺทกํ มรณํ โหติ น ภทฺทิกา กาลกิริยา เสยฺยถาปิ คหปติ กูฏาคาเร ทุจฺฉนฺเน กูฏมฺปิ อรกฺขิตํ โหติ โคปาณสิโยปิ อรกฺขิตา โหนฺติ ภิตฺติปิ อรกฺขิตา โหติ กูฏมฺปิ อวสฺสุตํ โหติ โคปาณสิโยปิ อวสฺสุตา โหนฺติ ภิตฺติปิ อวสฺสุตา โหติ กูฏมฺปิ ปูติกํ โหติ โคปาณสิโยปิ ปูติกา โหนฺติ ภิตฺติปิ ปูติกา โหติ เอวเมว โข คหปติ จิตฺเต อรกฺขิเต ฯเปฯ {๕๔๙.๑} น ภทฺทกํ มรณํ โหติ น ภทฺทิกา กาลกิริยา จิตฺเต คหปติ รกฺขิเต กายกมฺมมฺปิ รกฺขิตํ โหติ วจีกมฺมมฺปิ รกฺขิตํ โหติ มโนกมฺมมฺปิ รกฺขิตํ โหติ ตสฺส รกฺขิตกายกมฺมสฺส รกฺขิตวจีกมฺมสฺส รกฺขิตมโนกมฺมสฺส กายกมฺมมฺปิ อนวสฺสุตํ โหติ วจีกมฺมมฺปิ อนวสฺสุตํ โหติ มโนกมฺมมฺปิ อนวสฺสุตํ โหติ ตสฺส อนวสฺสุตกายกมฺมสฺส อนวสฺสุตวจีกมฺมสฺส อนวสฺสุต- มโนกมฺมสฺส กายกมฺมมฺปิ อปูติกํ โหติ วจีกมฺมมฺปิ อปูติกํ โหติ มโนกมฺมมฺปิ อปูติกํ โหติ ตสฺส อปูติกายกมฺมสฺส อปูติวจีกมฺมสฺส อปูติมโนกมฺมสฺส ภทฺทกํ มรณํ โหติ ภทฺทิกา กาลกิริยา เสยฺยถาปิ คหปติ กูฏาคาเร สุจฺฉนฺเน กูฏมฺปิ รกฺขิตํ โหติ โคปาณสิโยปิ รกฺขิตา โหนฺติ ภิตฺติปิ รกฺขิตา โหติ กูฏมฺปิ อนวสฺสุตํ โหติ โคปาณสิโยปิ อนวสฺสุตา โหนฺติ ภิตฺติปิ อนวสฺสุตา โหติ กูฏมฺปิ อปูติกํ โหติ โคปาณสิโยปิ อปูติกา โหนฺติ ภิตฺติปิ อปูติกา โหติ เอวเมว โข คหปติ จิตฺเต รกฺขิเต ฯเปฯ ภทฺทกํ มรณํ โหติ ภทฺทิกา กาลกิริยาติ ฯ