วณิชชสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต วณิชชสูตร
ครั้งนั้นแล ท่านพระสารีบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาค ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลก นี้ ทำการค้าขายขาดทุน อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายไม่ได้กำไรตามที่ประสงค์ อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคล บางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายได้กำไรตามที่ประสงค์ อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัย เครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์ พระผู้มี พระภาคตรัสว่า ดูกรสารีบุตร บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือ พราหมณ์แล้ว ย่อมปวารณาว่า ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์ เขากลับไม่ ถวายปัจจัยที่เขาปวารณา ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขา ทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมขาดทุน อนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไป หาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ย่อมปวารณาว่า ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์ แต่เขาถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ไม่เป็นไปตามประสงค์ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้น มาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมไม่ได้กำไรตามที่ ประสงค์ อนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ย่อม ปวารณาว่า ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ต้องประสงค์ เขาถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ตามที่ ประสงค์ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขาย อย่างใดๆ เขาย่อมได้กำไรตามที่ประสงค์ อนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไป หาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ปวารณาว่า ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ต้องประสงค์ เขา ถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ยิ่งกว่าที่ประสงค์ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้น มาสู่ความ เป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์ ดูกร สารีบุตร นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขาย ขาดทุน นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายไม่ได้ กำไรตามที่ประสงค์ นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการ ค้าขายได้กำไรตามที่ประสงค์นี้ เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์ ฯ จบสูตรที่ ๙
อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ โก นุ โข ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา เฉทคามินี โหติ โก ปน ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา น ยถาธิปฺปายา โหติ โก นุ โข ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา ยถาธิปฺปายา โหติ โก ปน ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา ปราธิปฺปายา โหตีติ ฯ {๗๙.๑} อิธ สารีปุตฺต เอกจฺโจ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปวาเรติ วท ภนฺเต ปจฺจเยนาติ โส เยน ปวาเรติ ตํ น เทติ โส เจ ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉติ โส ยญฺญเทว วณิชฺชํ ปโยเชติ สาสฺส โหติ เฉทคามินี ฯ {๗๙.๒} อิธ ปน สารีปุตฺต เอกจฺโจ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปวาเรติ วท ภนฺเต ปจฺจเยนาติ โส เยน ปวาเรติ ตํ น ยถาธิปฺปายํ เทติ โส เจ ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉติ โส ยญฺญเทว วณิชฺชํ ปโยเชติ สาสฺส โหติ น ยถาธิปฺปายา ฯ {๗๙.๓} อิธ ปน สารีปุตฺต เอกจฺโจ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปวาเรติ วท ภนฺเต ปจฺจเยนาติ โส เยน ปวาเรติ ตํ ยถาธิปฺปายํ เทติ โส เจ ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉติ โส ยญฺญเทว วณิชฺชํ ปโยเชติ สาสฺส โหติ ยถาธิปฺปายา ฯ {๗๙.๔} อิธ ปน สารีปุตฺต เอกจฺโจ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปวาเรติ วท ภนฺเต ปจฺจเยนาติ โส เยน ปวาเรติ ตํ ปราธิปฺปายํ เทติ โส เจ ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉติ โส ยญฺญเทว วณิชฺชํ ปโยเชติ สาสฺส โหติ ปราธิปฺปายา ฯ {๗๙.๕} อยํ โข สารีปุตฺต เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา เฉทคามินี โหติ อยํ ปน สารีปุตฺต เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา น ยถาธิปฺปายา โหติ อยํ โข สารีปุตฺต เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา ยถาธิปฺปายา โหติ อยํ ปน สารีปุตฺต เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺจสฺส ตาทิสาว วณิชฺชา ปยุตฺตา ปราธิปฺปายา โหตีติ ฯ