คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๓. โจรสูตร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๐๓พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต๑ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๓. โจรสูตร

๑๐๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรประกอบด้วยองค์ ๕ ประการ ย่อม ตัดที่ต่อบ้าง ย่อมปล้นทำลายบ้าง ย่อมทำการปล้น เฉพาะเรือนหลังเดียวบ้าง ตีชิงในทางเปลี่ยวบ้าง องค์ ๕ ประการเป็นไฉน คือ มหาโจรในโลกนี้เป็นผู้อาศัย ที่ไม่ราบเรียบ ๑ เป็นผู้อาศัยที่รกชัฏ ๑ เป็นผู้อาศัยคนมีกำลัง ๑ เป็นผู้ใช้จ่าย โภคทรัพย์ ๑ เป็นผู้เที่ยวไปคนเดียว ๑ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็มหาโจรเป็นผู้อาศัยที่ไม่ราบเรียบอย่างไร คือ มหา- *โจรในโลกนี้ เป็นผู้อาศัยที่ลุ่มแห่งแม่น้ำ หรือที่ไม่ราบเรียบแห่งภูเขา ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย มหาโจรเป็นผู้อาศัยที่ไม่ราบเรียบอย่างนี้แล ก็มหาโจรเป็นผู้อาศัยที่รกชัฏ อย่างไร คือ มหาโจรในโลกนี้ เป็นผู้อาศัยที่รกชัฏแห่งหญ้าบ้าง ที่รกชัฏแห่ง ต้นไม้บ้าง ฝั่งน้ำบ้าง ป่าใหญ่บ้าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรเป็นผู้อาศัยที่รกชัฏ อย่างนี้แล ก็มหาโจรเป็นผู้อาศัยคนมีกำลังอย่างไร คือ มหาโจรในโลกนี้ ย่อม อาศัยพระราชาบ้าง มหาอำมาตย์แห่งพระราชาบ้าง เขาย่อมมีความคิดอย่างนี้ว่า ถ้าใครจะกล่าวหาเรื่องบางอย่างกะเรา พระราชาหรือมหาอำมาตย์แห่งพระราชา เหล่านี้จักช่วยว่าความให้ ถ้าใครจักกล่าวหาเรื่องบางอย่างกะเขา พระราชาหรือ มหาอำมาตย์แห่งพระราชาเหล่านั้นก็ช่วยว่าความให้แก่เขา ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหา- *โจรเป็นผู้อาศัยคนมีกำลังอย่างนี้แล ก็มหาโจรย่อมแจกจ่ายโภคทรัพย์อย่างไร คือ มหาโจรในโลกนี้ เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก เขาย่อมมีความคิดอย่าง นี้ว่า ถ้าใครจักกล่าวหาเรื่องบางอย่างกะเรา เราจักจ่ายโภคทรัพย์กลบเกลื่อนเรื่อง นั้น ถ้าใครกล่าวหาเรื่องบางอย่างกะเขา เขาย่อมใช้จ่ายโภคทรัพย์กลบเกลื่อนเรื่อง นั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรเป็นผู้ใช้จ่ายโภคทรัพย์อย่างนี้แล ก็มหาโจรเป็น ผู้เที่ยวไปคนเดียวอย่างไร คือ มหาโจรในโลกนี้ เป็นผู้ทำโจรกรรมคนเดียว ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะเขาย่อมปรารถนาว่า เรื่องลับของเราอย่าได้แพร่งพราย ไปภายนอก ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรเป็นผู้เที่ยวไปคนเดียวอย่างนี้แล มหาโจรผู้ ประกอบด้วยองค์ ๕ ประการนี้แล ย่อมตัดที่ต่อบ้าง ย่อมปล้นทำลายบ้าง ย่อม ปล้นเฉพาะเรือนหลังเดียวบ้าง ตีชิงในทางเปลี่ยวบ้าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้น เหมือนกันแล ปาปภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ย่อมบริหารตนให้ถูก กำจัด ถูกทำลาย เป็นผู้มีโทษ มีข้อที่วิญญูชนจะพึงติเตียน และย่อมประสบ บาปเป็นอันมาก ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน คือ ปาปภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ อาศัยกรรมที่ไม่สม่ำเสมอ ๑ เป็นผู้อาศัยที่รกชัฏ ๑ เป็นผู้อาศัยคนมีกำลัง ๑ เป็น ผู้ใช้จ่ายโภคทรัพย์ ๑ เป็นผู้เที่ยวไปคนเดียว ๑ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ปาปภิกษุเป็นผู้อาศัยกรรมที่ไม่สม่ำเสมออย่างไร คือ ปาปภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประกอบด้วยกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่ไม่ สม่ำเสมอ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปาปภิกษุเป็นผู้อาศัยกรรมที่ไม่สม่ำเสมออย่างนี้แล ก็ปาปภิกษุเป็นผู้อาศัยที่รกชัฏอย่างไร คือ ปาปภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นมิจฉาทิฐิ ประกอบด้วยอันตคาหิกทิฐิ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปาปภิกษุเป็นผู้อาศัยที่รกชัฏอย่างนี้ แล ก็ปาปภิกษุเป็นผู้อาศัยคนมีกำลังอย่างไร คือ ปาปภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็น ผู้อาศัยพระราชาบ้าง มหาอำมาตย์แห่งพระราชาบ้าง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ถ้าใครจักกล่าวหาเรื่องบางอย่างกะเรา พระราชาหรือมหาอำมาตย์แห่งพระราชา เหล่านี้ จักช่วยว่าความให้ ถ้าใครกล่าวหาเรื่องบางอย่างแก่เธอ พระราชาหรือ มหาอำมาตย์แห่งพระราชาเหล่านั้น ย่อมช่วยว่าความให้แก่เธอ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปาปภิกษุเป็นผู้อาศัยคนมีกำลังอย่างนี้แล ก็ปาปภิกษุเป็นผู้ใช้จ่ายโภคทรัพย์อย่างไร คือ ปาปภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเป็นผู้ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร เธอย่อมมีความคิดอย่างนี้ว่า ถ้าใครจักกล่าวหาเรื่องบาง อย่างกะเรา เราจักแจกจ่ายลาภกลบเกลื่อนเรื่องนั้น ถ้าใครกล่าวหาเรื่องบางอย่าง กะเธอ เธอย่อมแจกจ่ายลาภกลบเกลื่อนเรื่องนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปาปภิกษุ เป็นผู้ใช้จ่ายโภคทรัพย์อย่างนี้แล ก็ปาปภิกษุเป็นผู้เที่ยวไปคนเดียวอย่างไร คือ ปาป ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมอยู่ชนบทชายแดนรูปเดียว เธอเข้าไปหาสกุล (บ้าน ญาติโยม) ในชนบทนั้น ย่อมได้ลาภ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปาปภิกษุเป็นผู้เที่ยวไป คนเดียวอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปาปภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ นี้แล ย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ถูกทำลาย เป็นผู้มีโทษ มีข้อที่วิญญูชนจะพึง ติเตียน และประสบบาปเป็นอันมาก ฯ จบสูตรที่ ๓

ปญฺจหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคโต มหาโจโร สนฺธึปิ ฉินฺทติ นิลฺโลปํปิ หรติ เอกาคาริกํปิ กโรติ ปริปนฺเถปิ ติฏฺฐติ กตเมหิ ปญฺจหิ อิธ ภิกฺขเว มหาโจโร วิสมนิสฺสิโต จ โหติ คหนนิสฺสิโต จ พลวนิสฺสิโต จ โภคจาคี จ เอกจารี จ ฯ {๑๐๓.๑} กถญฺจ ภิกฺขเว มหาโจโร วิสมนิสฺสิโต โหติ อิธ ภิกฺขเว มหาโจโร นทีวิทุคฺคํ วา นิสฺสิโต โหติ ปพฺพตวิสมํ วา เอวํ โข ภิกฺขเว มหาโจโร วิสมนิสฺสิโต โหติ ฯ {๑๐๓.๒} กถญฺจ ภิกฺขเว มหาโจโร คหนนิสฺสิโต โหติ อิธ ภิกฺขเว มหาโจโร ติณคหนํ วา นิสฺสิโต โหติ รุกฺขคหนํ วา โรธํ วา มหาวนสณฺฑํ วา เอวํ โข ภิกฺขเว มหาโจโร คหนนิสฺสิโต โหติ ฯ {๑๐๓.๓} กถญฺจ ภิกฺขเว มหาโจโร พลวนิสฺสิโต โหติ อิธ ภิกฺขเว มหาโจโร ราชานํ วา ราชมหามตฺตานํ วา นิสฺสิโต โหติ ตสฺส เอวํ โหติ สเจ มํ โกจิ กิญฺจิ วกฺขติ อิเม ราชาโน วา ราชมหามตฺตา วา ปริโยธาย อตฺถํ ภณิสฺสนฺตีติ สเจ นํ โกจิ กิญฺจิ อาห ตฺยสฺส ราชาโน วา ราชมหามตฺตา วา ปริโยธาย อตฺถํ ภณนฺติ เอวํ โข ภิกฺขเว มหาโจโร พลวนิสฺสิโต โหติ ฯ {๑๐๓.๔} กถญฺจ ภิกฺขเว มหาโจโร โภคจาคี โหติ อิธ ภิกฺขเว มหาโจโร อฑฺโฒ โหติ มหทฺธโน มหาโภโค ตสฺส เอวํ โหติ สเจ มํ โกจิ กิญฺจิ วกฺขติ อิโต โภเคน ปฏิสนฺถริสฺสามีติ สเจ นํ โกจิ กิญฺจิ อาห ตโต โภเคน ปฏิสนฺถรติ เอวํ โข ภิกฺขเว มหาโจโร โภคจาคี โหติ ฯ {๑๐๓.๕} กถญฺจ ภิกฺขเว มหาโจโร เอกจารี โหติ อิธ ภิกฺขเว มหาโจโร เอกโก นิคฺคหณานิ กตฺตา โหติ ตํ กิสฺส เหตุ มา เม คุยฺหมนฺตา พหิทฺธา สมฺเภทํ อคมํสูติ เอวํ โข ภิกฺขเว มหาโจโร เอกจารี โหติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต มหาโจโร สนฺธึปิ ฉินฺทติ นิลฺโลปํปิ หรติ เอกาคาริกํปิ กโรติ ปริปนฺเถปิ ติฏฺฐติ ฯ {๑๐๓.๖} เอวเมว โข ภิกฺขเว ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปาปภิกฺขุ ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ กตเมหิ ปญฺจหิ อิธ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ วิสมนิสฺสิโต จ โหติ คหนนิสฺสิโต จ พลวนิสฺสิโต จ โภคจาคี จ เอกจารี จ ฯ {๑๐๓.๗} กถญฺจ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ วิสมนิสฺสิโต โหติ อิธ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ วิสเมน กายกมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ วิสเมน วจีกมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ วิสเมน มโนกมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ วิสมนิสฺสิโต โหติ ฯ {๑๐๓.๘} กถญฺจ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ คหนนิสฺสิโต โหติ อิธ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ อนฺตคฺคาหิกาย ทิฏฺฐิยา สมนฺนาคโต เอวํ โข ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ คหนนิสฺสิโต โหติ ฯ {๑๐๓.๙} กถญฺจ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ พลวนิสฺสิโต โหติ อิธ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ ราชานํ วา ราชมหามตฺตานํ วา นิสฺสิโต โหติ ตสฺส เอวํ โหติ สเจ มํ โกจิ กิญฺจิ วกฺขติ อิเม ราชาโน วา ราชมหามตฺตา วา ปริโยธาย อตฺถํ ภณิสฺสนฺตีติ สเจ นํ โกจิ กิญฺจิ อาห ตฺยสฺส ราชาโน วา ราชมหามตฺตา วา ปริโยธาย อตฺถํ ภณนฺติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ พลวนิสฺสิโต โหติ ฯ {๑๐๓.๑๐} กถญฺจ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ โภคจาคี โหติ อิธ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ ลาภี โหติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ ตสฺส เอวํ โหติ สเจ โกจิ กิญฺจิ วกฺขติ อิโต ลาเภน ปฏิสนฺถิรสฺสามีติ สเจ นํ โกจิ กิญฺจิ อาห ตโต ลาเภน ปฏิสนฺถรติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ โภคจาคี โหติ ฯ {๑๐๓.๑๑} กถญฺจ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ เอกจารี โหติ อิธ ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ เอกโก ปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ นิวาสํ กปฺเปติ โส ตตฺถ กุลานิ อุปสงฺกมนฺโต ลาภํ ลภติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปาปภิกฺขุ เอกจารี โหติ ฯ {๑๐๓.๑๒} อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปาปภิกฺขุ ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวตีติ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย