คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๔. ติกัณฑกีสูตร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๔๔พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต๑ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๔. ติกัณฑกีสูตร

๑๔๔

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ป่าติกัณฑกีวัน ใกล้เมือง สาเกต ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ขอภิกษุพึงเป็นผู้มีความสำคัญในสิ่งอันไม่เป็นปฏิกูล ว่าเป็นสิ่งปฏิกูล อยู่ตลอด กาล ขอภิกษุพึงเป็นผู้มีความสำคัญในสิ่งอันเป็นปฏิกูลว่า ไม่เป็นปฏิกูลอยู่ตลอด กาล ขอภิกษุพึงเป็นผู้มีความสำคัญในสิ่งไม่ปฏิกูล และสิ่งอันเป็นปฏิกูลว่าเป็น ปฏิกูลอยู่ตลอดกาล ขอภิกษุพึงเป็นผู้มีความสำคัญในสิ่งอันเป็นปฏิกูล และสิ่ง อันไม่เป็นปฏิกูลว่าเป็นสิ่งไม่ปฏิกูลอยู่ตลอดกาล ขอภิกษุพึงเว้นสิ่งทั้งสอง คือ สิ่งไม่ปฏิกูล และสิ่งปฏิกูลแล้ว เป็นผู้มีความวางเฉย มีสติสัมปชัญญะอยู่ตลอด กาล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์อะไร ภิกษุจึงควรเป็นผู้ มีความสำคัญในสิ่งไม่ปฏิกูล ว่าเป็นสิ่งปฏิกูล เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์นี้ว่า ความกำหนัดในธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัดอย่าเกิดขึ้นแก่เรา ภิกษุจึงควรเป็น ผู้มีความสำคัญในสิ่งไม่ปฏิกูลว่าเป็นสิ่งปฏิกูลอยู่ เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์อะไร ภิกษุจึงควรเป็นผู้มีความสำคัญในสิ่งปฏิกูลว่าเป็นสิ่งไม่ปฏิกูล เพราะอาศัยอำนาจ ประโยชน์นี้ว่า ความขัดเคืองในธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคืองอย่าเกิดขึ้น แก่เรา ภิกษุจึงควรเป็นผู้มีความสำคัญในสิ่งปฏิกูลว่าเป็นสิ่งไม่ปฏิกูลอยู่ เพราะอาศัย อำนาจประโยชน์อะไร ภิกษุจึงควรเป็นผู้มีความสำคัญในสิ่งไม่ปฏิกูล และสิ่งปฏิกูล ว่าเป็นสิ่งไม่ปฏิกูลอยู่ เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์นี้ว่า ความกำหนัดในธรรมอัน เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด อย่าเกิดขึ้นแก่เรา ความขัดเคืองในธรรมอันเป็นที่ตั้ง แห่งความขัดเคือง อย่าเกิดขึ้นแก่เรา ภิกษุจึงควรเป็นผู้มีความสำคัญในสิ่งไม่ ปฏิกูลและสิ่งปฏิกูล ว่าเป็นสิ่งปฏิกูลอยู่ เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์อะไร ภิกษุ จึงควรเป็นผู้มีความสำคัญในสิ่งปฏิกูล และสิ่งไม่ปฏิกูล ว่าเป็นสิ่งไม่ปฏิกูลอยู่ เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์นี้ว่า ความขัดเคืองในธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความขัด เคืองอย่าเกิดขึ้นแก่เรา ความกำหนัดในธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัดอย่าเกิด ขึ้นแก่เรา ภิกษุจึงควรเป็นผู้มีความสำคัญในสิ่งปฏิกูลและสิ่งไม่ปฏิกูลว่า เป็นสิ่ง ไม่ปฏิกูลอยู่ เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์อะไร ภิกษุจึงควรเว้นสิ่งทั้งสอง คือ สิ่งไม่ปฏิกูลและสิ่งปฏิกูลแล้ว เป็นผู้มีความวางเฉย มีสติสัมปชัญญะอยู่ เพราะ อาศัยอำนาจประโยชน์นี้ว่า ความกำหนัดในธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ในอารมณ์ไหนๆ ในส่วนไหนๆ แม้มีประมาณน้อย อย่าเกิดขึ้นแก่เรา ความ ขัดเคืองในธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคืองในอารมณ์ไหนๆ ในส่วนไหนๆ แม้มีประมาณน้อย อย่าเกิดขึ้นแก่เรา ความหลงในธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความหลง ในอารมณ์ไหนๆ ในส่วนไหนๆ แม้มีประมาณน้อย อย่าเกิดขึ้นแก่เรา ภิกษุ จึงควรเป็นผู้เว้นสิ่งทั้งสอง คือ สิ่งไม่ปฏิกูลและสิ่งปฏิกูลแล้ว เป็นผู้มีความ วางเฉย มีสติสัมปชัญญะอยู่ ฯ จบสูตรที่ ๔

เอกํ สมยํ ภควา สาเกเต วิหรติ ติกณฺฑกิวเน ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ ภควา เอตทโวจ สาธุ ภิกฺขเว ภิกฺขุ กาเลน กาลํ อปฺปฏิกฺกูเล ปฏิกฺกูลสญฺญี วิหเรยฺย สาธุ ภิกฺขเว ภิกฺขุ กาเลน กาลํ ปฏิกฺกูเล อปฺปฏิกฺกูลสญฺญี วิหเรยฺย สาธุ ภิกฺขเว ภิกฺขุ กาเลน กาลํ อปฺปฏิกฺกูเล จ ปฏิกฺกูเล จ ปฏิกฺกูลสญฺญี วิหเรยฺย สาธุ ภิกฺขเว ภิกฺขุ กาเลน กาลํ ปฏิกฺกูเล จ อปฺปฏิกฺกูเล จ อปฺปฏิกฺกูลสญฺญี วิหเรยฺย สาธุ ภิกฺขเว ภิกฺขุ กาเลน กาลํ อปฺปฏิกฺกูลญฺจ ปฏิกฺกูลญฺจ ตทุภยํ อภินิวชฺเชตฺวา อุเปกฺขโก วิหเรยฺย สโต สมฺปชาโน ฯ {๑๔๔.๑} กิญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิกฺกูเล ปฏิกฺกูลสญฺญี วิหเรยฺย มา เม รชนีเยสุ ธมฺเมสุ ราโค อุทปาทีติ อิทํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิกฺกูเล ปฏิกฺกูลสญฺญี วิหเรยฺย ฯ {๑๔๔.๒} กิญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ปฏิกฺกูเล อปฺปฏิกฺกูลสญฺญี วิหเรยฺย มา เม โทสนีเยสุ ธมฺเมสุ โทโส อุทปาทีติ อิทํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ปฏิกฺกูเล อปฺปฏิกฺกูลสญฺญี วิหเรยฺย ฯ {๑๔๔.๓} กิญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิกฺกูเล จ ปฏิกฺกูเล จ ปฏิกฺกูลสญฺญี วิหเรยฺย มา เม รชนีเยสุ ธมฺเมสุ ราโค อุทปาทิ มา เม โทสนีเยสุ ธมฺเมสุ โทโส อุทปาทีติ อิทํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิกฺกูเล จ ปฏิกฺกูเล จ ปฏิกฺกูลสญฺญี วิหเรยฺย ฯ {๑๔๔.๔} กิญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ปฏิกฺกูเล จ อปฺปฏิกฺกูเล จ อปฺปฏิกฺกูลสญฺญี วิหเรยฺย มา เม โทสนีเยสุ ธมฺเมสุ โทโส อุทปาทิ มา เม รชนีเยสุ ธมฺเมสุ ราโค อุทปาทีติ อิทํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ปฏิกฺกูเล จ อปฺปฏิกฺกูเล จ อปฺปฏิกฺกูลสญฺญี วิหเรยฺย ฯ {๑๔๔.๕} กิญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิกฺกูลญฺจ ปฏิกฺกูลญฺจ ตทุภยํ อภินิวชฺเชตฺวา อุเปกฺขโก วิหเรยฺย สโต สมฺปชาโน มา เม กฺวจินิ กตฺถจิ กิญฺจิน รชนีเยสุ ธมฺเมสุ ราโค อุทปาทิ มา เม กฺวจินิ กตฺถจิ กิญฺจิน โทสนีเยสุ ธมฺเมสุ โทโส อุทปาทิ มา เม กฺวจินิ กตฺถจิ กิญฺจิน โมหนีเยสุ ธมฺเมสุ โมโห อุทปาทีติ อิทํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิกฺกูลญฺจ ปฏิกฺกูลญฺจ ตทุภยํ อภินิวชฺเชตฺวา อุเปกฺขโก วิหเรยฺย สโต สมฺปชาโนติ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๔. ติกัณฑกีสูตร