๓. ตติยสัมมัตตนิยามสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๓. ตติยสัมมัตตนิยามสูตร ว่าด้วยสัมมัตตนิยาม สูตรที่ ๓
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ แม้ฟังสัทธรรมอยู่ ก็ไม่อาจหยั่งลงสู่สัมมัตตนิยามในกุศลธรรมทั้งหลาย ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ลบหลู่คุณท่านฟังธรรม ถูกความลบหลู่คุณท่านกลุ้มรุมฟังธรรม ๒. มีจิตแข่งดี คอยจับผิดฟังธรรม ๓. มีจิตกระทบ มีจิตกระด้างในผู้แสดงธรรม ๔. มีปัญญาทราม โง่เขลา เป็นคนเซอะ ๕. ถือตัวว่ารู้ในสิ่งที่ตนยังไม่รู้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล แม้ฟังธรรมอยู่ ก็ไม่อาจหยั่งลงสู่สัมมัตตนิยามในกุศลธรรมทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลาย ส่วนบุคคลประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ฟังสัทธรรมอยู่ เป็นผู้อาจหยั่งลงสู่สัมมัตตนิยามในกุศลธรรมทั้งหลาย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๒๕๑} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๔. จตุตถปัณณาสก์] ๑. สัทธัมมวรรค ๔. ปฐมสัทธัมมสัมโมสสูตร ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ไม่ลบหลู่คุณท่าน ไม่ถูกความลบหลู่คุณท่านกลุ้มรุมฟังธรรม ๒. ไม่มีจิตแข่งดี ไม่คอยจับผิดฟังธรรม ๓. ไม่มีจิตกระทบ ไม่มีจิตกระด้างในผู้แสดงธรรม ๔. มีปัญญา ไม่โง่เขลา ไม่เป็นคนเซอะ ๕. ไม่ถือตัวว่ารู้ในสิ่งที่ตนยังไม่รู้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ฟังธรรมอยู่ เป็นผู้ อาจหยั่งลงสู่สัมมัตตนิยามในกุศลธรรมทั้งหลาย ตติยสัมมัตตนิยามสูตรที่ ๓ จบ