๑. สามกสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต อนุตตริยวรรคที่ ๓ ๑. สามกสูตร
อนุตฺตริยวคฺโค ตติโย
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ วิหาร ชื่อ โปกขรณีย์ ใกล้หมู่บ้านสามคาม แคว้นสักกะ ครั้งนั้น เทวดาตนหนึ่ง เมื่อ ปฐมยามผ่านไป มีวรรณะงามยิ่งนัก ยังโปกขรณีย์วิหารทั้งสิ้นให้สว่างไสว แล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้าง หนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรม ๓ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้ชอบการงาน ๑ ความเป็นผู้ชอบคุย ๑ ความเป็นผู้ชอบหลับ ๑ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรม ๓ ประการนี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่ ภิกษุ เทวดาตนนั้นได้กล่าวคำนี้แล้ว พระศาสดาทรงพอพระทัย ครั้งนั้น เทวดา ตนนั้นทราบว่า พระศาสดาของเราทรงพอพระทัย จึงถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณแล้วหายไป ณ ที่นั้น ฯ ครั้งนั้น เมื่อราตรีนั้นล่วงไป พระผู้มีพระภาคตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อคืนนี้ เทวดาตนหนึ่ง เมื่อปฐมยามล่วงไปแล้ว มีวรรณะ งามยิ่งนัก ยังโปกขรณีย์วิหารทั้งสิ้นให้สว่างไสว แล้วเข้ามาหาเราถึงที่อยู่ อภิวาทแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้กล่าวกะเราว่า ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ ธรรม ๓ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้ชอบการงาน ๑ ความเป็นผู้ชอบคุย ๑ ความเป็นผู้ชอบหลับ ๑ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรม ๓ ประการนี้แล ย่อม เป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุ ครั้นเทวดาตนนั้นได้กล่าวคำนี้แล้ว อภิวาทเรา ทำประทักษิณแล้วได้หายไป ณ ที่นั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย มิใช่ลาภของเธอ ทั้งหลาย เธอทั้งหลายได้ด้วยยาก ที่เธอทั้งหลายเสื่อมจากกุศลธรรม แม้เทวดา ก็รู้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม ๓ ประการแม้ เหล่าอื่น เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับ พระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมอัน เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้ชอบคลุกคลีด้วย หมู่คณะ ๑ ความเป็นผู้ว่ายาก ๑ ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้แล เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งในอดีตกาล เสื่อมจากกุศลธรรม ชนเหล่านั้นทั้งปวง ก็เสื่อมแล้วจากกุศลธรรม เพราะธรรม ๖ ประการนี้แล ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งในอนาคตกาล จักเสื่อมจากกุศลธรรม ชนเหล่านั้นทั้งปวง ก็จักเสื่อมจากกุศลธรรม เพราะธรรม ๖ ประการนี้แล และ ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งในปัจจุบันกาล ย่อมเสื่อมจากกุศลธรรม ชนเหล่านั้นทั้งปวง ก็ย่อมเสื่อมจากกุศลธรรมเพราะธรรม ๖ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑
๒๑- เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ สามคามเก โปกฺขรณิยายํ ฯ อถ โข อญฺญตรา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ โปกฺขรณิยํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ เอกมนฺตํ ฐิตา โข สา เทวตา ภควนฺตํ เอตทโวจ ตโย เม ภนฺเต ธมฺมา ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺติ กตเม ตโย กมฺมารามตา ภสฺสารามตา นิทฺทารามตา อิเม โข ภนฺเต ตโย ธมฺมา ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺตีติ ฯ อิทมโวจ สา เทวตา ฯ สมนุญฺโญ สตฺถา อโหสิ ฯ อถโข สา เทวตา สมนุญฺโญ เม สตฺถาติ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายิ ฯ อถ โข ภควา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ภิกฺขู อามนฺเตสิ อิมํ ภิกฺขเว รตฺตึ อญฺญตรา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ โปกฺขรณิยํ โอภาเสตฺวา เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ เอกมนฺตํ ฐิตา โข ภิกฺขเว สา เทวตา มํ เอตทโวจ ตโย เม ภนฺเต ธมฺมา ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺติ กตเม ตโย กมฺมารามตา ภสฺสารามตา นิทฺทารามตา อิเม โข ภนฺเต ตโย ธมฺมา ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺตีติ ฯ อิทมโวจ ภิกฺขเว สา เทวตา อิทํ วตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายิ ฯ เตสํ โว ภิกฺขเว อลาภา เตสํ ทุลฺลทฺธํ เย โว เทวตาปิ ชานนฺติ กุสเลหิ ธมฺเมหิ ปริหายมาเน ฯ {๒๙๒.๑} อปเรปิ ภิกฺขเว ตโย ปริหานิเย ธมฺเม เทเสสฺสามิ ตํ สุณาถ สาธุกํ มนสิกโรถ ภาสิสฺสามีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ ภควา เอตทโวจ กตเม จ ภิกฺขเว ตโย ปริหานิยา ธมฺมา สงฺคณิการามตา โทวจสฺสตา ปาปมิตฺตตา อิเม โข ภิกฺขเว ตโย ปริหานิยา ธมฺมา เย หิ เกจิ ภิกฺขเว อตีตมทฺธานํ ปริหายึสุ กุสเลหิ ธมฺเมหิ สพฺเพ เต อิเมเหว ฉหิ ธมฺเมหิ ปริหายึสุ กุสเลหิ ธมฺเมหิ เย หิ เกจิ ภิกฺขเว อนาคตมทฺธานํ ปริหายิสฺสนฺติ กุสเลหิ ธมฺเมหิ สพฺเพ เต อิเมเหว ฉหิ ธมฺเมหิ ปริหายิสฺสนฺติ กุสเลหิ ธมฺเมหิ เย หิ เกจิ ภิกฺขเว เอตรหิ ปริหายนฺติ กุสเลหิ ธมฺเมหิ สพฺเพ เต อิเมเหว ฉหิ ธมฺเมหิ ปริหายนฺติ กุสเลหิ ธมฺเมหีติ ฯ