๕. อัปปหายสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๕. อัปปหายสูตร ว่าด้วยธรรมที่บุคคลยังละไม่ได้
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลยังละธรรม ๖ ประการไม่ได้ ก็ไม่อาจทำให้แจ้ง ทิฏฐิสัมปทา ได้ ธรรม ๖ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สักกายทิฏฐิ (ความเห็นว่าเป็นอัตตา) ๒. วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) ๓. สีลัพพตปรามาส (ความถือมั่นศีลพรต) ๔. ราคะเป็นเหตุไปสู่อบาย ๕. โทสะเป็นเหตุไปสู่อบาย ๖. โมหะเป็นเหตุไปสู่อบาย ภิกษุทั้งหลาย บุคคลยังละธรรม ๖ ประการนี้แลไม่ได้ ก็ไม่อาจทำให้แจ้ง ทิฏฐิสัมปทาได้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลละธรรม ๖ ประการได้แล้ว จึงอาจทำให้แจ้งทิฏฐิ- สัมปทาได้ @เชิงอรรถ : @ อนุโลมิกขันติ ในที่นี้หมายถึงข้อพินิจที่เกื้อกูลแก่การบรรลุอริยสัจ ๔ หรือเหมาะแก่คำสอน @(องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๘๘-๘๙/๑๕๕) ขันติ ในที่นี้หมายถึงปัญญา หรือวิปัสสนาญาณ มิใช่หมายถึงความอดทน @(เทียบ ขุ.ป. ๓๑/๓๖/๔๔๔, อภิ.วิ.อ. ๗๖๘/๔๔๐) @ ทิฏฐิสัมปทา ในที่นี้หมายถึงโสดาปัตติมรรค (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๘๘-๘๙/๑๕๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๖๑๔} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๙. สีติวรรค ๖. ปหีนสูตร ธรรม ๖ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สักกายทิฏฐิ ๒. วิจิกิจฉา ๓. สีลัพพตปรามาส ๔. ราคะที่เป็นเหตุไปสู่อบาย ๕. โทสะที่เป็นเหตุไปสู่อบาย ๖. โมหะที่เป็นเหตุไปสู่อบาย ภิกษุทั้งหลาย บุคคลละธรรม ๖ ประการนี้ได้แล้ว จึงอาจทำให้แจ้งทิฏฐิสัมปทาได้ อัปปหายสูตรที่ ๕ จบ