เขตตสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เขตตสูตร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย พืชที่หว่านลงในนาอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ไม่มีผลมาก ไม่มีความดีใจมาก ไม่มีความเจริญมาก นาประกอบ ด้วยองค์ ๘ ประการอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย นาในโลกนี้ เป็นที่ลุ่มๆ ดอนๆ ๑ เป็นที่ปนหินปนกรวด ๑ เป็นที่ดินเค็ม ๑ เป็นที่ไถลงลึกไม่ได้ ๑ เป็นที่ไม่มี ทางน้ำเข้า ๑ เป็นที่ไม่มีทางน้ำออก ๑ เป็นที่ไม่มีเหมือง ๑ เป็นที่ไม่มีคันนา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย พืชที่หว่านลงในนาอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการอย่างนี้ ไม่มีผลมาก ไม่มีความดีใจมาก ไม่มีความเจริญมาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ทานที่บุคคลให้ในสมณพราหมณ์ผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ไม่มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มาก ไม่รุ่งเรืองมาก ไม่เจริญแพร่หลายมาก สมณพราหมณ์ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณ- *พราหมณ์ในโลกนี้ เป็นมิจฉาทิฐิ ๑ เป็นมิจฉาสังกัปปะ ๑ เป็นมิจฉาวาจา ๑ เป็นมิจฉากัมมันตะ ๑ เป็นมิจฉาอาชีวะ ๑ เป็นมิจฉาวายามะ ๑ เป็นมิจฉาสติ ๑ เป็นมิจฉาสมาธิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทานที่บุคคลให้ในสมณพราหมณ์ผู้ประกอบ ด้วยองค์ ๘ ประการอย่างนี้ ไม่มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มาก ไม่รุ่งเรืองมาก ไม่เจริญแพร่หลายมาก ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนพืชที่บุคคลหว่านลงในนาอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ มีผลมาก มีความดีใจมาก มีความเจริญมาก นาประกอบด้วยองค์ ๘ ประการอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย นาในโลกนี้ไม่เป็นที่ลุ่มๆ ดอนๆ ๑ ไม่ เป็นที่ปนหินปนกรวด ๑ ไม่เป็นที่ดินเค็ม ๑ เป็นที่ไถลงลึกได้ ๑ เป็นที่มีทาง น้ำเข้าได้ ๑ เป็นที่มีทางน้ำออกได้ ๑ เป็นที่มีเหมือง ๑ เป็นที่มีคันนา ๑ ดูกร ภิกษุทั้งหลาย พืชที่หว่านลงในนาอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการอย่างนี้ ย่อม มีผลมาก มีความดีใจมาก มีความเจริญมาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ทานที่บุคคลให้ในสมณพราหมณ์ผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ย่อมมีผลมาก มี อานิสงส์มาก มีความรุ่งเรืองมาก มีความเจริญแพร่หลายมาก สมณพราหมณ์ผู้ ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์ในโลกนี้ เป็นสัมมาทิฐิ ๑ เป็นสัมมาสังกัปปะ ๑ เป็นสัมมาวาจา ๑ เป็นสัมมากัมมันตะ ๑ เป็นสัมมาอาชีวะ ๑ เป็นสัมมาวายามะ ๑ เป็นสัมมาสติ ๑ เป็นสัมมาสมาธิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทานที่บุคคลให้ในสมณพราหมณ์ผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ อย่างนี้ ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก มีความรุ่งเรืองมาก มีความเจริญแพร่หลาย มาก ฉะนี้ ฯ พืชอันหว่านลงในนาที่สมบูรณ์ เมื่อฝนตกต้องตามฤดูกาล ธัญชาติย่อมงอกงาม ไม่มีศัตรูพืช ย่อมแตกงอกงาม ถึง ความไพบูลย์ให้ผลเต็มที่ ฉันใด โภชนะที่บุคคลถวายใน สมณพราหมณ์ผู้มีศีลสมบูรณ์ ก็ฉันนั้น ย่อมนำมาซึ่งกุศล อันสมบูรณ์ เพราะกรรมที่เขาทำนั้นสมบูรณ์แล้ว เพราะฉะนั้น บุคคลในโลกนี้ผู้หวังกุศลสัมปทา จงเป็นผู้มีประโยชน์ ถึงพร้อม พึงคบหาท่านผู้มีปัญญาสมบูรณ์ ปุญญสัมปทา ย่อมสำเร็จได้อย่างนี้ ท่านผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ได้จิตสัมปทาแล้ว กระทำกรรมให้บริบูรณ์ ย่อมได้ผล บริบูรณ์ รู้โลกนี้ตามเป็นจริงแล้ว พึงถึงทิฐิสัมปทา อาศัย มรรคสัมปทา มีใจบริบูรณ์ ย่อมบรรลุอรหัต เพราะกำจัด มลทินทั้งปวงได้แล้ว บรรลุนิพพานสัมปทาได้แล้ว ย่อม หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง การหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวงนั้น จัดเป็นสรรพสัมปทา ฯ จบสูตรที่ ๔
๓๔ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเต ภิกฺขเว เขตฺเต พีชํ วุตฺตํ นมหปฺผลํ โหติ นมหสฺสาทํ นผาติเสยฺยนฺติ ฯ กถํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อิธ ภิกฺขเว เขตฺตํ อุนฺนมินินฺนามิ จ โหติ ปาสาณสกฺขริลฺลญฺจ โหติ อูสรญฺจ โหติ น จ คมฺภีรสิตํ โหติ น อายสมฺปนฺนํ โหติ น อปายสมฺปนฺนํ โหติ น มาติกาสมฺปนฺนํ โหติ น มริยาทสมฺปนฺนํ โหติ เอวํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเต ภิกฺขเว เขตฺเต พีชํ วุตฺตํ นมหปฺผลํ โหติ นมหสฺสาทํ นผาติเสยฺยนฺติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเตสุ สมณพฺราหฺมเณสุ ทานํ ทินฺนํ นมหปฺผลํ โหติ นมหานิสํสํ นมหาชุติกํ นมหาวิปฺผารํ ฯ กถํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตา อิธ ภิกฺขเว สมณพฺราหฺมณา มิจฺฉาทิฏฺฐิกา โหนฺติ มิจฺฉาสงฺกปฺปา มิจฺฉาวาจา มิจฺฉากมฺมนฺตา มิจฺฉาอาชีวา มิจฺฉาวายามา มิจฺฉาสติโน มิจฺฉาสมาธิโน เอวํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเตสุ ภิกฺขเว สมณพฺราหฺมเณสุ ทานํ ทินฺนํ นมหปฺผลํ โหติ นมหานิสํสํ นมหาชุติกํ นมหาวิปฺผารํ ฯ {๑๒๔.๑} อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเต จ ภิกฺขเว เขตฺเต พีชํ วุตฺตํ มหปฺผลํ โหติ มหสฺสาทํ ผาติเสยฺยนฺติ ฯ กถํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อิธ ภิกฺขเว เขตฺตํ อนุนฺนมินินฺนามิ จ โหติ อปาสาณสกฺขริลฺลญฺจ โหติ อนูสรญฺจ โหติ คมฺภีรสิตํ โหติ อายสมฺปนฺนํ โหติ อปายสมฺปนฺนํ โหติ มาติกาสมฺปนฺนํ โหติ มริยาทสมฺปนฺนํ โหติ เอวํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเต ภิกฺขเว เขตฺเต พีชํ วุตฺตํ มหปฺผลํ โหติ มหสฺสาทํ ผาติเสยฺยนฺติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเตสุ สมณพฺราหฺมเณสุ ทานํ ทินฺนํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ มหาชุติกํ มหาวิปฺผารํ ฯ กถํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตา อิธ ภิกฺขเว สมณพฺราหฺมณา สมฺมาทิฏฺฐิกา โหนฺติ สมฺมาสงฺกปฺปา สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺตา สมฺมาอาชีวา สมฺมาวายามา สมฺมาสติโน สมฺมาสมาธิโน เอวํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเตสุ ภิกฺขเว สมณพฺราหฺมเณสุ ทานํ ทินฺนํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ มหาชุติกํ มหาวิปฺผารนฺติ ฯ ยถาปิ เขตฺเต สมฺปนฺเน ปวุตฺตา พีชสมฺปทา เทเว สมฺปาทยนฺตมฺหิ โหติ ธญฺญาย สมฺปทา อนีติสมฺปทา โหติ วิรูฬฺหิ ภวติ สมฺปทา เวปุลฺลํ สมฺปทา โหติ ผลํ เว โหติ สมฺปทา เอวํ สมฺปนฺนสีเลสุ ทินฺนา โภชนสมฺปทา สมฺปทานํ อุปเนติ สมฺปนฺนํ หิสฺส ตํ กตํ ตสฺมา สมฺปทมากงฺขี สมฺปนฺนตฺถูธ ปุคฺคโล สมฺปนฺนปญฺเญ เสเวถ เอวํ อิชฺฌนฺติ สมฺปทา วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน ลทฺธา จิตฺตสฺส สมฺปทํ กโรติ กมฺมสมฺปทํ ลภติ จตฺถสมฺปทํ โลกํ ญตฺวา ยถาภูตํ ปปฺปุยฺย ทิฏฺฐิสมฺปทํ มคฺคสมฺปทมาคมฺม ยาติ สมฺปนฺนมานโส โอธุนิตฺวา มลํ สพฺพํ ปตฺวา นิพฺพานสมฺปทํ มุจฺจติ สพฺพทุกฺเขหิ สา โหติ สพฺพสมฺปทาติ ฯ