วิสาขสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต วิสาขสูตร
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ บุพพาราม ปราสาท ของมิคารมารดา ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล นางวิสาขามิคารมารดาเข้าไป เฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรวิสาขา มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๘ ประการนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาเหล่ามนาปกายิกา ธรรม ๘ ประการเป็นไฉน ดูกรวิสาขา มาตุคามในโลกนี้ ที่มารดาบิดาผู้มุ่ง ประโยชน์ แสวงหาความเกื้อกูล อนุเคราะห์ เอื้อเอ็นดู ยอมยกให้แก่ชายใดผู้ @ บาลี อิสฺสาวาเทน ในเล่มที่ ๒๒ เป็น อิสฺสาจาเรน ฯ เป็นสามี สำหรับชายนั้น เธอต้องตื่นก่อน นอนภายหลัง คอยฟังรับใช้ ประพฤติ ให้ถูกใจ กล่าวถ้อยคำเป็นที่รัก ฯลฯ เป็นผู้มีการบริจาค มีใจปราศจากมลทิน คือ ความตระหนี่ อยู่ครองเรือน มีจาคะอันปล่อยแล้ว มีฝ่ามืออันชุ่ม ยินดี ในการสละ ควรแก่การขอ ยินดีในการจำแนกทาน ดูกรวิสาขา มาตุคามประกอบ ด้วยธรรม ๘ ประการนี้แล เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาเหล่า มนาปกายิกา ฯ สุภาพสตรีผู้มีปรีชา ย่อมไม่ดูหมิ่นสามี ผู้หมั่นเพียร ขวนขวายอยู่เป็นนิตย์ เลี้ยงตนอยู่ทุกเมื่อ ให้ความปรารถนา ทั้งปวง ไม่ยังสามีให้ขุ่นเคือง ด้วยถ้อยคำแสดงความหึง หวง และย่อมบูชาผู้ที่เคารพทั้งปวงของสามี เป็นผู้ขยัน ไม่เกียจคร้าน สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามี ประพฤติ เป็นที่พอใจของสามี รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้ นารีใดย่อม ประพฤติตามความชอบใจของสามีอย่างนี้ นารีนั้นย่อมเข้าถึง ความเป็นเทวดาเหล่ามนาปกายิกา ฯ จบสูตรที่ ๗
๔๗ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท ฯ อถโข วิสาขา มิคารมาตา ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข วิสาขํ มิคารมาตรํ ภควา เอตทโวจ อฏฺฐหิ โข วิสาเข ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา มนาปกายิกานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ อฏฺฐหิ อิธ วิสาเข มาตุคาโม ยสฺส มาตาปิตโร ภตฺตุโน เทนฺติ อตฺถกามา หิเตสิโน อนุกมฺปกา อนุกมฺปํ อุปาทาย ตสฺส โหติ ปุพฺพุฏฺฐายินี ปจฺฉานิปาตินี กึการปฏิสฺสาวินี มนาปจารินี ปิยวาทินี ฯเปฯ จาควตี โข ปน โหติ วิคตมลมจฺเฉเรน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ มุตฺตจาคี ปยตปาณี โวสฺสคฺครตา ยาจโยคา ทานสํวิภาครตา ฯ อิเมหิ โข วิสาเข อฏฺฐหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา มนาปกายิกานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชตีติ ฯ โย นํ ภรติ สพฺพทา นิจฺจํ อาตาปิ อุสฺสุโก ตํ สพฺพกามหรํ โปสํ ภตฺตารํ นาติมญฺญติ น จาปิ โสตฺถิ ภตฺตารํ อิสฺสาวาเทน โรสเย ภตฺตุ จ ครุโน สพฺเพ ปฏิปูเชติ ปณฺฑิตา อุฏฺฐาหิกา อนลสา สงฺคหิตปริชฺชนา ภตฺตุ มนาปญฺจรติ สมฺภตํ อนุรกฺขติ ยา เอวํ วตฺตติ นารี ภตฺตุ ฉนฺทวสานุคา มนาปา นาม เต เทวา ยตฺถ สา อุปปชฺชตีติ ฯ