อิจฉาสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต อิจฉาสูตร
ณ ที่นั้นแล ท่านพระสารีบุตรเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรอาวุโส ทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นรับคำท่านพระสารีบุตรแล้ว ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย บุคคล ๘ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๘ จำพวกเป็นไฉน ฯ ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ชอบสงัด ไม่เจริญ กรรมฐานให้ติดต่อเนื่องกันไป ย่อมเกิดความปรารถนาเพื่อได้ลาภ เธอย่อม หมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ เมื่อเธอหมั่นเพียรพยายามเพื่อให้ได้ลาภ ลาภไม่ เกิดขึ้น เธอย่อมเศร้าโศก ลำบาก ร่ำไร ทุบอกคร่ำครวญ ถึงความหลงใหล เพราะไม่ได้ลาภนั้น ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุนี้เรียกว่าผู้มีความปรารถนาลาภ หมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภอยู่ แต่ไม่ได้ลาภ เศร้าโศก ร่ำไร และเคลื่อน จากพระสัทธรรม ฯ อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ชอบสงัด ไม่เจริญกรรมฐานให้ติดต่อเนื่อง กันไป ย่อมเกิดความปรารถนาเพื่อได้ลาภ เธอย่อมหมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ เมื่อเธอหมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ ลาภเกิดขึ้น เธอย่อมมัวเมาถึงความประมาท เพราะลาภนั้น ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุนี้เรียกว่าผู้มีความปรารถนาลาภ หมั่น เพียรพยายามเพื่อได้ลาภ ได้ลาภแล้ว มัวเมาประมาท และเคลื่อนจากพระ สัทธรรม ฯ อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ชอบสงัด ไม่เจริญกรรมฐานให้ติดต่อเนื่อง กันไป ย่อมเกิดความปรารถนาเพื่อได้ลาภ เธอไม่หมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ เมื่อเธอไม่หมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ ลาภไม่เกิดขึ้น เธอย่อมเศร้าโศก ลำบาก ร่ำไร ทุบอกคร่ำครวญ ถึงความหลงใหล ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุ นี้เรียกว่าผู้มีความปรารถนาลาภ ไม่หมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ ไม่ได้ลาภ เศร้าโศก ร่ำไร และเคลื่อนจากพระสัทธรรม ฯ อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ชอบสงัด ไม่เจริญกรรมฐานให้ติดต่อเนื่อง กันไป ย่อมเกิดความปรารถนาเพื่อได้ลาภ เธอไม่หมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ เมื่อเธอไม่หมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ ลาภเกิดขึ้น เธอย่อมมัวเมาถึงความ ประมาทเพราะลาภนั้น ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุนี้เรียกว่าผู้มีความปรารถนาลาภ ไม่หมั่นเพียรพยายามเพื่อจะได้ลาภ ได้ลาภแล้ว มัวเมาประมาท และเคลื่อนจาก พระสัทธรรม ฯ อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ชอบสงัด ไม่เจริญกรรมฐานให้ติดต่อเนื่อง กันไป ย่อมเกิดความปรารถนาเพื่อได้ลาภ เธอหมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ เมื่อเธอหมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ ลาภไม่เกิดขึ้น เธอไม่เศร้าโศก ไม่ลำบาก ไม่ร่ำไร ไม่ทุบอกคร่ำครวญ ไม่ถึงความหลงใหลเพราะไม่ได้ลาภนั้น ดูกรอาวุโส ทั้งหลาย ภิกษุนี้เรียกว่าผู้มีความปรารถนาลาภ หมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ ไม่ได้ลาภแล้ว ไม่เศร้าโศก ไม่ร่ำไร และไม่เคลื่อนจากพระสัทธรรม ฯ อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ชอบสงัด ไม่เจริญกรรมฐานให้ติดต่อเนื่อง กันไป ย่อมเกิดความปรารถนาเพื่อได้ลาภ เธอหมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ เมื่อเธอหมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ ลาภเกิดขึ้น เธอไม่มัวเมา ไม่ถึงความ ประมาทเพราะได้ลาภนั้น ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุนี้เรียกว่าผู้มีความปรารถนา ลาภ หมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ ได้ลาภแล้ว ไม่มัวเมาประมาท และไม่ เคลื่อนจากพระสัทธรรม ฯ อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ชอบสงัด ไม่เจริญกรรมฐานให้ติดต่อเนื่อง กันไป ย่อมเกิดความปรารถนาเพื่อได้ลาภ เธอไม่หมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ เมื่อเธอไม่หมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ ลาภไม่เกิดขึ้น เธอไม่เศร้าโศกไม่ลำบาก ไม่ร่ำไร ไม่ทุบอกคร่ำครวญ ไม่ถึงความหลงใหลเพราะไม่ได้ลาภนั้น ดูกร อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุนี้เรียกว่าผู้มีความปรารถนาลาภ ไม่หมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ ลาภอยู่ ไม่ได้ลาภแล้ว ไม่เศร้าโศก ไม่ร่ำไร และไม่เคลื่อนจากพระสัทธรรม ฯ อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ชอบสงัด ไม่เจริญกรรมฐานให้ติดต่อ เนื่องกัน ย่อมเกิดความปรารถนาเพื่อได้ลาภ เธอไม่หมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ เมื่อเธอไม่หมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ ลาภเกิดขึ้น เธอไม่มัวเมา ไม่ถึงความ ประมาทเพราะได้ลาภนั้น ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุนี้เรียกว่าผู้มีความปรารถนา ลาภ ไม่หมั่นเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ ได้ลาภแล้ว ไม่มัวเมาประมาท และไม่ เคลื่อนจากพระสัทธรรม ดูกรอาวุโสทั้งหลาย บุคคล ๘ จำพวกนี้แล มีปรากฏ อยู่ในโลกนี้ ฯ จบสูตรที่ ๗
๘๔ ตตฺร โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ อาวุโส ภิกฺขเวติ ฯ อาวุโสติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ ฯ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ อฏฺฐิเม อาวุโส ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ ฯ กตเม อฏฺฐ ฯ {๑๗๔.๑} อิธาวุโส ภิกฺขุโน ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต นิรายตฺตวุตฺติโน อิจฺฉา อุปฺปชฺชติ ลาภาย โส อุฏฺฐหติ ฆฏติ วายมติ ลาภาย ตสฺส อุฏฺฐหโต ฆฏโต วายมโต ลาภาย ลาโภ นุปฺปชฺชติ โส เตน อลาเภน โสจติ กิลมติ ปริเทวติ อุรตฺตาฬี กนฺทติ สมฺโมหํ อาปชฺชติ อยํ วุจฺจตาวุโส ภิกฺขุ อิจฺโฉ วิหรติ ลาภาย อุฏฺฐหติ ฆฏติ วายมติ ลาภาย น จ ลาภี โสจิ จ ปริเทวิ จ จุโต จ สทฺธมฺมา ฯ {๑๗๔.๒} อิธ ปนาวุโส ภิกฺขุโน ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต นิรายตฺตวุตฺติโน อิจฺฉา อุปฺปชฺชติ ลาภาย โส อุฏฺฐหติ ฆฏติ วายมติ ลาภาย ตสฺส อุฏฺฐหโต ฆฏโต วายมโต ลาภาย ลาโภ อุปฺปชฺชติ โส เตน ลาเภน มชฺชติ ปมชฺชติ ปมาทมาปชฺชติ อยํ วุจฺจตาวุโส ภิกฺขุ อิจฺโฉ วิหรติ ลาภาย อุฏฺฐหติ ฆฏติ วายมติ ลาภาย ลาภี จ มที จ ปมาที จ จุโต จ สทฺธมฺมา ฯ {๑๗๔.๓} อิธ ปนาวุโส ภิกฺขุโน ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต นิรายตฺตวุตฺติโน อิจฺฉา อุปฺปชฺชติ ลาภาย โส น อุฏฺฐหติ น ฆฏติ น วายมติ ลาภาย ตสฺส อนุฏฺฐหโต อฆฏโต อวายมโต ลาภาย ลาโภ นุปฺปชฺชติ โส เตน อลาเภน โสจติ กิลมติ ปริเทวติ อุรตฺตาฬี กนฺทติ สมฺโมหํ อาปชฺชติ อยํ วุจฺจตาวุโส ภิกฺขุ อิจฺโฉ วิหรติ ลาภาย น อุฏฺฐหติ น ฆฏติ น วายมติ ลาภาย น จ ลาภี โสจิ จ ปริเทวิ จ จุโต จ สทฺธมฺมา ฯ {๑๗๔.๔} อิธ ปนาวุโส ภิกฺขุโน ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต นิรายตฺตวุตฺติโน อิจฺฉา อุปฺปชฺชติ ลาภาย โส น อุฏฺฐหติ น ฆฏติ น วายมติ ลาภาย ตสฺส อนุฏฺฐหโต อฆฏโต อวายมโต ลาภาย ลาโภ อุปฺปชฺชติ โส เตน ลาเภน มชฺชติ ปมชฺชติ ปมาทมาปชฺชติ อยํ วุจฺจตาวุโส ภิกฺขุ อิจฺโฉ วิหรติ ลาภาย น อุฏฺฐหติ น ฆฏติ น วายมติ ลาภาย ลาภี จ มที จ ปมาที จ จุโต จ สทฺธมฺมา ฯ {๑๗๔.๕} อิธ ปนาวุโส ภิกฺขุโน ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต นิรายตฺตวุตฺติโน อิจฺฉา อุปฺปชฺชติ ลาภาย โส อุฏฺฐหติ ฆฏติ วายมติ ลาภาย ตสฺส อุฏฺฐหโต ฆฏโต วายมโต ลาภาย ลาโภ นุปฺปชฺชติ โส เตน อลาเภน น โสจติ น กิลมติ น ปริเทวติ น อุรตฺตาฬี กนฺทติ น สมฺโมหํ อาปชฺชติ อยํ วุจฺจตาวุโส ภิกฺขุ อิจฺโฉ วิหรติ ลาภาย อุฏฺฐหติ ฆฏติ วายมติ ลาภาย น จ ลาภี น จ โสจิ น จ ปริเทวิ อจฺจุโต จ สทฺธมฺมา ฯ {๑๗๔.๖} อิธ ปนาวุโส ภิกฺขุโน ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต นิรายตฺตวุตฺติโน อิจฺฉา อุปฺปชฺชติ ลาภาย โส อุฏฺฐหติ ฆฏติ วายมติ ลาภาย ตสฺส อุฏฺฐหโต ฆฏโต วายมโต ลาภาย ลาโภ อุปฺปชฺชติ โส เตน ลาเภน น มชฺชติ น ปมชฺชติ น ปมาทมาปชฺชติ อยํ วุจฺจตาวุโส ภิกฺขุ อิจฺโฉ วิหรติ ลาภาย อุฏฺฐหติ ฆฏติ วายมติ ลาภาย ลาภี จ น จ มที น จ ปมาที อจฺจุโต จ สทฺธมฺมา ฯ {๑๗๔.๗} อิธ ปนาวุโส ภิกฺขุโน ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต นิรายตฺตวุตฺติโน อิจฺฉา อุปฺปชฺชติ ลาภาย โส น อุฏฺฐหติ น ฆฏติ น วายมติ ลาภาย ตสฺส อนุฏฺฐหโต อฆฏโต อวายมโต ลาภาย ลาโภ นุปฺปชฺชติ โส เตน อลาเภน น โสจติ น กิลมติ น ปริเทวติ น อุรตฺตาฬี กนฺทติ น สมฺโมหํ อาปชฺชติ อยํ วุจฺจตาวุโส ภิกฺขุ อิจฺโฉ วิหรติ ลาภาย น อุฏฺฐหติ น ฆฏติ น วายมติ ลาภาย น จ ลาภี น จ โสจิ น จ ปริเทวิ อจฺจุโต จ สทฺธมฺมา ฯ {๑๗๔.๘} อิธ ปนาวุโส ภิกฺขุโน ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต นิรายตฺตวุตฺติโน อิจฺฉา อุปฺปชฺชติ ลาภาย โส น อุฏฺฐหติ น ฆฏติ น วายมติ ลาภาย ตสฺส อนุฏฺฐหโต อฆฏโต อวายมโต ลาภาย ลาโภ อุปฺปชฺชติ โส เตน ลาเภน น มชฺชติ น ปมชฺชติ น ปมาทมาปชฺชติ อยํ วุจฺจตาวุโส ภิกฺขุ อิจฺโฉ วิหรติ ลาภาย น อุฏฺฐหติ น ฆฏติ น วายมติ ลาภาย ลาภี จ น จ มที น จ ปมาที อจฺจุโต จ สทฺธมฺมา ฯ อิเม โข อาวุโส อฏฺฐ ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ