๙. ทุติยปริหานิสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๙. ทุติยปริหานิสูตร ว่าด้วยธรรมที่เป็นเหตุแห่งความเสื่อม สูตรที่ ๒
ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่อุบาสก ธรรม ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ละเลยการเยี่ยมเยียนภิกษุ ๒. ทอดทิ้งการฟังสัทธรรม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๔} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ๓. วัชชิสัตตกวรรค ๙. ทุติยปริหานิสูตร ๓. ไม่ศึกษาในอธิศีล ๔. ไม่มีความเลื่อมใสมากในภิกษุผู้เป็นเถระ ผู้เป็นนวกะ และผู้เป็นมัชฌิมะ ๕. ฟังธรรมอย่างคอยคิดโต้แย้งเพ่งโทษ ๖. แสวงหาผู้รับทักษิณานอกศาสนานี้ ๗. ทำอุปการะนอกศาสนาก่อน ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่อุบาสก ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่อุบาสก ธรรม ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ไม่ละเลยการเยี่ยมเยียนภิกษุ ๒. ไม่ทอดทิ้งการฟังสัทธรรม ๓. ศึกษาในอธิศีล ๔. มีความเลื่อมใสมากในภิกษุผู้เป็นเถระ ผู้เป็นนวกะ และผู้เป็นมัชฌิมะ ๕. ฟังธรรมอย่างไม่คอยคิดโต้แย้งเพ่งโทษ ๖. ไม่แสวงหาผู้รับทักษิณานอกศาสนานี้ ๗. ทำอุปการะในศาสนานี้ก่อน ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่อุบาสก พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดาได้ตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถา ประพันธ์ต่อไปอีกว่า อุบาสกใดละเลยการเยี่ยมเยียนภิกษุผู้อบรมตน ทอดทิ้งการฟังอริยธรรม ไม่ศึกษาในอธิศีล @เชิงอรรถ : @ อธิศีล ในที่นี้หมายถึงศีล ๕ และศีล ๑๐ (องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๒๙/๑๗๘) @ ผู้เป็นเถระ หมายถึงพระผู้มีระดับอายุ คุณธรรม ความรู้ที่นับว่าเป็นพระผู้ใหญ่คือมีพรรษาตั้งแต่ ๑๐ ขึ้น @ไปและทรงจำพระปาติโมกข์ได้ @ผู้เป็นนวกะ หมายถึงพระใหม่มีระดับอายุ คุณธรรม ความรู้ที่นับว่ายังใหม่มีพรรษาต่ำกว่า ๕ ที่ยังต้อง @ถือนิสสัย @ผู้เป็นมัชฌิมะ หมายถึงพระระดับกลางมีพรรษาตั้งแต่ครบ ๕ แต่ยังไม่ถึง ๑๐ (เทียบ วิ.อ. ๑/๔๕/๒๕๓) @ ทำอุปการะนอกศาสนาก่อน หมายถึงให้เครื่องไทยธรรมแก่เดียรถีย์ก่อนแล้วจึงถวายแก่ภิกษุในภายหลัง @(องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๒๙/๑๗๘) และดู องฺ.ปญฺจก. (แปล) ๒๒/๑๗๕/๒๙๒ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๕} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ๓. วัชชิสัตตกวรรค ๑๐. วิปัตติสูตร ไม่มีความเลื่อมใสยิ่งขึ้นในภิกษุทั้งหลาย ปรารถนาฟังสัทธรรมอย่างคอยคิดโต้แย้ง แสวงหาผู้รับทักษิณานอกศาสนานี้ และทำอุปการะนอกศาสนาก่อน อุบาสกนั้นผู้เสพธรรม ๗ ประการ อันเป็นเหตุแห่งความเสื่อมที่เราแสดงดีแล้วนี้แล ย่อมเสื่อมจากสัทธรรม ส่วนอุบาสกใดไม่ละเลยการเยี่ยมเยียนภิกษุผู้อบรมตน ไม่ทอดทิ้งการฟังอริยธรรม ศึกษาในอธิศีล มีความเลื่อมใสยิ่งขึ้นในภิกษุทั้งหลาย ปรารถนาฟังสัทธรรมอย่างไม่คอยคิดโต้แย้ง ไม่แสวงหาผู้รับทักษิณานอกศาสนานี้ และทำอุปการะในศาสนานี้ก่อน อุบาสกนั้นผู้เสพธรรม ๗ ประการ อันไม่เป็นเหตุแห่งความเสื่อมที่เราแสดงดีแล้วนี้แล ย่อมไม่เสื่อมจากสัทธรรม ทุติยปริหานิสูตรที่ ๙ จบ