กรรมสูตร ที่ ๒
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต กรรมสูตรที่ ๒
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่รู้แล้ว ย่อมไม่กล่าวความสิ้นสุดกรรม ที่สัตว์ตั้งใจกระทำสั่งสมขึ้น ก็วิบากนั้นแล อันสัตว์ผู้ทำพึงได้เสวยในปัจจุบัน ในอัตภาพถัดไป หรือในอัตภาพต่อๆ ไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่รู้แล้ว ย่อม ไม่กล่าวการทำที่สุดทุกข์แห่งกรรมที่สัตว์ตั้งใจกระทำสั่งสมขึ้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในข้อนั้น ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจ เป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก ความวิบัติอันเป็นโทษแห่ง การงานทางวาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มี ทุกข์เป็นวิบาก ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจ เป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก อย่างนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้พูดเท็จ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก อย่างนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้อยากได้ของผู้อื่น ฯลฯ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็น อกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก อย่างนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะเหตุแห่งความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล เพราะเหตุแห่งความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทาง วาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล หรือเพราะเหตุแห่งความวิบัติอันเป็น โทษแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง มีความตั้งใจเป็นอกุศล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่รู้แล้ว ย่อมไม่กล่าวความสิ้นสุดแห่งกรรมที่ สัตว์ตั้งใจกระทำสั่งสมขึ้น ก็วิบากนั้น อันสัตว์ผู้ทำพึงได้เสวยในปัจจุบัน ใน อัตภาพถัดไป หรือในอัตภาพต่อๆ ไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่รู้แล้ว ย่อมไม่ กล่าวการทำที่สุดทุกข์แห่งกรรมที่สัตว์ตั้งใจกระทำสั่งสมขึ้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในข้อนั้นสมบัติแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล ย่อมมีสุข เป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก สมบัติแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจ เป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก สมบัติแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมบัติแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจ เป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล บางคนในโลกนี้ ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมบัติแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมบัติแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจ เป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล บางคนในโลกนี้ ละการพูดเท็จ เว้นขาดจากการพูดเท็จ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมบัติแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมบัติแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจ เป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ไม่อยากได้ของผู้อื่น ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมบัติ แห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุข เป็นวิบาก อย่างนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะเหตุแห่งสมบัติแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล เพราะเหตุแห่งสมบัติแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล หรือ เพราะเหตุแห่งสมบัติแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล ฯ จบสูตรที่ ๔
นาหํ ภิกฺขเว สญฺเจตนิกานํ กมฺมานํ กตานํ อุปจิตานํ อปฺปฏิสํวิทิตฺวา พฺยนฺติภาวํ วทามิ ตญฺจ โข ทิฏฺเฐว ธมฺเม อุปปชฺเช วา อปเร วา ปริยาเย น เตฺววาหํ ภิกฺขเว สญฺเจตนิกานํ กมฺมานํ กตานํ อุปจิตานํ อปฺปฏิสํวิทิตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตกิริยํ วทามิ ตตฺร ภิกฺขเว ติวิธํ กายกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ จตุพฺพิธํ วจีกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ ติวิธํ มโนกมฺมนฺต- สนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ ฯ {๑๙๕.๑} กถญฺจ ภิกฺขเว ติวิธํ กายกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ ฯเปฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ติวิธํ กายกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ ฯ {๑๙๕.๒} กถญฺจ ภิกฺขเว จตุพฺพิธํ วจีกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ ฯเปฯ เอวํ โข ภิกฺขเว จตุพฺพิธํ วจีกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ ฯ {๑๙๕.๓} กถญฺจ ภิกฺขเว ติวิธํ มโนกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ ฯเปฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ติวิธํ มโนกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ ติวิธกายกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติอกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา ภิกฺขเว สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺติ จตุพฺพิธวจีกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติอกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา ฯเปฯ ติวิธมโนกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติอกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา ภิกฺขเว สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺติ ฯ นาหํ ภิกฺขเว สญฺเจตนิกานํ กมฺมานํ กตานํ อุปจิตานํ อปฺปฏิสํวิทิตฺวา พฺยนฺติภาวํ วทามิ ตญฺจ โข ทิฏฺเฐว ธมฺเม อุปปชฺเช วา อปเร วา ปริยาเย น เตฺววาหํ ภิกฺขเว สญฺเจตนิกานํ กมฺมานํ กตานํ อุปจิตานํ อปฺปฏิสํวิทิตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตกิริยํ วทามิ ตตฺร ภิกฺขเว ติวิธํ กายกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ จตุพฺพิธํ วจีกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ ติวิธํ มโนกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ ฯ {๑๙๕.๔} กถญฺจ ภิกฺขเว ติวิธํ กายกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ ฯเปฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ติวิธํ กายกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ ฯ {๑๙๕.๕} กถญฺจ ภิกฺขเว จตุพฺพิธํ วจีกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ ฯเปฯ เอวํ โข ภิกฺขเว จตุพฺพิธํ วจีกมฺมนฺตสมฺปตฺติ โหติ ฯ {๑๙๕.๖} กถญฺจ ภิกฺขเว ติวิธํ มโนกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ ฯเปฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ติวิธํ มโนกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ ติวิธกายกมฺมนฺตสมฺปตฺติกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา ภิกฺขเว สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ จตุพฺพิธวจีกมฺมนฺตสมฺปตฺติกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา ฯเปฯ ติวิธมโนกมฺมนฺตสมฺปตฺติกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา ภิกฺขเว สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ ฯ