สมาธิสูตร ที่ ๓
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต สมาธิสูตรที่ ๓
ครั้งนั้นแล ภิกษุเป็นอันมากได้เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึง ที่อยู่ ได้ปราศรัยกับด้วยพระสารีบุตร ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไป แล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ถามท่านพระสารีบุตรว่า ข้าแต่ พระสารีบุตรผู้มีอายุ พึงมีได้หรือหนอแล การที่ภิกษุได้สมาธิโดยประการที่ตน ไม่พึงมีความสำคัญในปฐวีธาตุว่าเป็นปฐวีธาตุเป็นอารมณ์ ... ไม่พึงมีความสำคัญใน รูปที่ได้เห็น เสียงที่ได้ยิน อารมณ์ที่ทราบ ธรรมที่รู้แจ้ง ที่ถึงแล้ว แสวงหาแล้ว ตรองตามแล้วด้วยใจ ก็แต่ว่าพึงเป็นผู้มีสัญญา ฯ ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย พึงมีได้ การที่ภิกษุได้สมาธิ โดยประการที่ตนไม่พึงมีความสำคัญในปฐวีธาตุ ว่าเป็นปฐวีธาตุเป็นอารมณ์ ฯลฯ ไม่พึงมีความสำคัญในรูปที่ได้เห็น เสียงที่ได้ยิน อารมณ์ที่ทราบ ธรรมที่รู้แจ้ง ที่ ถึงแล้ว แสวงหาแล้ว ตรองตามแล้วด้วยใจ ก็แต่ว่าพึงเป็นผู้มีสัญญา ฯ ภิ. ข้าแต่ท่านพระสารีบุตรผู้มีอายุ พึงมีได้อย่างไร การที่ภิกษุได้สมาธิ โดยประการที่ตนไม่พึงมีความสำคัญในปฐวีธาตุว่าเป็นปฐวีธาตุเป็นอารมณ์ ฯลฯ ไม่ พึงมีความสำคัญในรูปที่ได้เห็น เสียงที่ได้ยิน อารมณ์ที่ทราบ ธรรมที่รู้แจ้ง ที่ถึง แล้ว แสวงหาแล้ว ตรองตามแล้วด้วยใจ ก็แต่ว่าพึงเป็นผู้มีสัญญา ฯ สา. ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเป็นผู้มีความสำคัญ อย่างนี้ว่า ธรรมชาตินั่นสงบ ธรรมชาตินั่นประณีต คือ ความสงบสังขารทั้งปวง ความสละคืนอุปธิทั้งปวง ความสิ้นตัณหา ความสิ้นกำหนัด ความดับ นิพพาน ดูกรอาวุโสทั้งหลาย พึงมีได้อย่างนี้แล การที่ภิกษุได้สมาธิโดยประการที่ตนไม่พึง มีความสำคัญในปฐวีธาตุว่าเป็นปฐวีธาตุเป็นอารมณ์ ... ไม่พึงมีความสำคัญในรูปที่ ได้เห็น เสียงที่ได้ยิน อารมณ์ที่ทราบ ธรรมที่รู้แจ้ง ที่ถึงแล้ว แสวงหาแล้ว ตรองตามแล้วด้วยใจ ก็แต่ว่าพึงเป็นผู้มีสัญญา ฯ จบสูตรที่ ๑๐
๒๐ อถโข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สารีปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทึสุ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจุํ สิยา นุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ภิกฺขุโน ตถารูโป สมาธิปฏิลาโภ ยถา เนว ปฐวิยํ ปฐวีสญฺญี อสฺส น อาปสฺมึ อาโปสญฺญี อสฺส น เตชสฺมึ เตโชสญฺญี อสฺส น วายสฺมึ วาโยสญฺญี อสฺส น อากาสานญฺจายตเน อากาสานญฺจายตนสญฺญี อสฺส น วิญฺญาณญฺจายตเน วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญี อสฺส น อากิญฺจญฺญายตเน อากิญฺจญฺญายตนสญฺญี อสฺส น เนวสญฺญานาสญฺญายตเน เนวสญฺญานาสญฺญายตนสญฺญี อสฺส น อิธโลเก อิธโลกสญฺญี อสฺส น ปรโลเก ปรโลกสญฺญี อสฺส ยมิทํ ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา ตตฺราปิ น สญฺญี อสฺส สญฺญี จ ปน อสฺสาติ ฯ {๒๒๗.๑} สิยา อาวุโส ภิกฺขุโน ตถารูโป สมาธิปฏิลาโภ ยถา เนว ปฐวิยํ ปฐวีสญฺญี อสฺส ฯเปฯ ยมิทํ ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา ตตฺราปิ น สญฺญี อสฺส สญฺญี จ ปน อสฺสาติ ฯ ยถากถํ ปนาวุโส สารีปุตฺต สิยา ภิกฺขุโน ตถารูโป สมาธิปฏิลาโภ ยถา เนว ปฐวิยํ ปฐวีสญฺญี อสฺส ฯเปฯ ยมิทํ ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา ตตฺราปิ น สญฺญี อสฺส สญฺญี จ ปน อสฺสาติ ฯ {๒๒๗.๒} อิธ อาวุโส ภิกฺขุ เอวํ สญฺญี โหติ เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํ ยทิทํ สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหกฺขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพานนฺติ เอวํ โข อาวุโส สิยา ภิกฺขุโน ตถารูโป สมาธิปฏิลาโภ ยถา เนว ปฐวิยํ ปฐวีสญฺญี อสฺส น อาปสฺมึ อาโปสญฺญี อสฺส น เตชสฺมึ เตโชสญฺญี อสฺส น วายสฺมึ วาโยสญฺญี อสฺส น อากาสานญฺจายตเน อากาสานญฺจายตนสญฺญี อสฺส น วิญฺญาณญฺจายตเน วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญี อสฺส น อากิญฺจญฺญายตเน อากิญฺจญฺญายตนสญฺญี อสฺส น เนวสญฺญานาสญฺญายตเน เนวสญฺญานาสญฺญายตนสญฺญี อสฺส น อิธโลเก อิธโลกสญฺญี อสฺส น ปรโลเก ปรโลกสญฺญี อสฺส ยมิทํ ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา ตตฺราปิ น สญฺญี อสฺส สญฺญี จ ปน อสฺสาติ ฯ