๓. ทุติยวิวาทมูลสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๕. อักโกสวรรค ๓. ทุติยวิวาทมูลสูตร ๓. ทุติยวิวาทมูลสูตร ว่าด้วยมูลเหตุแห่งวิวาท สูตรที่ ๒
พระอุบาลีทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มูลเหตุแห่งวิวาทมีเท่าไรหนอ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อุบาลี มูลเหตุแห่งวิวาท ๑๐ ประการ มูลเหตุแห่งวิวาท ๑๐ ประการ อะไรบ้าง คือ ภิกษุทั้งหลายในธรรมวินัยนี้ ๑. แสดงอนาบัติว่า ‘เป็นอาบัติ’ ๒. แสดงอาบัติว่า ‘เป็นอนาบัติ’ ๓. แสดงอาบัติเบาว่า ‘เป็นอาบัติหนัก’ ๔. แสดงอาบัติหนักว่า ‘เป็นอาบัติเบา’ ๕. แสดงอาบัติชั่วหยาบ ว่า ‘ไม่เป็นอาบัติชั่วหยาบ’ ๖. แสดงอาบัติไม่ชั่วหยาบว่า ‘เป็นอาบัติชั่วหยาบ’ ๗. แสดงอาบัติมีส่วนเหลือว่า ‘เป็นอาบัติไม่มีส่วนเหลือ’ ๘. แสดงอาบัติไม่มีส่วนเหลือว่า ‘เป็นอาบัติมีส่วนเหลือ’ ๙. แสดงอาบัติที่ทำคืนได้ว่า ‘เป็นอาบัติที่ทำคืนไม่ได้’ ๑๐. แสดงอาบัติที่ทำคืนไม่ได้ว่า ‘เป็นอาบัติที่ทำคืนได้’ อุบาลี มูลเหตุแห่งวิวาท ๑๐ ประการนี้แล ทุติยวิวาทมูลสูตรที่ ๓ จบ @เชิงอรรถ : @ อาบัติชั่วหยาบ หมายถึงอาบัติปาราชิก ๔ สิกขาบท และอาบัติสังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบท ดู วินัยปิฎกแปล @เล่มที่ ๑ ข้อ ๓๙๙ หน้า ๔๓๕ @ อาบัติมีส่วนเหลือ หมายถึงสังฆาทิเสส ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ทุพภาสิต อาบัติไม่มี @ส่วนเหลือ หมายถึงปาราชิก ๔ (องฺ.เอกก.อ. ๑/๑๕๐/๘๕) @ ข้อ ๔๓ ดู อังคุตตรนิกายแปล เล่มที่ ๒๐ ข้อ ๑๕๐-๑๕๙ หน้า ๒๑ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๙๕}