นฬกปานสูตร ที่ ๒
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต นฬกปานสูตรที่ ๒
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ปลาสวัน ในนฬกปาน- *นิคม สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคอันหมู่ภิกษุแวดล้อม ประทับนั่งแล้วในวัน อุโบสถ พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาสิ้นส่วนแห่งราตรีเป็นอันมาก ทรงตรวจดู ภิกษุสงฆ์ผู้นิ่งเงียบอยู่แล้ว ตรัสกะท่านพระสารีบุตรว่า ดูกรสารีบุตร ภิกษุสงฆ์ เป็นผู้ปราศจากถีนมิทธะแล้ว ธรรมีกถาเพื่อภิกษุทั้งหลายจงแจ่มแจ้งกะเธอ เราเมื่อยหลัง จักเอนหลัง ท่านพระสารีบุตรทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มี พระภาครับสั่งให้ปูผ้าสังฆาฏิสี่ชั้นแล้ว สำเร็จสีหไสยาโดยพระปรัศว์เบื้องขวา ซ้อนพระบาทเหลื่อมพระบาท ทรงมีสติสัมปชัญญะ ทรงกระทำอุฏฐานสัญญาไว้ ในพระทัย ฯ ณ ที่นั้นแล ท่านพระสารีบุตรเตือนภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นกล่าวรับท่านพระสารีบุตรแล้ว ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวว่า ดูกร อาวุโสทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่งไม่มีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลาย ไม่มีหิริ ไม่มี โอตตัปปะ ไม่มีวิริยะ ไม่มีปัญญา ไม่มีการเงี่ยโสตลงฟังธรรม ไม่มีการทรงจำ ธรรมไว้ ไม่มีการพิจารณาเนื้อความ ไม่มีการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ไม่มี ความไม่ประมาทในกุศลธรรมทั้งหลาย กลางคืนหรือกลางวันของผู้นั้นย่อมผ่านพ้น ไป ผู้นั้นพึงหวังได้ความเสื่อมในกุศลธรรมทั้งหลาย ไม่หวังได้ความเจริญเลย ดูกรอาวุโสทั้งหลาย เปรียบเหมือนกลางคืนหรือกลางวันของพระจันทร์ในปักษ์ ข้างแรม ย่อมผ่านพ้นไป พระจันทร์ย่อมเสื่อมจากวรรณะ ... ฉันใด ผู้ใด ผู้หนึ่งไม่มีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลาย ... ไม่หวังได้ความเจริญเลย ฉันนั้น เหมือนกัน ฯ ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่งมีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลาย มีหิริ มีโอตตัปปะ มีวิริยะ มีปัญญา มีการเงี่ยโสตลงฟังธรรม มีการทรงจำธรรมไว้ มีการพิจารณาเนื้อความ มีการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม มีความไม่ประมาทใน กุศลธรรมทั้งหลาย กลางคืนหรือกลางวันของผู้นั้นย่อมผ่านพ้นไป ผู้นั้นพึงหวัง ความเจริญในกุศลธรรมทั้งหลาย ไม่หวังได้ความเสื่อมเลย ดูกรอาวุโสทั้งหลาย เปรียบเหมือนกลางคืนหรือกลางวันของพระจันทร์ในปักษ์ข้างขึ้น ย่อมผ่านพ้นไป พระจันทร์นั้นย่อมเจริญด้วยวรรณะ ... ฉันใด ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ผู้ใด ผู้หนึ่งมีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลาย ... ไม่หวังได้ความเสื่อมเลย ฉันนั้น เหมือนกัน ฯ ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเสด็จลุกขึ้นแล้ว ตรัสชมท่านพระสารีบุตรว่า ดีละ ดีละ สารีบุตร ผู้ใดผู้หนึ่งไม่มีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลาย ... ไม่หวัง ได้ความเจริญเลย ดูกรสารีบุตร เปรียบเหมือนกลางคืนหรือกลางวันของพระจันทร์ ในปักษ์ข้างแรม ย่อมผ่านพ้นไป พระจันทร์ย่อมเสื่อมจากวรรณะ ... ฉันใด ดูกรสารีบุตร ผู้ใดผู้หนึ่งไม่มีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลาย ... ไม่หวังได้ความ เจริญเลย ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ ดูกรสารีบุตร ผู้ใดผู้หนึ่งมีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลาย ... ไม่หวังได้ ความเสื่อมเลย ดูกรสารีบุตร เปรียบเหมือนกลางคืนหรือกลางวันของพระจันทร์ ในปักษ์ข้างขึ้น ย่อมผ่านพ้นไป พระจันทร์นั้นย่อมเจริญด้วยวรรณะ ... ฉันใด ผู้ใดผู้หนึ่งมีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลาย ... ไม่หวังได้ความเสื่อมเลย ฉันนั้น เหมือนกัน ฯ จบสูตรที่ ๘
เอกํ สมยํ ภควา นฬกปาเน วิหรติ ปลาสวเน เตน โข ปน สมเยน ภควา ตทหุโปสเถ ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต นิสินฺโน โหติ อถโข ภควา พหุเทว รตฺตึ ภิกฺขู ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตฺวา สมาทเปตฺวา สมุตฺเตเชตฺวา สมฺปหํเสตฺวา ตุณฺหีภูตํ ตุณฺหีภูตํ ภิกฺขุสงฺฆํ อนุวิโลเกตฺวา อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ อามนฺเตสิ วิคตถีนมิทฺโธ โข สารีปุตฺต ภิกฺขุสงฺโฆ ปฏิภาตุ ตํ สารีปุตฺต ภิกฺขูนํ ธมฺมี กถา ปิฏฺฐิ เม อาคิลายติ ตมหํ อายมิสฺสามีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภควโต ปจฺจสฺโสสิ ฯ {๖๘.๑} อถโข ภควา จตุคุณํ สงฺฆาฏึ ปญฺญาเปตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สีหเสยฺยํ กปฺเปสิ ปาเท ปาทํ อจฺจาธาย สโต สมฺปชาโน อุฏฺฐานสญฺญํ มนสิกริตฺวา ฯ ตตฺร โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ อาวุโส ภิกฺขโวติ ฯ อาวุโสติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ ฯ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ ยสฺสกสฺสจิ อาวุโส สทฺธา นตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ หิริ นตฺถิ ... โอตฺตปฺปํ นตฺถิ ... วิริยํ นตฺถิ ... ปญฺญา นตฺถิ ... โสตาวธานํ นตฺถิ ... ธมฺมธารณา นตฺถิ ... อตฺถูปปริกฺขา นตฺถิ ... ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติ นตฺถิ ... อปฺปมาโท นตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ตสฺส ยา รตฺติ วา ทิวโส วา อาคจฺฉติ หานิเยว ปาฏิกงฺขา กุสเลสุ ธมฺเมสุ โน วุฑฺฒิ เสยฺยถาปิ อาวุโส กาฬปกฺเข จนฺทสฺส ยา รตฺติ วา ทิวโส วา อาคจฺฉติ หายเตว วณฺเณน หายติ มณฺฑเลน หายติ อาภาย หายติ อาโรหปริณาเหน เอวเมว โข อาวุโส ยสฺสกสฺสจิ สทฺธา นตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ หิริ นตฺถิ ... โอตฺตปฺปํ นตฺถิ ... วิริยํ นตฺถิ ... ปญฺญา นตฺถิ ... โสตาวธานํ นตฺถิ ... ธมฺมธารณา นตฺถิ ... อตฺถูปปริกฺขา นตฺถิ ... ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติ นตฺถิ ... อปฺปมาโท นตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ตสฺส ยา รตฺติ วา ทิวโส วา อาคจฺฉติ หานิเยว ปาฏิกงฺขา กุสเลสุ ธมฺเมสุ โน วุฑฺฒิ ฯ {๖๘.๒} ยสฺสกสฺสจิ อาวุโส สทฺธา อตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ หิริ อตฺถิ ... โอตฺตปฺปํ อตฺถิ ... วิริยํ อตฺถิ ... ปญฺญา อตฺถิ ... โสตาวธานํ อตฺถิ ... ธมฺมธารณา อตฺถิ ... อตฺถูปปริกฺขา อตฺถิ ... ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติ อตฺถิ ... อปฺปมาโท อตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ตสฺส ยา รตฺติ วา ทิวโส วา อาคจฺฉติ วุฑฺฒิเยว ปาฏิกงฺขา กุสเลสุ ธมฺเมสุ โน ปาริหานิ เสยฺยถาปิ อาวุโส ชุณฺหปกฺเข จนฺทสฺส ยา รตฺติ วา ทิวโส วา อาคจฺฉติ วฑฺฒเตว วณฺเณน วฑฺฒติ มณฺฑเลน วฑฺฒติ อาภาย วฑฺฒติ อาโรหปริณาเหน เอวเมว โข อาวุโส ยสฺสกสฺสจิ สทฺธา อตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ หิริ อตฺถิ ... โอตฺตปฺปํ อตฺถิ ... วิริยํ อตฺถิ ... ปญฺญา อตฺถิ ... โสตาวธานํ อตฺถิ ... ธมฺมธารณา อตฺถิ ... อตฺถูปปริกฺขา อตฺถิ ... ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติ อตฺถิ ... อปฺปมาโท อตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ตสฺส ยา รตฺติ วา ทิวโส วา อาคจฺฉติ วุฑฺฒิเยว ปาฏิกงฺขา กุสเลสุ ธมฺเมสุ โน ปาริหานีติ ฯ {๖๘.๓} อถโข ภควา ปจฺจุฏฺฐาย อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ อามนฺเตสิ สาธุ สาธุ สารีปุตฺต ยสฺสกสฺสจิ สารีปุตฺต สทฺธา นตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ หิริ นตฺถิ ... โอตฺตปฺปํ นตฺถิ ... วิริยํ นตฺถิ ... ปญฺญา นตฺถิ ... โสตาวธานํ นตฺถิ ... ธมฺมธารณา นตฺถิ ... อตฺถูปปริกฺขา นตฺถิ ... ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติ นตฺถิ ... อปฺปมาโท นตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ตสฺส ยา รตฺติ วา ทิวโส วา อาคจฺฉติ หานิเยว ปาฏิกงฺขา กุสเลสุ ธมฺเมสุ โน วุฑฺฒิ เสยฺยถาปิ สารีปุตฺต กาฬปกฺเข จนฺทสฺส ยา รตฺติ วา ทิวโส วา อาคจฺฉติ หายเตว วณฺเณน หายติ มณฺฑเลน หายติ อาภาย หายติ อาโรหปริณาเหน เอวเมว โข สารีปุตฺต ยสฺสกสฺสจิ สทฺธา นตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯเปฯ อปฺปมาโท นตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ตสฺส ยา รตฺติ วา ทิวโส วา อาคจฺฉติ หานิเยว ปาฏิกงฺขา กุสเลสุ ธมฺเมสุ โน วุฑฺฒิ ฯ {๖๘.๔} ยสฺสกสฺสจิ สารีปุตฺต สทฺธา อตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ หิริ อตฺถิ ... โอตฺตปฺปํ อตฺถิ ... วิริยํ อตฺถิ ... โสตาวธานํ อตฺถิ ... ธมฺมธารณา อตฺถิ ... อตฺถูปปริกฺขา อตฺถิ ... ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติ อตฺถิ ... อปฺปมาโท อตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ตสฺส ยา รตฺติ วา ทิวโส วา อาคจฺฉติ วุฑฺฒิเยว ปาฏิกงฺขา กุสเลสุ ธมฺเมสุ โน ปาริหานิ เสยฺยถาปิ สารีปุตฺต ชุณฺหปกฺเข จนฺทสฺส ยา รตฺติ วา ทิวโส วา อาคจฺฉติ วฑฺฒเตว วณฺเณน วฑฺฒติ มณฺฑเลน วฑฺฒติ อาภาย วฑฺฒติ อาโรหปริณาเหน เอวเมว โข สารีปุตฺต ยสฺสกสฺสจิ สทฺธา อตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯเปฯ อปฺปมาโท อตฺถิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ตสฺส ยา รตฺติ วา ทิวโส วา อาคจฺฉติ วุฑฺฒิเยว ปาฏิกงฺขา กุสเลสุ ธมฺเมสุ โน ปาริหานีติ ฯ