๘. กัจจานสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๘. กัจจานสูตร ว่าด้วยพระมหากัจจานะ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี สมัยนั้น ท่านพระมหากัจจานะนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง มีกายคตาสติที่ตั้งมั่นภายในตนอยู่ในที่ไม่ไกลจากพระผู้มีพระภาค @เชิงอรรถ : @ กิเลสเครื่องเนิ่นช้า หมายถึงราคะ โทสะ โมหะ ตัณหา ทิฏฐิ และมานะ (ขุ.อุ.อ. ๖๗/๓๙๙) @ ที่ต่อ หมายถึงตัณหาและทิฏฐิ (ขุ.อุ.อ. ๖๗/๔๐๐) @ ลิ่มสลัก หมายถึงอวิชชา (ขุ.อุ.อ. ๖๗/๔๐๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๓๑๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน [๗. จูฬวรรค] ๙. อุทปานสูตร พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นท่านพระมหากัจจานะผู้กำลังนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง มีกายคตาสติที่ตั้งมั่นภายในตนอยู่ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งอุทานนี้ ในเวลานั้นว่า พุทธอุทาน ผู้ใดพึงเข้าไปตั้งกายคตาสติไว้ในกาลทุกเมื่อว่า “ถ้าในอดีต กรรมกิเลสไม่พึงมีแก่เรา ในปัจจุบัน อัตภาพนี้ก็ไม่พึงมีแก่เรา ในอัตภาพนี้ กรรมกิเลสจักไม่มีแก่เรา ในอนาคต วิปากวัฏก็จักไม่มีแก่เรา” ผู้นั้นมีปกติอยู่ด้วยอนุปุพพวิหารในกาลทั้ง ๓ นั้น พึงข้ามพ้นตัณหาที่ชื่อวิสัตติกาได้ โดยเวลาที่อริยมรรคเกิดขึ้นนั่นแล กัจจานสูตรที่ ๘ จบ