๖. ทุติยเอสนาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๖. ทุติยเอสนาสูตร ว่าด้วยการแสวงหา สูตรที่ ๒
แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ ประการนี้ การแสวงหา ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. การแสวงหากาม ๒. การแสวงหาภพ ๓. การแสวงหาพรหมจรรย์ ภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ ประการนี้แล @เชิงอรรถ : @ ธรรมเป็นที่ดับการแสวงหา แยกเป็น ๓ ระดับ คือ (๑) ปฐมมรรค(โสดาปัตติมรรค) เป็นที่ดับการแสวงหา @พรหมจรรย์ (๒) อนาคามิมรรค เป็นที่ดับการแสวงหากาม (๓) อรหัตตมรรค เป็นที่ดับการแสวงหาภพ @(ขุ.อิติ.อ. ๕๔/๒๒๔) และดู อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๙๑๙/๕๗๕ ประกอบ @ ดูเทียบ ที.ปา. ๑๑/๓๐๕/๑๙๔, อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๙๑๙/๕๗๕ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๐๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๓. ติกนิบาต] ๑. ปฐมวรรค ๖. ทุติยเอสนาสูตร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัส คาถาประพันธ์ดังนี้ว่า การแสวงหากาม การแสวงหาภพ และการแสวงหาพรหมจรรย์ คือการยึดถือว่าอย่างนี้จริง อันเป็นทิฏฐิฏฐาน ภิกษุผู้คลายกำหนัดได้ทั้งหมด หลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหา ชื่อว่าสละคืนการแสวงหา(กามและภพ) พร้อมทั้งถอนทิฏฐิฏฐานได้ เพราะสิ้นการแสวงหาทั้งหลาย ภิกษุจึงเป็นผู้ไม่หวัง และหมดความสงสัยโดยสิ้นเชิง แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แล ทุติยเอสนาสูตรที่ ๖ จบ @เชิงอรรถ : @ คำว่า “ทิฏฐิฏฐาน” เป็นชื่อของทิฏฐินั่นเอง ทิฏฐิทั้งหลายที่ชื่อว่า ทิฏฐิฏฐาน เพราะเป็นเหตุแห่งความ @พินาศทั้งหลายทั้งปวง (ขุ.อิติ.อ. ๕๕/๒๒๕) @ ดูเทียบ องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๓๘/๖๔ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๐๙}