๓. นิสสรณิยสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๓. นิสสรณิยสูตร ว่าด้วยธาตุที่มีคุณสมบัติสลัดออก
แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย ธาตุเป็นที่สลัดออก ๓ ประการนี้ ธาตุเป็นที่สลัดออก ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. เนกขัมมธาตุ เป็นที่สลัดละกามทั้งหลาย ๒. อรูปธาตุ เป็นที่สลัดละรูปธรรมทั้งหลาย @เชิงอรรถ : @ เนกขัมมธาตุ หมายถึงรูปฌาน (ขุ.อิติ.อ. ๗๒/๒๕๑) @ อรูปธาตุ หมายถึงอรูปฌาน (ขุ.อิติ.อ. ๗๒/๒๕๑) และดูเทียบเชิงอรรถที่ ๒ หน้า ๔๐๔ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๒๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๓. ติกนิบาต] ๓. ตติยวรรค ๔. สันตตรสูตร ๓. นิโรธธาตุ เป็นที่สลัดละธรรมชาติที่เกิดแล้ว ถูกปัจจัยปรุงแต่ง อาศัย กันและกันเกิดขึ้น ภิกษุทั้งหลาย ธาตุเป็นที่สลัดออก ๓ ประการนี้แล” พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัส คาถาประพันธ์ดังนี้ว่า ภิกษุผู้มีความเพียรรู้ชัดธาตุเป็นที่สลัดกามออก และธาตุเป็นเหตุล่วงพ้นรูปธรรมแล้ว สัมผัสภาวะที่สงบระงับสังขารทั้งปวงตลอดกาล ภิกษุนั้นแล เป็นผู้มีความเห็นชอบ เพราะเหตุที่น้อมจิตไปในนิพพานธาตุนั้น จึงชื่อว่าสำเร็จอภิญญา ๖ ประการ เป็นผู้สงบ ล่วงพ้นโยคะได้แล้ว เป็นมุนีแท้จริง แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แล นิสสรณิยสูตรที่ ๓ จบ ๔. สันตตรสูตร ว่าด้วยนิโรธสงบยิ่งกว่าอรูปธรรม
แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย อรูปธรรม สงบยิ่งกว่ารูปธรรม นิโรธ สงบยิ่งกว่าอรูปธรรม” @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๓ หน้า ๔๐๔ ในเล่มนี้ @ อรูปธรรม ในที่นี้หมายถึงอรูปภพ (ขุ.อิติ.อ. ๗๓/๒๕๒) @ รูปธรรม ในที่นี้หมายถึงรูปภพ (ขุ.อิติ.อ. ๗๓/๒๕๒) @ นิโรธ ในที่นี้หมายถึงนิพพาน (ขุ.อิติ.อ. ๗๓/๒๕๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๓๐}