๙. ธาตุสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ๙. ธาตุสูตร
จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมเทียบเคียงกัน เสมอกันกับสัตว์ทั้งหลายโดย ธาตุแล คือ สัตว์ผู้มีอัธยาศัยเลว ย่อมเทียบเคียงกัน เสมอกันกับสัตว์ผู้มีอัธยาศัย เลว สัตว์ผู้มีอัธยาศัยดี ย่อมเทียบเคียงกัน เสมอกันกับสัตว์ผู้มีอัธยาศัยดี ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย แม้ในอดีตกาล ... แม้ในอนาคตกาล ... แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์- *ทั้งหลาย ย่อมเทียบเคียงกัน เสมอกันกับสัตว์ทั้งหลายโดยธาตุแล คือ สัตว์ผู้มี อัธยาศัยเลว ย่อมเทียบเคียงกัน เสมอกันกับสัตว์ผู้มีอัธยาศัยเลว สัตว์ผู้มีอัธยาศัย ดี ย่อมเทียบเคียงกัน เสมอกันกับสัตว์ผู้มีอัธยาศัยดี ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาค ตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า กิเลสเกิดเพราะความเกี่ยวข้อง บุคคลย่อมตัดเสียได้เพราะ ความไม่เกี่ยวข้อง แม้บุคคลผู้มีความเป็นอยู่ดี แต่อาศัย บุคคลผู้เกียจคร้านย่อมจมลงในสมุทร คือ สงสาร เปรียบ เหมือนบุคคลขึ้นสู่แพไม้น้อยๆ พึงจมลงในมหรรณพ ฉะนั้น เพราะเหตุนั้น บุคคลพึงเว้นบุคคลผู้เกียจคร้าน มีความเพียรอันเลวนั้นเสีย พึงอยู่ร่วมกับพระอริยเจ้าทั้งหลาย ผู้สงัดแล้วผู้มีใจเด็ดเดี่ยว ผู้มีปรกติเพ่ง ผู้ปรารภความเพียร เป็นนิตย์ ผู้เป็นบัณฑิต ฯ เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้ว ฉะนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๙
๙ วุตฺตํ เหตํ ภควตา วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ ธาตุโสว ภิกฺขเว สตฺตา สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ หีนาธิมุตฺติกา สตฺตา หีนาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ กลฺยาณาธิมุตฺติกา สตฺตา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ฯ อตีตมฺปิ ภิกฺขเว อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทึสุ สมึสุ หีนาธิมุตฺติกา สตฺตา หีนาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทึสุ สมึสุ กลฺยาณาธิมุตฺติกา สตฺตา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทึสุ สมึสุ ฯ {๒๕๖.๑} อนาคตมฺปิ ภิกฺขเว อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทิสฺสนฺติ สเมสฺสนฺติ หีนาธิมุตฺติกา สตฺตา หีนาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทิสฺสนฺติ สเมสฺสนฺติ กลฺยาณาธิมุตฺติกา สตฺตา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทิสฺสนฺติ สเมสฺสนฺติ ฯ เอตรหิปิ ภิกฺขเว ปจฺจุปฺปนฺนํ อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ หีนาธิมุตฺติกา สตฺตา หีนาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ กลฺยาณาธิมุตฺติกา สตฺตา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺตีติ ฯ เอตมตฺถํ ภควา อโวจ ฯ ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ สํสคฺคา วนโถ ชาโต อสํสคฺเคน ฉิชฺชติ ปริตฺตํ ทารุมารุยฺห ยถา สีเท มหณฺณเว เอวํ กุสีตมาคมฺม สาธุชีวีปิ สีทติ ฯ ตสฺมา ตํ ปริวชฺเชยฺย กุสีตํ หีนวีริยํ ปวิวิตฺเตหิ อริเยหิ ปหิตตฺเตหิ ฌายิภิ นิจฺจํ อารทฺธวิริเยหิ ปณฺฑิเตหิ สหาวเสติ ฯ อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุตนฺติ ฯ นวมํ ฯ