๒. ธนิยสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๒. ธนิยสูตร ว่าด้วยการโต้ตอบระหว่างนายธนิยะกับพระพุทธเจ้า
(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ข้าพเจ้าปรุงอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว รีดน้ำนมโคไว้แล้ว อยู่ร่วมกับบริวารช่วยเหลือกัน ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหี มุงหลังคากั้นฝาเรือน นำไฟมาติดไว้เรียบร้อย ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) เราเป็นผู้ไม่โกรธ ปราศจากกิเลสดุจตะปูตรึงใจ พักแรม ๑ ราตรี ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหี เพิงที่พักคืออัตภาพ ก็ปราศจากหลังคาเครื่องมุงบัง กองไฟคือราคะเป็นต้นก็ดับหมดแล้ว ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด @เชิงอรรถ : @ นิวรณ์ หมายถึงธรรมเป็นเครื่องกั้นความดี มี ๕ ประการ คือ (๑) กามฉันทะ (ความพอใจในกาม) @(๒) พยาบาท (ความคิดร้าย) (๓) ถีนมิทธะ (ความหดหู่และเซื่องซึม) @(๔) อุทธัจจกุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่านและร้อนใจ) (๕) วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) (ขุ.สุ.อ. ๑/๑๗/๒๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๐๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๒. ธนิยสูตร
(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ฝูงโคของข้าพเจ้าไม่มีเหลือบและยุงมารบกวน เที่ยวหากิน ณ ริมฝั่งแม่น้ำที่มีหญ้างอกงาม จึงสามารถทนฝนที่ตกลงมาได้ดี ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) เราผูกแพคืออริยมรรค ตกแต่งคือบำเพ็ญดีแล้ว กำจัดห้วงน้ำคือกิเลสได้แล้ว ข้ามไปจนถึงฝั่งแล้ว จึงไม่มีความต้องการแพนั้นอีกต่อไป ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ภรรยาของข้าพเจ้าเป็นหญิงเชื่อฟัง ไม่โลเล ครองรักร่วมกันมานานหลายปี เป็นที่ไว้วางใจของข้าพเจ้า ความชั่ว ใดๆ ของนาง ข้าพเจ้าไม่เคยได้ยินเลย ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) จิตของเราเชื่อฟังเรา หลุดพ้นกิเลสแล้ว เราฝึกอบรมมานานจนเป็นจิตที่ฝึกหัดดีแล้ว ดังนั้น เราจึงไม่มีความชั่ว ใดๆ ต่อไป ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด @เชิงอรรถ : @ ข้ามไปจนถึงฝั่ง หมายถึงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๑/๓๓) @ โลเล หมายถึงความลุ่มหลง ความอยากของสตรี มี ๕ อย่าง (๑) โลเลในอาหาร (๒) โลเลในเครื่อง @ประดับ (๓) โลเลในบุรุษอื่น (๔) โลเลในทรัพย์ (๕) โลเลในการเที่ยวเตร่ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๒/๓๓) @ ความชั่ว (บาป) ที่นายธนิยะกล่าวนั้นหมายถึงความประพฤตินอกใจ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๒/๓๓) @ ความชั่ว ที่พระผู้มีพระภาคตรัสนั้นหมายถึงกายสมาจาร วจีสมาจาร มโนสมาจาร และอาชีวะที่ไม่บริสุทธิ์ @(ขุ.สุ.อ. ๑/๒๓/๓๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๐๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๒. ธนิยสูตร
(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ข้าพเจ้าเป็นผู้ทำการงานของตนเองเลี้ยงชีวิต ทั้งบุตรธิดาของข้าพเจ้าก็พร้อมหน้า ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ความชั่ว ใดๆ ของบุตรธิดาเหล่านั้น ข้าพเจ้าไม่เคยได้ยินเลย ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) เราไม่เป็นลูกจ้างใคร เที่ยวไปด้วยความเป็นสัพพัญญู ผู้ไม่มีความต้องการในโลกทั้งปวง เราจึงไม่มีความต้องการด้วยค่าจ้างอีกต่อไป ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ในจำนวนฝูงโคของข้าพเจ้านี้ มีทั้งโครุ่นที่ยังไม่ได้ฝึก ลูกโคที่ยังดื่มนม แม่โคที่กำลังตั้งครรภ์ แม่โควัยเจริญพันธุ์ และโคสำคัญที่เป็นจ่าฝูง ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) ในจำนวนฝูงโคคือศาสนธรรมของเรานี้ ไม่มีทั้งโครุ่นที่ยังไม่ได้ฝึก @เชิงอรรถ : @ ความชั่ว ของบุตรธิดาที่นายธนิยะกล่าวนั้น หมายถึงความเป็นโจร เป็นภรรยาของคนอื่น หรือเป็นผู้ทุศีล @(ขุ.สุ.อ. ๑/๒๔/๓๖) @ ไม่เป็นลูกจ้างใคร หมายถึงไม่เป็นทาสแห่งตัณหา (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๕/๓๖) @ โครุ่นที่ยังไม่ได้ฝึก ในที่นี้หมายถึงปริยุฏฐานกิเลส (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๗/๓๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๐๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๒. ธนิยสูตร ลูกโคที่ยังดื่มนม แม่โคที่กำลังตั้งครรภ์ แม่โควัยเจริญพันธุ์ และโคสำคัญที่เป็นจ่าฝูง ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ข้าพเจ้าปักเสาสำหรับล่ามโคไว้แน่นหนา ไม่โยกคลอน เชือกพิเศษสำหรับล่ามโคทั้งหลาย ก็ฝั้นด้วยหญ้าปล้องใหม่ๆ มีรูปทรงกะทัดรัดดี ถึงแม้โคหนุ่มๆ จะดิ้นดึง ก็ไม่สามารถทำให้ขาดได้เลย ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) เราได้ตัดเครื่องผูกทั้งหลาย เหมือนโคอุสภะสลัดเชือกที่ล่ามไว้จนขาดสะบั้น ทำลายเถาหัวด้วนเหมือนช้างทำลายเถาหัวด้วนจนแหลกละเอียด จึงไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
(พระสังคีติกาจารย์กล่าวดังนี้) ทันใดนั่นเอง ฝนห่าใหญ่ได้ตกลงมา จนน้ำท่วมเต็มทั้งที่ลุ่มและที่ดอน นายธนิยะเจ้าของโคได้ยินเสียงฝนที่กำลังตกอยู่ ได้กราบทูลเนื้อความดังนี้ว่า @เชิงอรรถ : @ ลูกโคที่ยังดื่มนม ในที่นี้หมายถึงอนุสัยกิเลส (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๗/๓๗) @ แม่โคที่กำลังตั้งครรภ์ ในที่นี้หมายถึงปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร และอาเนญชาภิสังขาร @(ขุ.สุ.อ. ๑/๒๗/๓๗) @ แม่โควัยเจริญพันธุ์ ในที่นี้หมายถึงตัณหา (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๗/๓๗) @ โคจ่าฝูง ในที่นี้หมายถึงอภิสังขารวิญญาณ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๗/๓๗) @ พระองค์ทรงทำลายเถาหัวด้วน คือ โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการ ด้วยโสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค @และอนาคามิมรรค เหมือนช้างทำลายเถาหัวด้วน ทรงตัดเครื่องผูกคืออุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการ @ด้วยอรหัตตมรรคเหมือนโคอุสภะสลัดเชือก (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๙/๓๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๐๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๒. ธนิยสูตร
เป็นลาภของพวกข้าพระองค์ไม่น้อยเลย ที่พวกข้าพระองค์ได้เห็นพระผู้มีพระภาค ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ พวกข้าพระองค์ขอถึงพระองค์เป็นสรณะ ข้าแต่พระมหามุนี ขอพระองค์ทรงเป็นพระศาสดา ของพวกข้าพระองค์เถิด
ข้าพระองค์และภรรยามีศรัทธาเชื่อฟังพระองค์ ขอประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระสุคต ข้าพระองค์ทั้งสองขอเป็นผู้ไปถึงฝั่งแห่งชาติและมรณะ จะเป็นผู้ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้
(มารผู้มีบาปกล่าวดังนี้) คนมีบุตรก็เพลิดเพลินบุตร เช่นเดียวกับคนมีโคก็เพลิดเพลินโค เพราะคนมีอุปธิ เป็นเหตุเพลิดเพลิน คนที่ไม่มีอุปธิย่อมไม่เพลิดเพลินเลย
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) คนมีบุตรก็เศร้าโศกเพราะบุตร เช่นเดียวกับคนมีโคก็เศร้าโศกเพราะโค เพราะคนมีอุปธิเป็นเหตุเศร้าโศก คนที่ไม่มีอุปธิ ย่อมไม่เศร้าโศกเลย ธนิยสูตรที่ ๒ จบ @เชิงอรรถ : @ อุปธิ หมายถึงกิเลสที่ทำให้ติดอยู่ในวัฏฏสงสารมี ๔ อย่าง คือ (๑) กามูปธิ (อุปธิคือกาม) (๒) ขันธูปธิ @(อุปธิคือขันธ์) (๓) กิเลสูปธิ (อุปธิคือกิเลส) (๔) อภิสังขารูปธิ (อุปธิคืออภิสังขาร) (ขุ.สุ.อ. ๑/๓๓/๔๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๐๖}