คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๑๓. สัมมาปริพพาชนียสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๗ ข้อ๑ ฉบับ

๑๓. สัมมาปริพพาชนียสูตร ว่าด้วยภิกษุควรละเว้นอยู่ในโลกโดยชอบ

๓๖๒

(พระพุทธเนรมิตทูลถามดังนี้) ข้าพระองค์ขอทูลถามพระมุนีผู้มีปัญญามาก ทรงข้ามโอฆะได้แล้วปรินิพพาน มีพระทัยมั่นคง ภิกษุนั้นบรรเทากามทั้งหลาย ออกจากเรือน (มาบวช) แล้ว พึงละเว้นอยู่ในโลกโดยชอบได้อย่างไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๘๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๒. จูฬวรรค] ๑๓. สัมมาปริพพาชนียสูตร

๓๖๓

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) ภิกษุผู้ตัดขาดการเชื่อสิ่งที่เห็นเป็นต้นว่า เป็นมงคล การยึดถืออุกกาบาตตก ความฝัน และการทำนายลักษณะ ละสิ่งที่ทำให้เกิดผลเสียต่อมงคลได้เด็ดขาด ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

๓๖๔

ภิกษุพึงกำจัดความกำหนัดในกามทั้งหลาย ทั้งที่เป็นของมนุษย์ และที่เป็นทิพย์ ภิกษุนั้นตรัสรู้ธรรมแล้ว ก้าวพ้นภพได้แล้ว ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

๓๖๕

ภิกษุกำจัดความส่อเสียดแล้ว พึงละความโกรธ ความตระหนี่ ภิกษุนั้นละความยินดีและความยินร้ายได้แล้ว ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

๓๖๖

ภิกษุละสิ่งอันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รักแล้ว ไม่ถือมั่น ผู้ไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัยในภพไหนๆ หลุดพ้นแล้วจากธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสังโยชน์ ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

๓๖๗

ภิกษุกำจัดฉันทราคะในสิ่งที่พึงยึดถือทั้งหลาย ไม่เห็นความเป็นสาระในอุปธิทั้งหลาย ภิกษุนั้นผู้ไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัย ใครๆ พึงชักนำไปไม่ได้ ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ @เชิงอรรถ : @ อุปธิ ในที่นี้หมายถึงขันธ์ ๕ (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๖๗/๑๘๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๘๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๒. จูฬวรรค] ๑๓. สัมมาปริพพาชนียสูตร

๓๖๘

ภิกษุผู้ไม่ผิดพลาดทางกาย วาจา และใจ รู้แจ้งซึ่งธรรมโดยชอบ ปรารถนาบทคือนิพพานอยู่ ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

๓๖๙

ภิกษุรู้จักเคารพนบไหว้ ไม่ถือตัว ถึงถูกด่าว่าก็ไม่โกรธ ได้ภัตตาหารที่ผู้อื่นถวายประจำแล้วก็ไม่ประมาทมัวเมา ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

๓๗๐

ภิกษุละความโลภและกามภพเป็นต้นได้แล้ว เว้นขาดจากการฆ่าฟัน และการจองจำผู้อื่น ตัดความสงสัยได้แล้ว ปราศจากกิเลสดุจลูกศร ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

๓๗๑

ภิกษุผู้รู้ข้อปฏิบัติที่สมควรแก่ตน รู้แจ้งสัจธรรมตามความเป็นจริง ไม่เบียดเบียนสัตว์โลกทุกชนิด ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

๓๗๒

ภิกษุไม่มีอนุสัยกิเลสใดๆ ถอนรากอกุศลธรรมได้หมดสิ้น ไม่มีความหวัง ปราศจากตัณหาโดยสิ้นเชิง ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

๓๗๓

ภิกษุผู้สิ้นอาสวะแล้ว ละมานะได้เด็ดขาด ล่วงพ้นทางแห่งราคะ ทั้งหมด ฝึกตนได้ ดับกิเลสลงได้อย่างสิ้นเชิง ดำรงตนมั่นคง ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ @เชิงอรรถ : @ ทางแห่งราคะ หมายถึงธรรมอันเป็นไปในภูมิ ๓ (กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ) (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๗๓/๑๘๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๘๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๒. จูฬวรรค] ๑๓. สัมมาปริพพาชนียสูตร

๓๗๔

ภิกษุมีศรัทธามั่นคง เป็นผู้ได้สดับอย่างดี เห็นทางปฏิบัติอันถูกต้อง เป็นนักปราชญ์ ผู้ไม่คล้อยตามไปในฝักฝ่ายมิจฉาทิฏฐิ ขจัดโลภะ โทสะคือความขุ่นเคืองใจได้ ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

๓๗๕

ภิกษุเอาชนะกิเลสได้ด้วยอรหัตตมรรคที่หมดจดดี ไม่มีกิเลสเครื่องปิดบัง เชี่ยวชาญในธรรมทั้งหลาย เป็นผู้ถึงฝั่ง หมดตัณหาอันทำให้หวั่นไหว มีความฉลาดในญาณเป็นที่ดับสังขาร ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

๓๗๖

ภิกษุล่วงพ้นความกำหนดที่ถือว่าเป็นของเรา ในเบญจขันธ์ทั้งที่เป็นอดีตและอนาคต มีปัญญาบริสุทธิ์ เป็นผู้หลุดพ้นจากอายตนะทั้งปวงได้เด็ดขาด ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

๓๗๗

ภิกษุรู้แจ้งสภาวะที่ควรเข้าถึง จนได้บรรลุธรรม เห็นการละอาสวะทั้งหลายเป็นวิวฏะ ไม่ติดข้องอยู่ในภพไหนๆ เพราะอุปธิทั้งปวงหมดสิ้นไปแล้ว ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ @เชิงอรรถ : @ ธรรมทั้งหลาย ในที่นี้หมายถึงอริยสัจ ๔ (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๗๕/๑๘๕) @ วิวฏะ ในที่นี้หมายถึงนิพพาน (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๗๗/๑๘๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๘๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๒. จูฬวรรค] ๑๔. ธัมมิกสูตร

๓๗๘

(พระพุทธเนรมิตทูลสรุปดังนี้) ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ที่พระองค์ตรัสมาทั้งหมดนั้นถูกต้องทีเดียว ภิกษุใดมีความประพฤติเช่นนี้อยู่ประจำ ฝึกฝนตนแล้ว เป็นผู้ข้ามสังโยชน์และโยคะทั้งปวงได้ ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ สัมมาปริพพาชนียสูตรที่ ๑๓ จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๑๓. สัมมาปริพพาชนียสูตร