๑. ปัพพัชชาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๓. มหาวรรค] ๑. ปัพพัชชาสูตร ๓. มหาวรรค หมวดว่าด้วยเรื่องใหญ่ ๑. ปัพพัชชาสูตร ว่าด้วยการสรรเสริญการบรรพชา (ท่านพระอานนท์เถระกล่าวสรรเสริญการบรรพชา ณ พระเชตวันดังนี้)
ข้าพเจ้าจักสรรเสริญการบรรพชา อย่างที่พระผู้มีพระภาค ผู้มีพระจักษุทรงบรรพชา และอย่างที่พระองค์ทรงพิจารณารอบคอบ จึงพอพระทัยการบรรพชา
พระพุทธองค์ทรงเห็นว่าการอยู่ครองเรือนนี้ คับแคบ เป็นบ่อเกิดธุลีคือกิเลส และทรงเห็นว่า การบรรพชาปลอดโปร่ง จึงเสด็จออกบรรพชา
พระพุทธองค์ครั้นบรรพชาแล้ว ทรงเว้นบาปกรรมทางกายและละวจีทุจริตได้ ทรงชำระอาชีวะให้หมดจด
พระพุทธองค์ผู้มีพระลักษณะอันประเสริฐทั่วพระวรกาย เสด็จไปถึงกรุงราชคฤห์ คิริพพชนคร แคว้นมคธ ได้เสด็จเที่ยวไปเพื่อทรงบิณฑบาต @เชิงอรรถ : @ คับแคบ หมายถึงหมดโอกาสบำเพ็ญกุศล เพราะถูกรบกวนด้วยบุตรภรรยา และถูกรบกวนด้วยกิเลส @(ขุ.สุ.อ. ๒/๔๐๙/๒๐๑) @ คำว่า “คิริพพชนคร” คือ ชื่อของกรุงราชคฤห์นั่นเอง ที่มีชื่อว่า คิริพพชนคร เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางระหว่างภูเขา @๕ ลูก คือ (๑) ภูเขาปัณฑวะ (๒) ภูเขาคิชฌกูฏ (๓) ภูเขาเวภาระ (๔) ภูเขาอิสิคิลิ (๕) ภูเขาเวปุลละ ภูเขา @ทั้ง ๕ ลูกนี้เป็นเสมือนรั้วหรือกำแพงล้อมรอบ (คิริ = ภูเขา + วช = รั้ว + นคร) (ขุ.สุ.อ. ๒/๔๑๑/๒๐๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๙๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๓. มหาวรรค] ๑. ปัพพัชชาสูตร
พระเจ้าพิมพิสารประทับยืนอยู่บนปราสาท ได้ทอดพระเนตรเห็นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ครั้นได้ทรงเห็นพระพุทธองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยพระลักษณะ จึงได้ตรัสดังนี้ว่า
ท่านผู้เจริญทั้งหลาย พวกท่านจงพิจารณาดูภิกษุรูปนี้เถิด ภิกษุรูปนี้มีรูปร่างงาม สมส่วน สะอาด เยื้องย่างโดยสำรวม และทอดสายตาเพียงชั่วแอก
มีจักษุทอดลง มีสติ ภิกษุรูปนี้ หาเหมือนกับผู้ออกบวชจากตระกูลต่ำไม่ ราชทูตทั้งหลายจงรีบไปสืบดูให้รู้ว่า ภิกษุรูปนี้จะจาริกไปไหน
ราชทูตที่พระเจ้าพิมพิสารทรงส่งไปนั้น ได้เดินตามหลังไปเพื่อสืบดูว่า ภิกษุรูปนั้นจะจาริกไปไหน และพักอยู่ที่ไหน
พระพุทธองค์เสด็จไปตามลำดับบ้าน ทรงคุ้มครองอินทรีย์ ทรงสำรวมดีแล้ว มีสติสัมปชัญญะมั่นคง ทรงรับบิณฑบาตแต่พอประมาณ
พระมุนีเสด็จเที่ยวบิณฑบาต แล้วเสด็จออกจากพระนคร เสด็จขึ้นไปยังปัณฑวบรรพตด้วยทรงดำริว่า จะประทับอยู่ ณ ที่นั้น
ราชทูตทั้ง ๓ เห็นพระพุทธองค์เสด็จเข้าไปสู่ที่พัก จึงพากันเข้าไปเฝ้า ส่วนราชทูตคนหนึ่ง กลับมากราบทูลพระเจ้าพิมพิสารว่า
ขอเดชะ มหาราชเจ้า ภิกษุรูปนั้นพักอยู่ที่ถ้ำด้านหน้าภูเขาปัณฑวะ เหมือนเสือโคร่ง โคอุสภราช และราชสีห์ที่ซอกเขา ฉะนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๙๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๓. มหาวรรค] ๑. ปัพพัชชาสูตร
พระเจ้าพิมพิสารทรงสดับคำของราชทูตแล้ว ทรงรีบเสด็จไปยังภูเขาปัณฑวะ โดยพระราชพาหนะชั้นเยี่ยม
ท้าวเธอได้เสด็จไปจนสุดทางที่พระราชพาหนะจะสามารถไปได้ จึงเสด็จลงจากพระราชพาหนะ เสด็จพระราชดำเนินต่อไปด้วยพระบาท เข้าไปถึงปัณฑวบรรพตนั้นแล้วประทับนั่ง
ท้าวเธอครั้นประทับนั่งแล้ว ได้ทรงสนทนาปราศรัยเป็นธรรมเนียมระลึกถึงกัน ครั้นผ่านการสนทนาปราศรัยแล้วได้ตรัสดังนี้ว่า
พระคุณเจ้ายังหนุ่มแน่น เพิ่งผ่านปฐมวัยเมื่อไม่นานนี้ ถึงพร้อมด้วยความผุดผ่องแห่งวรรณะ เหมือนกษัตริย์สุขุมาลชาติ
ข้าพเจ้าจะมอบโภคสมบัติให้ ขอท่านจงเป็นจอมทัพยังหมู่พลกายให้งดงาม บริโภคสมบัติอยู่เถิด พระคุณเจ้าจงบอกชาติกำเนิดด้วยเถิด
(พระพุทธองค์ตรัสดังนี้) มหาบพิตร มีชนบทแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในแคว้นโกศล ตรงด้านข้างหิมวันตประเทศ เป็นเมืองที่มั่งคั่ง ประชาชนขยันขันแข็ง
อาตมภาพมีนามตามโคตรว่าอาทิตย์ มีนามตามชาติกำเนิดว่าศากยะ ไม่ปรารถนากามสุข จึงออกจากตระกูลนั้นมาบวชเป็นบรรพชิต {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๙๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๓. มหาวรรค] ๒. ปธานสูตร
อาตมภาพเห็นโทษในกามทั้งหลาย เห็นการออกบวชว่าเป็นทางเกษม จะจาริกไปเพื่อบำเพ็ญเพียร ใจของอาตมภาพ ยินดีในการบำเพ็ญเพียรนั้น ปัพพัชชาสูตรที่ ๑ จบ