๗. นันทปัญหา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต นันทปัญหาที่ ๗
สุตฺตนิปาเต ปญฺจมสฺส ปารายนวคฺคสฺส สตฺตมา นนฺทปญฺหา ฯ
นันทมาณพผู้ทูลถามปัญหาว่า ชนทั้งหลายกล่าวว่า มุนีทั้งหลายมีอยู่ในโลก ชนทั้งหลาย กล่าวบุคคลว่าเป็นมุนีนี้นั้น ด้วยอาการอย่างไรหนอ ชน ทั้งหลายกล่าวบุคคลผู้ประกอบด้วยญาณ หรือผู้ประกอบ ด้วยความเป็นอยู่ ว่าเป็นมุนี ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสพยากรณ์ว่า ดูกรนันทะ ผู้ฉลาดในโลกนี้ ไม่กล่าวบุคคลว่าเป็นมุนี ด้วย ความเห็น ด้วยความสดับ หรือด้วยความรู้ (ด้วยศีลและ วัตร) ชนเหล่าใดกำจัดเสนามารให้พินาศแล้ว ไม่มีความ ทุกข์ ไม่มีความหวัง เที่ยวไปอยู่ เรากล่าวชนเหล่านั้นว่า เป็นมุนี ฯ น. ข้าแต่พระผู้มีพระภาค สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง กล่าวความบริสุทธิ์ด้วยความเห็นบ้าง ด้วยการฟังบ้าง ด้วย ศีลและพรตบ้าง ด้วยมงคลตื่นข่าวเป็นต้นเป็นอันมากบ้าง ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้นิรทุกข์ สมณพราหมณ์เหล่านั้น ประพฤติอยู่ในทิฐิของตนนั้น ตามที่ตนเห็นว่าเป็นเครื่อง บริสุทธิ์ ข้ามพ้นชาติและชราได้บ้างหรือไม่ ข้าแต่พระ ผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์ ขอพระองค์ ตรัสบอกความข้อนั้นแก่ข้าพระองค์เถิด ฯ พ. ดูกรนันทะ สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง กล่าว ความบริสุทธิ์ด้วยความเห็นบ้าง ด้วยการฟังบ้าง ด้วยศีล และพรตบ้าง ด้วยมงคลตื่นข่าวเป็นต้นเป็นอันมากบ้าง สมณพราหมณ์เหล่านั้นประพฤติอยู่ในทิฐิของตนนั้น ตาม ที่ตนเห็นว่าเป็นเครื่องบริสุทธิ์ก็จริง ถึงอย่างนั้น เรากล่าวว่า สมณพราหมณ์เหล่านั้น ข้ามพ้นชาติและชราไปไม่ได้ ฯ น. สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง กล่าวความบริสุทธิ์ด้วยการ เห็นบ้าง ด้วยการฟังบ้าง ด้วยศีลและพรตบ้าง ด้วยมงคลตื่น ข่าวเป็นต้นเป็นอันมากบ้าง ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นมุนี ถ้าพระองค์ ตรัสว่า สมณพราหมณ์เหล่านั้นข้ามโอฆะไม่ได้แล้ว ข้าแต่พระ องค์ผู้นิรทุกข์ เมื่อเป็นเช่นนี้ ใครเล่าในเทวโลกและ มนุษยโลก ข้ามพ้นชาติและชราได้แล้วในบัดนี้ ข้าแต่ พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์ ขอพระ องค์จงตรัสบอกความข้อนั้นแก่ข้าพระองค์เถิด ฯ พ. ดูกรนันทะ เราไม่กล่าวว่า สมณพราหมณ์ทั้งหมดอันชาติ และชราหุ้มห่อไว้แล้ว แต่เรากล่าวว่า คนเหล่าใดในโลก นี้ ละเสียซึ่งรูปที่ได้เห็นแล้วก็ดี เสียงที่ได้ฟังแล้วก็ดี อารมณ์ที่ได้ทราบแล้วก็ดี ละเสียแม้ซึ่งศีลและพรตทั้งหมด ก็ดี ละเสียซึ่งมงคลตื่นข่าวเป็นต้น เป็นอันมากทั้งหมด ก็ดี กำหนดรู้ตัณหาแล้ว เป็นผู้หาอาสวะมิได้ คนเหล่า นั้นแลข้ามโอฆะได้แล้ว ฯ น. ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้โคดม ข้าพระองค์ยินดียิ่งซึ่งพระ ดำรัสของพระองค์ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ ธรรมอันไม่มีอุปธิ พระองค์ทรงแสดงชอบแล้ว แม้ข้าพระองค์ก็กล่าวว่า คน เหล่าใดในโลกนี้ ละเสียซึ่งรูปที่ได้เห็นแล้วก็ดี เสียงที่ ได้ฟังแล้วก็ดี อารมณ์ที่ได้ทราบแล้วก็ดี ละเสียแม้ซึ่งศีลและ พรตทั้งหมดก็ดี ละเสียซึ่งมงคลตื่นข่าวเป็นต้นเป็นอันมากทั้ง หมดก็ดี กำหนดรู้ตัณหาแล้ว เป็นผู้หาอาสวะมิได้ คนเหล่านั้น ข้ามโอฆะได้แล้ว ฉะนี้แล ฯ จบนันทมาณวกปัญหาที่ ๗
|๔๓๑.๑๕๐๕| ๗ สนฺติ โลเก มุนโย (อิจฺจายสฺมา นนฺโท) ชนา วทนฺติ ตยิทํ กถํ สุ ญาณูปปนฺนํ มุนิ โน วทนฺติ อุทาหุ เว ชีวิเตนูปปนฺนํ ฯ |๔๓๑.๑๕๐๖| น ทิฏฺฐิยา น สุติยา น ญาเณน (น สีลพฺพเตน) มุนีธ นนฺท กุสลา วทนฺติ วิเสนิกตฺวา อนิฆา นิราสา วทนฺติ เย เต มุนโยติ พฺรูมิ ฯ |๔๓๑.๑๕๐๗| เย เกจิเม สมณพฺราหฺมณา เส (อิจฺจายสฺมา นนฺโท) ทิฏฺเฐ สุเตนาปิ วทนฺติ สุทฺธึ สีลพฺพเตนาปิ วทนฺติ สุทฺธึ อเนกรูเปน วทนฺติ สุทฺธึ ฯ กจฺจิสฺสุ เต (ภควา) ตตฺถ ยถา จรนฺตา อตารุ ชาติญฺจ ชรญฺจ มาริส ปุจฺฉามิ ตํ ภควา พฺรูหิ เม ตํ ฯ |๔๓๑.๑๕๐๘| เย เกจิเม สมณพฺราหฺมณา เส (นนฺทาติ ภควา) ทิฏฺเฐ สุเตนาปิ วทนฺติ สุทฺธึ สีลพฺพเตนาปิ วทนฺติ สุทฺธึ อเนกรูเปน วทนฺติ สุทฺธึ กิญฺจาปิ เต ตตฺถ ยถา จรนฺติ นาตรึสุ ชาติชรนฺติ พฺรูมิ ฯ |๔๓๑.๑๕๐๙| เย เกจิเม สมณพฺราหฺมณา เส (อิจฺจายสฺมา นนฺโท) ทิฏฺเฐ สุเตนาปิ วทนฺติ สุทฺธึ สีลพฺพเตนาปิ วทนฺติ สุทฺธึ อเนกรูเปน วทนฺติ สุทฺธึ เต เจ มุนิ พฺรูสิ อโนฆติณฺเณ อถ โก จรหิ เทวมนุสฺสโลเก อตาริ ชาติญฺจ ชรญฺจ มาริส ปุจฺฉามิ ตํ ภควา พฺรูหิ เม ตํ ฯ |๔๓๑.๑๕๑๐| นาหํ สพฺเพ สมณพฺราหฺมณา เส (นนฺทาติ ภควา) ชาติชราย นิวุตาติ พฺรูมิ เยสีธ ทิฏฺฐํ ว สุตํ มุตํ วา สีลพฺพตํ วาปิ ปหาย สพฺพํ อเนกรูปมฺปิ ปหาย สพฺพํ ตณฺหํ ปริญฺญาย อนาสวา เย เต เว นรา โอฆติณฺณาติ พฺรูมิ ฯ |๔๓๑.๑๕๑๑| เอตาภินนฺทามิ วโจ มเหสิโน สุกิตฺติตํ โคตม นูปธีกํ เยสีธ ทิฏฺฐํ ว สุตํ มุตํ วา สีลพฺพตํ วาปิ ปหาย สพฺพํ อเนกรูปมฺปิ ปหาย สพฺพํ ตณฺหํ ปริญฺญาย อนาสวา เย อหมฺปิ เต โอฆติณฺณาติ พฺรูมีติ ฯ นนฺทมาณวกปญฺหา สตฺตมา ฯ ------------