๗. นันทมาณวกปัญหา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๗. นันทมาณวกปัญหา ว่าด้วยปัญหาของนันทมาณพ
(นันทมาณพทูลถามดังนี้) ชนทั้งหลายกล่าวว่า มุนีทั้งหลายมีอยู่ในโลก คำกล่าวนี้นั้นเป็นอย่างไร ชนทั้งหลายย่อมเรียกบุคคลผู้เป็นไปด้วยญาณ หรือว่าย่อมเรียกบุคคลผู้เป็นไปด้วยความเป็นอยู่ ว่า เป็นมุนี @เชิงอรรถ : @ ธรรม ในที่นี้หมายถึงขันธ์ ธาตุ อายตนะ คติ เป็นต้น (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๔๕/๑๙๓) @ ดูเทียบ ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๐๒-๑๐๘/๒๒-๒๔ @ ผู้เป็นไปด้วยญาณ หมายถึงผู้เพียบพร้อมด้วยญาณในสมาบัติ ๘ หรือ ญาณในอภิญญา ๕ @(ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๔๖/๑๙๖) @ ผู้เป็นไปด้วยความเป็นอยู่ หมายถึงผู้เพียบพร้อมด้วยความเพียรของบุคคลผู้ดำเนินชีวิตเศร้าหมอง @ผู้ทำกิจที่ทำได้ยากยิ่งหลายอย่าง (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๔๖/๑๙๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๗๕๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๕. ปารายนวรรค] ๗. นันทมาณวกปัญหา
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) นันทะ ชนทั้งหลายผู้ฉลาดในโลกนี้ ย่อมไม่เรียกบุคคลว่า เป็นมุนี เพราะได้เห็น ได้ฟังและได้รู้ เราเรียกเหล่าชนผู้กำจัดเสนามารได้แล้ว ผู้ไม่มีทุกข์ ไม่มีความหวัง เที่ยวจาริกอยู่ว่า เป็นมุนี
(นันทมาณพทูลถามดังนี้) สมณพราหมณ์บางพวกย่อมกล่าวความหมดจด เพราะรูปที่เห็นบ้าง เพราะเสียงที่ได้ยินบ้าง เพราะศีลและวัตรบ้าง เพราะพิธีหลากหลายบ้าง ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้นิรทุกข์ สมณพราหมณ์พวกนั้นผู้ประพฤติตนเคร่งครัดในหลักการของตนนั้น ข้ามชาติและชราได้บ้างหรือไม่ ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ขอทูลถามปัญหานั้น ขอพระองค์โปรดตรัสตอบปัญหานั้นแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า นันทะ) สมณพราหมณ์บางพวกกล่าวความหมดจด เพราะรูปที่เห็นบ้าง เพราะเสียงที่ได้ยินบ้าง ย่อมกล่าวความหมดจดเพราะศีลและวัตรบ้าง ย่อมกล่าวความหมดจดเพราะพิธีหลากหลายบ้าง สมณพราหมณ์พวกนั้นประพฤติตนเคร่งครัด ในหลักการของตนนั้นก็จริง แต่เรากล่าวว่า พวกเขายังข้ามชาติและชราไปไม่ได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๗๖๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๕. ปารายนวรรค] ๗. นันทมาณวกปัญหา
(นันทมาณพทูลถามดังนี้) สมณพราหมณ์บางพวกย่อมกล่าวความหมดจด เพราะรูปที่เห็นบ้าง เพราะเสียงที่ได้ยินบ้าง ย่อมกล่าวความหมดจดเพราะศีลและวัตรบ้าง ย่อมกล่าวความหมดจดเพราะพิธีหลากหลายบ้าง หากพระองค์ผู้เป็นพระมุนีตรัสว่า สมณพราหมณ์พวกนั้นยังข้ามห้วงกิเลสไม่ได้ ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ เมื่อเป็นเช่นนั้น ใครเล่าในเทวโลกและมนุษยโลก ชื่อว่าข้ามชาติและชราไปได้ ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ขอทูลถามปัญหานั้น ขอพระองค์โปรดตรัสตอบปัญหานั้นแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า นันทะ) เราย่อมไม่กล่าวว่า สมณพราหมณ์ทั้งหมด ถูกชาติและชราโอบล้อม นรชนเหล่าใดในโลกนี้ละรูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน อารมณ์ที่ได้รับรู้ หรือศีลและวัตรได้ทั้งหมด ทั้งละพิธีหลากหลายทั้งปวง กำหนดรู้ตัณหาได้แล้ว เป็นผู้หมดอาสวะ เรากล่าวว่า นรชนเหล่านั้นแลชื่อว่า ข้ามห้วงกิเลสได้แล้ว @เชิงอรรถ : @ กำหนดรู้ตัณหาได้แล้ว หมายถึงกำหนดรู้ตัณหาได้ด้วยปริญญา ๓ อย่าง คือ (๑) ญาตปริญญา กำหนด @รู้ขั้นรู้จัก คือรู้ว่า นี้คือรูปตัณหาเป็นต้น (๒) ตีรณปริญญา กำหนดรู้ขั้นพิจารณา คือ พิจารณาตัณหาโดย @ความเป็นของไม่เที่ยง (๓) ปหานปริญญา กำหนดรู้ขั้นละ คือ ละตัณหาให้ได้เด็ดขาด (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๕๑/๒๑๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๗๖๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๕. ปารายนวรรค] ๘. เหมกมาณวกปัญหา
(นันทมาณพกราบทูลดังนี้) ข้าพระองค์ชอบใจพระดำรัสนี้ของพระองค์ ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ข้าแต่พระโคดม นิพพานที่ปราศจากอุปธิ พระองค์ตรัสไว้ดีแล้ว นรชนเหล่าใดในโลกนี้ละรูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน อารมณ์ที่ได้รับรู้ หรือศีลและวัตรได้ทั้งหมด ทั้งละพิธีหลากหลายทั้งปวง กำหนดรู้ตัณหาได้แล้ว เป็นผู้หมดอาสวะ แม้ข้าพระองค์ก็กล่าวว่า นรชนเหล่านั้นชื่อว่า ข้ามห้วงกิเลสได้ นันทมาณวกปัญหาที่ ๗ จบ