๑๐. สารีปุตตอุปสมสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๑๐. สารีปุตตอุปสมสูตร ว่าด้วยการระงับกิเลสของพระสารีบุตรเถระ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิก- เศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี สมัยนั้น ท่านพระสารีบุตรนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง พิจารณาถึงการระงับกิเลสลงได้หมดสิ้นของตน อยู่ในที่ไม่ไกลจากพระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นท่านพระสารีบุตรผู้กำลังนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง พิจารณาถึงการระงับกิเลสได้หมดสิ้นของตนอยู่ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งอุทานนี้ ในเวลานั้นว่า @เชิงอรรถ : @ ภวตัณหา หมายถึงความกำหนัดแห่งจิตที่สหรคตด้วยภวทิฏฐิ (อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๙๑๖/๕๗๓) @ ชาติสงสาร ในที่นี้หมายถึงความเกิด (ขุ.อุ.อ. ๓๙/๒๘๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๒๕๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน [๔. เมฆิยวรรค] รวมพระสูตรที่มีในวรรค พุทธอุทาน ภิกษุผู้มีจิตสงบและระงับกิเลสได้ ตัดตัณหาที่นำไปสู่ภพได้ มีชาติสงสารสิ้นแล้ว ชื่อว่าเป็นผู้พ้นแล้วจากเครื่องผูกแห่งมาร สารีปุตตอุปสมสูตรที่ ๑๐ จบ เมฆิยวรรคที่ ๔ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. เมฆิยสูตร ๒. อุทธตสูตร ๓. โคปาลกสูตร ๔. ยักขปหารสูตร ๕. นาคสูตร ๖. ปิณโฑลสูตร ๗. สารีปุตตสูตร ๘. สุนทรีสูตร ๙. อุปเสนสูตร ๑๐. สารีปุตตอุปสมสูตร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๒๕๒}