๘. จูฬเสฏฐีเปตวัตถุ
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๘. จูฬเสฏฐีเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของจูฬเสฏฐีเปตวัตถุ พระเจ้าอชาตศัตรูตรัสถามเศรษฐีเปรตว่า
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ท่านเป็นบรรพชิตเปลือยกายซูบผอม เพราะเหตุ แห่งกรรมอะไร ท่านจะไปที่ไหนในราตรีเช่นนี้ ขอท่านจงบอกการที่ท่าน จะไปแก่เราเถิด เราสามารถจะให้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจแก่ท่านด้วยความ อุตสาหะทั้งปวง? จูฬเศรษฐีเปรตกราบทูลว่า เมื่อก่อนพระนครพาราณสีมีกิตติคุณเลื่องลือไปไกล ข้าพระองค์เป็น คฤหบดีผู้มั่งคั่งอยู่ในพระนครนั้น แต่เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่นไม่เคย ให้สิ่งของแก่ใครๆ มีใจข้องอยู่ในอามิส ได้ถึงวิสัยแห่งพญายมเพราะ เป็นผู้ทุศีล ข้าพระองค์ลำบากแล้วเพราะความหิวเสียดแทงเพราะ บาปกรรมเหล่านั้น เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์ปรารถนาอามิส จึงได้ มาหาหมู่ญาติ มนุษย์แม้เหล่าอื่นมีปกติไม่ให้ทาน และไม่เชื่อว่าผลแห่ง ทานมีอยู่ในโลกหน้า มนุษย์แม้เหล่านั้นจักเกิดเป็นเปรตเสวยทุกข์ใหญ่ เหมือนข้าพระองค์ ฉะนั้น ธิดาของข้าพระองค์บ่นอยู่เนืองๆ ว่า เรา จักให้ทานอุทิศให้มารดา บิดา ลุง ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยาย พวกพราหมณ์ กำลังบริโภคทานอันธิดาของข้าพระองค์ตกแต่งแล้ว ข้าพระองค์จะไปยังเมืองอันธกาวินทนคร เพื่อบริโภคอาหาร พระราชาจึง ตรัสสั่งเขาว่า ถ้าท่านไปได้เสวยผลทานนั้น พึงรีบกลับมาบอกเหตุที่มี จริงแก่เรา เราฟังคำอันมีเหตุผลควรเชื่อถือได้แล้ว จักทำสักการบูชาบ้าง จูฬเศรษฐีเปรตทูลรับพระราชดำรัสแล้ว ได้ไปยังอันธกาวินทนครนั้น แต่ไม่ได้รับผลแห่งทานนั้นเพราะพราหมณ์ทั้งหลายที่บริโภคภัต เป็นผู้ ไม่มีศีล ไม่สมควรแก่ทักษิณา ภายหลังจูฬเศรษฐีเปรตกลับมาสู่นคร ราชคฤห์อีก ได้ไปแสดงกายให้ปรากฏ เฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า อชาตศัตรูผู้เป็นใหญ่กว่าหมู่ชน พระราชาทอดพระเนตรเห็นเปรตนั้น กลับมาอีก จึงตรัสถามว่า เราจะให้ทานอะไร ถ้าเหตุที่จะให้ท่าน อิ่มหนำตลอดกาลมีอยู่ไซร้ ขอท่านจงบอกเหตุนั้นแก่เรา. จูฬเศรษฐีเปรตกราบทูลว่า ข้าแต่พระราชา ขอพระองค์จงทรงอังคาสพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ ด้วยข้าวและน้ำ และจงทรงถวายจีวร แล้วทรงอุทิศกุศลนั้นเพื่อ ประโยชน์เกื้อกูลข้าพระองค์ ด้วยการทรงบำเพ็ญกิจอย่างนี้ ข้าพระองค์ จงพึงอิ่มหนำตลอดกาลนาน. ลำดับนั้น พระราชาเสด็จออกจาก ปราสาททันที ทรงถวายทานอันประณีตยิ่งแก่สงฆ์ ด้วยพระหัตถ์ของ พระองค์ แล้วทรงกราบทูลเรื่องราวแด่พระตถาคต ทรงอุทิศส่วนกุศลให้ จูฬเศรษฐีเปรต จูฬเศรษฐีเปรตนั้นอันพระราชาทรงบูชาแล้ว เป็นผู้ งดงามยิ่งนัก ได้มาปรากฏเฉพาะพักตร์ของพระราชาผู้เป็นใหญ่กว่าชน แล้วกราบทูลว่า ข้าพระองค์เป็นเทวดา มีฤทธิ์อย่างยอดเยี่ยมแล้ว มนุษย์ทั้งหลายผู้มีฤทธิ์เสมอด้วยข้าพระองค์ไม่มี ขอพระองค์ทรงทอด พระเนตรดูอานุภาพอันหาประมาณมิได้ของข้าพระองค์นี้เถิด ซึ่งเกิดจาก ผลที่พระองค์ทรงถวายทานอันจะนับมิได้แก่สงฆ์ อุทิศส่วนพระราชกุศล ให้แก่ข้าพระองค์ด้วยทรงอนุเคราะห์ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเทพแห่งมนุษย์ ข้าพระองค์เป็นผู้อันพระองค์ ยังพระอริยสงฆ์ให้อิ่มหนำด้วยไทยธรรม มีข้าวและน้ำ และผ้าผ่อนเป็นต้นเป็นอันมาก จึงได้อิ่มหนำแล้วเนืองๆ บัดนี้ ข้าพระองค์มีความสุขแล้ว ขอทูลลาพระองค์ไป. จบ จูฬเสฏฐีเปตวัตถุที่ ๘
|๑๐๕.๒๒๗| ๘ นคฺโค กีโส ปพฺพชิโตสิ ภนฺเต รตฺตึ กุหึ คจฺฉสิ กิสฺส เหตุ อาจิกฺข เม ตํ อปิ สกฺกุเณมุ สพฺเพน วิตฺตํ ปฏิปาทเย ตุวนฺติ ฯ |๑๐๕.๒๒๘| พาราณสินครํ ทูรฆุฏฺฐํ ตตฺถาหํ คหปติ อฑฺฒโก อหุ ทินฺโน อทาตา เคธิตมโน อามิสสฺมึ ทุสฺสีเลฺยน ยมวิสยมฺหิ ปตฺโต ฯ |๑๐๕.๒๒๙| โส สูจิกาย กิลมิโต เตหิ เตเนว ญาตีสุ ยามิ อามิสกิญฺจิเหตุ อทานสีลา น จ สทฺทหนฺติ ทานํ ผลํ โหติ ปรมฺหิ โลเก ฯ |๑๐๕.๒๓๐| ธีตา จ มยฺหํ ลปเต อภิกฺขณํ ทสฺสามิ ทานํ ปิตุนฺนํ ปิตามหานํ อุปฏฺฐิตํ ปริวิสยนฺติ พฺราหฺมณา ยามิหํ อนฺธกาวินฺทํ ภุตฺตุํ ฯ |๑๐๕.๒๓๑| ตมโวจ ราชา ตวมนุภวิยาน ตมฺปิ เอยฺยาสิ ขิปฺปํ อหมฺปิ กริสฺส ปูชํ อาจิกฺข เม ตํ ยทิ อตฺถิ เหตุ สทฺธายิตํ เหตุวโจ สุโณม ฯ |๑๐๕.๒๓๒| ตถาติ วตฺวา อคมาสิ ตตฺถ ภุญฺชึสุ ภตฺตํ น ปทกฺขิณารหา ปจฺฉา คมี ราชคหํ ปุนาปรํ ปาตุรโหสิ ปุรโต ชนาธิปสฺส ฯ |๑๐๕.๒๓๓| ทิสฺวาน เปตํ ปุนเทว อาคตํ ราชา อโวจ อหํปิ กึ ททามิ อาจิกฺข เม ตํ ยทิ อตฺถิ เหตุ เยน ตุวํ จิรตรํ ปีณิโต สิยา ฯ |๑๐๕.๒๓๔| พุทฺธญฺจ สงฺฆํ ปริวิสิยาน ราช อนฺเนน ปาเนนปิ จีวเรน ตํ ทกฺขิณํ อาทิส เม หิตาย เอวํ อหํ จิรตรํ ปีณิโต สิยา ฯ |๑๐๕.๒๓๕| ตโต จ ราชา นิปติตฺวา ตาวเทว ทานํ สหตฺถา อตุลญฺจ ทตฺวา สงฺเฆ จ อาโรจยิ ปกตึ คตาคตสฺส เปตสฺส ปทกฺขิณํ อาทิสิตฺถ ฯ |๑๐๕.๒๓๖| โส ปูชิโต อติวิย โสภมาโน ปาตุรโหสิ ปุรโต ชนาธิปสฺส ยกฺโขหมสฺมึ ปรมิทฺธิปตฺโต น มยฺหํ อิทฺธิสมสทิสา มนุสฺสา ฯ |๑๐๕.๒๓๗| ปสฺสานุภาวํ อปริมิตํ มมยิทํ ตยานุทิฏฺฐํ อตุลํ ททิตฺวา สงฺเฆ สํตปฺปิโต สสตํ สทา พหูหิ ยามิ อหํ สุขิโต มนุสฺสเทวาติ ฯ จูฬเสฏฺฐีเปตวตฺถุ อฏฺฐมํ ฯ