๑๒. กัณณมุณฑเปติวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๑๒. กัณณมุณฑเปติวัตถุ เรื่องนางเปรตผู้ถูกสุนัขกัณณมุณฑกัดกินเนื้อ (พระเจ้าพาราณสีตรัสถามนางเวมานิกเปรตว่า)
สระโบกขรณีมีน้ำใสเย็น มีบันไดทองคำ มีพื้นดาดด้วยทรายทองคำ ในสระโบกขรณีนั้นมีต้นไม้สวยงาม มีกลิ่นหอมยวนใจ
ดาดดื่นไปด้วยหมู่ไม้นานาพันธุ์ ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมต่างๆ ดารดาษไปด้วยบัวนานาชนิด รายล้อมไปด้วยบัวขาว
มีกลิ่นหอมเจริญใจ ยามต้องลมรำเพยพัดก็โชยกลิ่นหอมระรื่นฟุ้งขจรไป ระงมไปด้วยเสียงหงส์และนกกะเรียน นกจักรพาก มาส่งเสียงร้องไพเราะจับใจ @เชิงอรรถ : @ นกชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์นกเป็ดน้ำ (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๒๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๑๒. กัณณมุณฑเปติวัตถุ
ขวักไขว่ไปด้วยฝูงทิชาชาติ นานาชนิด มีเสียงร้องของนกนานาชนิด ไพเราะจับใจ มีไม้ผล ไม้ดอกนานาพันธุ์
ไม่มีเมืองใดในมนุษย์เหมือนเมืองของท่านนี้ ปราสาทของท่านมีมาก สำเร็จแล้วด้วยทองคำและเงิน ส่องแสงสว่างโชติช่วงโดยรอบทั้ง ๔ ทิศ
ทาสี ๕๐๐ คน ประดับด้วยกำไลทองคำ นุ่งห่มผ้าทองคำ คอยบำเรอท่าน
ท่านมีบัลลังก์ทองคำและเงินจำนวนมาก ปูลาดด้วยหนังชะมดและผ้าโกเชาว์ ที่เขาจัดเตรียมไว้แล้ว
ท่านจะเข้าบรรทมบนบัลลังก์ใดก็สำเร็จสมประสงค์ทุกอย่าง เมื่อถึงเที่ยงคืน ท่านลุกจากบัลลังก์นั้นไป
ลงไปสู่สวนรอบสระโบกขรณี ยืนอยู่ที่ริมสระนั้นซึ่งมีหญ้าเขียวอ่อนนุ่ม
ทันใดนั้น สุนัขชื่อกัณณมุณฑกะก็ขึ้นมาจากสระนั้น กัดอวัยวะน้อยใหญ่ของท่าน เมื่อใดท่านถูกสุนัขกัดกินเหลือแต่ร่างกระดูก เมื่อนั้น ท่านจึงลงสู่สระโบกขรณี ร่างกายก็กลับเป็นเหมือนเดิม
ภายหลังจากเวลาที่ลงสระโบกขรณี ท่านกลับมีอวัยวะน้อยใหญ่บริบูรณ์ งดงาม ดูน่ารัก นุ่งห่มผ้า มาสู่สำนักเรา @เชิงอรรถ : @ นก ได้ชื่อว่า ทิชาชาติ เพราะเกิด ๒ หน คือ คลอดจากท้องมารดาเป็นฟองไข่หนหนึ่ง และถูกฟักจน @คลอดเป็นตัวอีกหนหนึ่ง @ พรมที่ทำด้วยขนแกะที่มีขนยาว (ขุ.เป.อ. ๓๕๔/๑๖๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๒๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๑๒. กัณณมุณฑเปติวัตถุ
เมื่อก่อนท่านได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไร สุนัขกัณณมุณฑกะจึงกัดกินอวัยวะน้อยใหญ่ของท่าน (นางเวมานิกเปรตกราบทูลว่า)
มีคหบดีคนหนึ่ง เป็นอุบาสก มีศรัทธา อยู่ในเมืองกิมพิลา หม่อมฉันเป็นภรรยาของเขา เป็นคนทุศีล ประพฤตินอกใจเขา
เมื่อหม่อมฉันประพฤตินอกใจเขา สามีจึงพูดดังนี้ว่า การที่เธอประพฤตินอกใจฉันแล้วปกปิดไว้ เป็นการไม่เหมาะ ไม่สมควร
และหม่อมฉันนั้นได้กล่าวเท็จสาบานอย่างร้ายแรงว่า ฉันไม่ได้ประพฤตินอกใจท่านทางกายหรือทางใจ
ถ้าฉันประพฤตินอกใจท่านทางกายหรือทางใจ ขอให้สุนัขกัณณมุณฑกะตัวนี้จงกัดกินอวัยวะน้อยใหญ่ของฉันเถิด
ผลกรรมชั่วและการกล่าวเท็จทั้งสองนั้น หม่อมฉันได้เสวยแล้วเป็นเวลา ๗๐๐ ปี เพราะกรรมอันชั่วช้าสุนัขกัณณมุณฑกะ จึงกัดกินอวัยวะน้อยใหญ่ของหม่อมฉัน
ขอเดชะพระองค์ผู้ประเสริฐ พระองค์ทรงมีอุปการะแก่หม่อมฉันมาก เสด็จมา ณ ที่นี้เพื่อประโยชน์แก่หม่อมฉัน หม่อมฉันพ้นแล้วจากสุนัขกัณณมุณฑกะ หายโศก ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ
ขอเดชะ หม่อมฉันขอถวายบังคมพระองค์ ขอประนมอัญชลีวิงวอนว่า ขอพระองค์จงเสวยกามสุขอันเป็นทิพย์ รื่นรมย์อยู่กับหม่อมฉันเถิดเพคะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๒๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๑๓. อุพพรีเปตวัตถุ (พระราชาตรัสว่า)
ฉันเสวยกามสุขอันเป็นทิพย์และรื่นรมย์กับเธอแล้ว เชิญเถิดนางงาม ฉันอ้อนวอนเธอ ขอจงรีบนำฉันกลับเถิด กัณณมุณฑเปติวัตถุที่ ๑๒ จบ