คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๑. อภิชชมานเปตวัตถุ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๑๑พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา๑ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา จูฬวรรคที่ ๓ ๑. อภิชชมานเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตเปลือย โกสิยมหาอำมาตย์ของพระเจ้าพิมพิสาร ถามเปรตตนหนึ่งว่า

ตติโย จูฬวคฺโค

๑๑๑

ดูกรเปรต ท่านเป็นผู้เปลือยกาย มีร่างกายเป็นเปรตกึ่งหนึ่งทัดทรง ดอกไม้ ตกแต่งร่างกาย เดินไปในน้ำอันไม่ขาดสายในแม่น้ำคงคานี้ ท่านจักไปไหน ที่อยู่ของท่านอยู่ที่ไหน? เพื่อจะแสดงเนื้อความที่เปรตนั้น และโกสิยมหาอำมาตย์กล่าวแล้ว พระสังคีติกาจารย์ จึงกล่าวคาถาความว่า เปรตนั้นกล่าวว่า ข้าพเจ้าจักไปยังบ้านจุนทัฏฐิละ อันอยู่ในระหว่าง แห่งวาสภคามกับเมืองพาราณสี แต่บ้านนั้นอยู่ใกล้เมืองพาราณสี ก็มหา อำมาตย์อันปรากฏชื่อว่าโกลิยะเห็นเปรตนั้นแล้ว ได้ให้ข้าวสัตตูและคู่ ผ้าสีเหลืองแก่เปรตนั้น เมื่อเรือหยุดเดิน ได้ให้ข้าวสัตตูและคู่ผ้าแก่ อุบาสกเมื่อคู่ผ้าอันโกลิยะอำมาตย์ให้ช่างกัลบกแล้ว ผ้านุ่งผ้าห่มก็ปรากฏ แก่เปรตทันที ภายหลัง เปรตนั้นนุ่งห่มผ้าดีแล้ว ทัดทรงดอกไม้ตบแต่ง ร่างกายด้วยอาภรณ์ ทักษิณาย่อมเข้าไปสำเร็จแก่เปรตนั้น ผู้อยู่แล้วใน ที่นั้น เพราะฉะนั้น บัณฑิตผู้มีปัญญา พึงให้ทักษิณาบ่อยๆ เพื่อ อนุเคราะห์แก่เปรตทั้งหลาย เปรตเหล่าอื่น บางพวกนุ่งผ้าขี้ริ้วขาดรุ่งริ่ง บางพวกนุ่งผม หลีกไปสู่ทิศน้อยใหญ่เพื่อหาอาหาร บางพวกวิ่งไปแม้ ในที่ไกลไม่ได้แล้วกลับมา บางพวกสลบแล้วเพราะความหิวกระหาย นอนกลิ้งไปบนพื้นดิน บางพวกล้มลงที่แผ่นดินในที่ตนวิ่งไปนั้นร้อง ไห้ร่ำไรว่า เมื่อก่อน เราทั้งหลายไม่ได้ทำกุศลไว้จึงได้ถูกไฟคือความหิว และความกระหายเผาอยู่ ดุจถูกไฟเผาแล้วในที่ร้อน เมื่อก่อน พวก เรามีธรรมอันลามก เป็นหญิงแม่เรือนมารดาทารกในตระกูล เมื่อ ไทยธรรมทั้งหลายมีอยู่ไม่กระทำพึงแก่ตน เออ ก็ข้าวและน้ำมีมาก แต่ เราไม่กระทำการแจกจ่ายให้ทาน และไม่ได้ให้อะไรในบรรพชิตทั้งหลาย ผู้ปฏิบัติชอบ อยากทำแต่กรรมที่คนดีไม่พึงทำ เป็นคนเกียจคร้านใคร่แต่ ความสำราญและของที่อร่อย กินมาก ให้แต่เพียงโภชนะก้อนหนึ่ง ด่าตัดพ้อปฏิคาหกผู้รับอาหาร เรือน พวกทาสีทาสาและผ้าอาภรณ์ของ เราเหล่านั้น ไม่สำเร็จประโยชน์แก่พวกเรา กลายเป็นของคนอื่นไป หมด เรามีแต่ส่วนแห่งทุกข์ เราจุติจากเปรตนี้แล้ว จักไปเกิดในตระกูล อันต่ำช้าเลวทราม คือ ตระกูลจักสาน ตระกูลช่างรถ ตระกูลนายพราน ตระกูลคนจัณฑาล ตระกูลคนกำพร้า ตระกูลช่างกัลบก นี้เป็นคติแห่ง ความตระหนี่ ส่วนทายกทั้งหลายผู้มีกุศลอันทำไว้แล้วในชาติก่อน ปราศจากความตระหนี่ ย่อมยังสวรรค์ให้บริบูรณ์ และย่อมยังนันทนวัน ให้สว่างไสวรื่นรมย์แล้วในเวชยันตปราสาทสำเร็จความปรารถนา ครั้น จุติจากเทวโลกแล้ว ย่อมเกิดในตระกูลสูง มีโภคะมาก คือ ในตระกูล แห่งบุคคลมีเรือนยอดและปราสาทราชมนเทียรมีบัลลังก์อันลาดแล้วด้วย ผ้าโกเชาว์ มีเหล่าบุรุษและสตรีถือพัดอันประดับแล้วด้วยแววหางนกยูง คอยพัดอยู่ ในเวลาเป็นทารกก็ทัดทรงดอกไม้ ตบแต่งร่างกาย หมู่ ญาติและพี่เลี้ยงนางนมผลัดกันอุ้ม ไม่ต้องลงสู่พื้นดิน อันชนทั้งหลาย ผู้ปรารถนาความสุขเข้าไปบำรุงอยู่ทั้งเช้าและเย็นตลอดชาติ สวนใหญ่ แห่งเทวดาชาวไตรทศเทพชื่อว่านันทนวัน อันเป็นสถานไม่เศร้าโศก น่ารื่นรมย์นี้ย่อมไม่มีแก่ชนทั้งหลายผู้ไม่ได้ทำบุญไว้ ย่อมมีแต่เฉพาะ เหล่าชนผู้มีบุญอันทำไว้แล้วเท่านั้น ความสุขในโลกนี้และในปรโลก ย่อมไม่มีแก่เหล่าชนผู้ไม่ทำบุญ ความสุขในโลกนี้และโลกหน้า ย่อมมี เฉพาะแก่เหล่าชนผู้ทำบุญไว้ ผู้ปรารถนาความเป็นสหายแห่งเทวดาชาว ไตรทศเทพ พึงทำบุญกุศลไว้ให้มาก เพราะว่าบุคคลผู้ทำบุญไว้แล้ว ย่อมบันเทิงใจอยู่ในสวรรค์เพรียบพร้อมไปด้วยโภคสมบัติ. จบ อภิชชมานเปตวัตถุที่ ๑

|๑๑๑.๓๗๐| ๑ อภิชฺชมาเน วาริมฺหิ คงฺคาย อิธ คจฺฉสิ นคฺโค ปุพฺพฑฺฒเปโตว มาลาธารี อลงฺกโต กุหึ คมิสฺสสิ เปโต กตฺถ วาโส ภวิสฺสตีติ ฯ |๑๑๑.๓๗๑| จุนฺทฏฺฐิลํ คมิสฺสามิ เปโต โส อิติ ภาสติ อนฺตเร วาสภคามํ พาราณสิยา ว สนฺติเก ฯ |๑๑๑.๓๗๒| ตญฺจ ทิสฺวา มหามตฺโต โกลิโย อิติ วิสฺสุโต สตฺตุภตฺตญฺจ เปตสฺส ปีตกญฺจ ยุคํ อทา ฯ |๑๑๑.๓๗๓| นาวาย ติฏฺฐมานาย กปฺปกสฺส อทาปยิ กปฺปกสฺส ปทินฺนมฺหิ ฐาเน เปตสฺส ทิสฺสถ ฯ |๑๑๑.๓๗๔| ตโต สุวตฺถวสโน มาลาธารี อลงฺกโต ฐาเน ฐิตสฺส เปตสฺส ทกฺขิณา อุปกปฺปถ ตสฺมา ทชฺเชถ เปตานํ อนุกมฺปาย ปุนปฺปุนนฺติ ฯ |๑๑๑.๓๗๕| สาหุนฺนวาสิโน เอเก อญฺเญ เกสนิวาสิโน เปตา ภตฺตาย คจฺฉนฺติ ปกฺกมนฺติ ทิโส ทิสํ ฯ |๑๑๑.๓๗๖| ทูเรเปเก ปธาวิตฺวา อลทฺธา จ นิวตฺตเร ฉาตา ปมุจฺฉิตา คนฺตฺวา ภูมิยํ ปฏิสุมฺภิตา |๑๑๑.๓๗๗| เกจิ ตตฺถ จ ปติตา ภูมิยํ ปฏิสุมฺภิตา ปุพฺเพ อกตกลฺยาณา อคฺคิทฑฺฒาว อาตเป ฯ |๑๑๑.๓๗๘| มยํ ปุพฺเพ ปาปธมฺมา ฆรณี กุลมาตโร สนฺเตสุ เทยฺยธมฺเมสุ ทีปํ นากมฺห อตฺตโน ฯ |๑๑๑.๓๗๙| ปหูตํ อนฺนปานํ หิ อปิสฺสุ อวกิรียติ สมคฺคเต ปพฺพชิเต น จ กิญฺจิ อทมฺหเส ฯ |๑๑๑.๓๘๐| อกมฺมกามา อลสา สาธุกามา มหคฺฆสา อาโลปปิณฺฑทาตาโร ปฏิคฺคเห ปริภาสิตา ฯ |๑๑๑.๓๘๑| เต ฆรา ตา ว ทาสิโย ตาเนวาภรณานิ โน เต อญฺเญ ปริจาเรนฺติ มยํ ทุกฺขสฺส ภาคิโน |๑๑๑.๓๘๒| เวณึ วา อวญฺญา โหนฺติ รถการี จ ทุพฺภิกา จณฺฑาลี กปณา โหนฺติ กปฺปกา จ ปุนปฺปุนํ ฯ |๑๑๑.๓๘๓| ยานิ ยานิ นิหีนานิ กุลานิ กปณานิ จ เตสุ เตเสฺวว ชายนฺติ เอสา มจฺฉริโน คติ ฯ |๑๑๑.๓๘๔| ปุพฺเพ จ กตกลฺยาณา ทายกา วีตมจฺฉรา สคฺคนฺเต ปริปูเรนฺติ โอภาเสนฺติ จ นนฺทนํ ฯ |๑๑๑.๓๘๕| เวชยนฺเต จ ปาสาเท รมิตฺวา กามกามิโน อุจฺจากุเลสุ ชายนฺติ สโภเคสุ ตโต จุตา ฯ |๑๑๑.๓๘๖| กูฏาคาเร จ ปาสาเท ปลฺลงฺเก โคณกตฺถเต วีชิตงฺคา โมรหตฺเถหิ กุเล ชาตา ยสสฺสิโน ฯ |๑๑๑.๓๘๗| องฺคโต องฺคํ คจฺฉนฺติ มาลาธารี อลงฺกตา ชาติโย อุปติฏฺฐนฺติ สายํ ปาตํ สุเขสิโน ฯ |๑๑๑.๓๘๘| นยิทํ อกตปุญฺญานํ กตปุญฺญานเมวิทํ อโสกํ นนฺทนํ รมฺมํ ติทสานํ มหาวนํ |๑๑๑.๓๘๙| สุขํ อกตปุญฺญานํ อิธ นตฺถิ ปรตฺถ จ สุขญฺจ กตปุญฺญานํ อิธ เจว ปรตฺถ จ ฯ |๑๑๑.๓๙๐| เตสํ สหพฺยกามานํ กตฺตพฺพํ กุสลํ พหุํ กตปุญฺญา หิ โมทนฺติ สคฺเค โภคสมงฺคิโนติ ฯ อภิชฺชมานเปตวตฺถุ ปฐมํ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย