๕. กุมารเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๕. กุมารเปตวัตถุ เรื่องกุมารเปรต (เมื่อจะประกาศเรื่องของกุมารเปรตนั้น พระสังคีติกาจารย์ได้กล่าว ๗ คาถาว่า)
พระญาณของพระสุคต น่าอัศจรรย์ โดยที่พระศาสดาทรงพยากรณ์บุคคลได้อย่างถูกต้องว่า บุคคลบางเหล่าในโลกนี้ มีบุญมากก็มี บางเหล่ามีบุญน้อยก็มี
คหบดีผู้นี้เมื่อยังเป็นเด็ก ถูกเขาทิ้งไว้ในป่าช้า เป็นอยู่ด้วยน้ำนมที่ไหลออกจากนิ้วมือตลอดราตรี ยักษ์และภูตผีปีศาจ หรือสัตว์เลื้อยคลาน ก็ไม่เบียดเบียนเด็กผู้ที่ได้ทำบุญไว้แล้ว
แม้สุนัขทั้งหลายก็พากันมาเลียเท้าทั้งสองของเด็กนั้น ฝูงเหยี่ยวและสุนัขจิ้งจอกก็พากันวนเวียนรักษา ฝูงนกก็พากันคาบรกไปทิ้ง ส่วนฝูงกาพากันคาบขี้ตาออกไป
มนุษย์และอมนุษย์ไรๆ มิได้จัดการรักษาเด็กนี้ หรือใครๆ ที่จะปรุงยาหรือทำการบำบัดด้วยเมล็ดพันธุ์ผักกาดมิได้มี และมิได้ถือเอาการประกอบฤกษ์ยาม ทั้งไม่ได้โปรยธัญชาติทั้งปวง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๓๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๕. กุมารเปตวัตถุ
เด็กที่บุคคลนำมาทิ้งไว้ในป่าช้าในยามราตรี ได้รับความลำบากอย่างยิ่งเช่นนี้ สั่นเทาอยู่ เป็นดุจก้อนเนยข้น ยังเหลืออยู่เพียงชีวิต มีความสงสัยว่า (ตัวจะรอดหรือไม่รอดหนอ)
พระผู้มีพระภาคผู้อันเทวดาและมนุษย์บูชาแล้ว ทรงมีพระปัญญากว้างขวาง ได้ทอดพระเนตรเห็นแล้ว ครั้นแล้วได้ทรงพยากรณ์เด็กนั้นว่า เด็กคนนี้จักเป็นผู้มีสกุลสูง สำหรับนครนี้ (อุบาสกซึ่งอยู่ในที่ใกล้พระศาสดาทูลถามว่า)
ข้อปฏิบัติของเขาเป็นอย่างไร พรหมจรรย์ของเขาเป็นอย่างไร เขาประพฤติข้อปฏิบัติและพรหมจรรย์อย่างไร จึงมีวิบากอย่างนี้ เขาถึงความพินาศเช่นนี้แล้วจึงกลับมาเสวยความสำเร็จเช่นนั้นๆ (พระสังคีติกาจารย์เมื่อจะแสดงคำพยากรณ์ของพระผู้มีพระภาค จึงกล่าว ๔ คาถาว่า)
เมื่อก่อน หมู่ชนได้ทำการบูชาพระสงฆ์ ซึ่งมีพระพุทธเจ้าเป็นประธานอย่างโอฬาร เด็กนั้นได้มีความคิดเห็นในการบูชานั้นเป็นอย่างอื่นไป เขาได้กล่าววาจาหยาบคาย ซึ่งมิใช่ของสัตบุรุษ
ภายหลังเขาบรรเทาความคิดนั้นแล้ว กลับได้ปีติและความเลื่อมใส ได้บำรุงพระตถาคต ซึ่งประทับอยู่ที่พระเชตวัน ด้วยข้าวต้ม ๗ วัน
ข้อนั้นเป็นข้อปฏิบัติและพรหมจรรย์ของเขา เขาประพฤติเช่นนั้น จึงมีวิบากอย่างนี้ เขาถึงความพินาศเช่นนี้แล้วจักกลับได้เสวยความสำเร็จเช่นนั้น @เชิงอรรถ : @ จักได้เป็นเศรษฐีมีโภคสมบัติมาก (ขุ.เป.อ. ๔๕๘/๒๐๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๔๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๖. เสริณีเปติวัตถุ
เขาอยู่ในมนุษยโลกนี้แหละเป็นเวลาร้อยปี เป็นผู้พรั่งพร้อมด้วยกามคุณทุกอย่าง หลังจากตายไป จักเข้าถึงความเป็นสหายของท้าววาสวะ ในสัมปรายภพ กุมารเปตวัตถุที่ ๕ จบ ๖. เสริณีเปติวัตถุ เรื่องนางเสริณีเปรต (อุบาสกคนหนึ่งถามนางเสริณีเปรตว่า)
นางผู้มีร่างกายซูบผอม มีแต่ซี่โครงปรากฏ เธอเปลือยกาย มีผิวพรรณและรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ซูบผอม มีร่างกายสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น เธอเป็นใครเล่ามายืนอยู่ที่นี้ (นางเสริณีเปรตตอบว่า)
ท่านผู้เจริญ ดิฉันเกิดเป็นเปรตในยมโลก ได้รับความลำบาก เพราะทำกรรมชั่วไว้จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก (อุบาสกถามว่า)
เมื่อก่อนเธอได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไรเธอจึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก (นางเสริณีเปรตตอบว่า)
เมื่อสมณพราหมณ์ทั้งหลาย ผู้เป็นดุจท่าน้ำซึ่งไม่มีใครหวงห้ามมีอยู่ ดิฉันเก็บทรัพย์ไว้ประมาณกึ่งมาสก เมื่อไทยธรรมมีอยู่ก็ไม่ได้ทำที่พึ่งแก่ตน @เชิงอรรถ : @ ไปเกิดเป็นลูกของท้าวสักกะจอมเทพชั้นดาวดึงส์ (ขุ.เป.อ. ๔๖๓/๒๑๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๔๑}