๘. ทุติยมิคลุททกเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๘. ทุติยมิคลุททกเปตวัตถุ เรื่องเปรตพรานเนื้อ เรื่องที่ ๒ (พระนารทเถระถามเปรตตนหนึ่งว่า)
ท่านรื่นรมย์ยู่บนบัลลังก์ ที่ในเรือนยอดและปราสาทปูลาดด้วยผ้าขนสัตว์ ด้วยดนตรีเครื่องห้าซึ่งบุคคลประโคมแล้วอย่างไพเราะ
ภายหลัง เมื่อสิ้นราตรี ดวงอาทิตย์ขึ้น (จน)ดวงอาทิตย์ตก ท่านเข้าไปประสบทุกข์เป็นอันมากอยู่ในป่าช้า
เมื่อก่อนท่านได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไร ท่านจึงต้องประสบทุกข์เช่นนี้ (เปรตนั้นตอบว่า)
เมื่อชาติก่อน ข้าพเจ้าเป็นพรานเนื้อ เป็นคนหยาบช้า ทารุณ ไม่สำรวม อยู่ที่ภูเขาคิริพพชะ เป็นที่น่ารื่นรมย์ ใกล้กรุงราชคฤห์ซึ่งน่ารื่นรมย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๔๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๘. ทุติยมิคลุททกเปตวัตถุ
ข้าพเจ้านั้นมีสหายใจดี มีศรัทธา เป็นอุบาสกคนหนึ่ง เขามีภิกษุที่คุ้นเคยกัน ซึ่งเป็นสาวกของพระสมณโคดม เพราะเขาเอ็นดูข้าพเจ้าจึงห้ามอยู่บ่อยๆ ว่า
พ่อเอ๋ย อย่าได้ทำชั่วเลย อย่าได้ดำเนินทางผิดเลย ถ้าสหายปรารถนาความสุขเมื่อตายไป จงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ซึ่งเป็นการไม่สำรวมเสียเถิด
ข้าพเจ้าฟังคำของเขาผู้หวังดี มีความเอ็นดูด้วยประโยชน์เกื้อกูล แต่ไม่ได้ทำตามคำสั่งสอนของเขาทั้งสิ้น เพราะเป็นคนไม่มีปัญญา ยินดีในบาปมาช้านาน
เขามีปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน แนะนำข้าพเจ้าให้ตั้งอยู่ในความสำรวมด้วยความอนุเคราะห์อีกว่า ถ้าท่านจะฆ่าสัตว์ในกลางวัน ในเวลากลางคืนก็จงงดเว้นเสีย
ข้าพเจ้านั้นจึงฆ่าสัตว์แต่เฉพาะกลางวัน กลางคืนเป็นผู้สำรวมงดเว้น เพราะฉะนั้น กลางคืนข้าพเจ้าจึงได้รับความสุข กลางวันประสบทุกข์ ถูกสุนัขรุมกัดกิน คือ
กลางคืนได้เสวยทิพยสมบัติด้วยผลแห่งกุศลกรรมนั้น กลางวันฝูงสุนัขดุร้ายพากันวิ่งเข้ามากัดกินข้าพเจ้ารอบด้าน
ชนเหล่าใดมีความเพียรเนืองๆ เอาธุระในพระศาสนาของพระสุคตอย่างมั่นคง ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ชนเหล่านั้นแหละจะได้บรรลุอมตบท ซึ่งปัจจัยอะไรปรุงแต่งไม่ได้อย่างแน่นอน ทุติยมิคลุททกเปตวัตถุที่ ๘ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๔๖}