๒. เสรีสกเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๒. เสรีสกเปตวัตถุ เรื่องเสรีสกเปรต (พระควัมปติกล่าวว่า)
ท่านทั้งหลายจงฟังคำของเทวดาและพวกพ่อค้า ที่ได้มาพบกันในทางทะเลทรายในคราวนั้น และขอเชิญทุกท่านฟังถ้อยคำตามที่เทวดา และพวกพ่อค้ากล่าวสนทนากัน @เชิงอรรถ : @ สามัญญผล แปลว่า ผลแห่งความเป็นสมณะ ความเป็นสมณะ หมายถึงการบวชเป็นภิกษุในพุทธศาสนา @พระผู้มีพระภาคทรงพิสูจน์ให้เห็นชัดว่า การบวชได้ผลเห็นประจักษ์ (หมายถึงการบรรลุมรรค ๔ ผล ๔ @นิพพาน ๑ ไปตามลำดับ) (สุตฺต ๙/๒๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๖๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๒. เสรีสกเปตวัตถุ
ยังมีพระราชาผู้ทรงยศพระนามว่า ปายาสิ ได้เกิดร่วมกับหมู่ภุมเทวดา มีบริวารยศบันเทิงอยู่ในวิมานของตน เป็นเทวดาแต่ได้มาสนทนากับพวกมนุษย์ (เสรีสกเทพบุตรถามพวกพ่อค้าด้วยคาถาว่า)
มนุษย์ทั้งหลายผู้กลัวทางคดเคี้ยว มีใจหวาดหวั่นอยู่ในที่น่าระแวงว่ามีภัย ในป่า ในถิ่นของอมนุษย์ ในทางกันดาร ซึ่งมีน้ำมีอาหารไม่เพียงพอ เดินไปได้แสนยาก ท่ามกลางทะเลทราย
ในทางทะเลทรายนี้ ไม่มีผลไม้ ไม่มีเผือกมัน ไม่มีเชื้อไฟ ในทางทะเลทรายนี้ จักหาอาหารได้แต่ที่ไหน นอกจากฝุ่นและทรายที่แดดแผดเผาทั้งร้อน ทั้งทารุณ
ที่นี้เป็นที่ดอน ร้อนดังแผ่นเหล็กเผาไฟ หาความสบายมิได้ เทียบเท่านรก สถานที่นี้เป็นที่อยู่ดั้งเดิมของพวกหยาบช้ามีปีศาจเป็นต้น เป็นภูมิประเทศเหมือนถูกสาปไว้
อนึ่ง พวกท่านหวังอะไร เพราะเหตุไรจึงไม่พิจารณาให้ถี่ถ้วน ตามกันเข้ามายังประเทศถิ่นนี้พร้อมกัน เพราะความโลภ ความกลัว หรือเพราะความหลง (พวกพ่อค้าตอบว่า)
พวกข้าพเจ้านั้นเป็นพ่อค้าเกวียนอยู่ในแคว้นมคธและแคว้นอังคะ ต้องการทรัพย์ หวังกำไร จึงบรรทุกสินค้ามามาก พากันไปยังสินธุประเทศและโสวีระประเทศ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๖๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๒. เสรีสกเปตวัตถุ
กลางวัน พวกข้าพเจ้าทุกคนทนความกระหายน้ำไม่ได้ ทั้งมุ่งหวังจะอนุเคราะห์สัตว์พาหนะ จึงรีบเดินทางมาในกลางคืน ซึ่งเป็นเวลาวิกาล
พวกข้าพเจ้าไปผิดทาง จึงหลงทาง สับสนเหมือนคนตาบอด เดินหลงเข้าไปในป่าที่ไปได้ยากแสนยาก ท่ามกลางทะเลทราย เกิดงุนงงสงสัย ไม่รู้ทิศทาง
ท่านที่ควรบูชา พวกข้าพเจ้าได้พบวิมานอันประเสริฐ และตัวท่านซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อนนี้ จึงหวังจะรอดชีวิตยิ่งกว่าแต่ก่อน เพราะได้เห็น จึงพากันร่าเริง ดีใจและเบิกบานใจ (เทพบุตรถามว่า)
เพราะโภคทรัพย์เป็นต้นเหตุ พวกท่านจึงพากันไปยังทิศทางต่างๆ คือ ฝั่งสมุทรทะเลทรายทางที่ต้องใช้เครื่องหวาย ทางที่ต้องตอกทอย ทางที่มีแม่น้ำ และทางภูเขาที่ไปได้ยาก
พ่อค้าทั้งหลาย พวกท่านได้ไปยังแคว้นของพระราชาอื่นๆ พบเห็นผู้คนชาวต่างประเทศ พวกเราขอฟังสิ่งอัศจรรย์ ที่พวกท่านได้ยิน หรือได้เห็นมา @เชิงอรรถ : @ ตอกทอย หมายถึง การตีลูกทอยคือไม้แหลมๆ ที่ทำเป็นตะปูตีเข้าที่ต้นไม้ (หรือที่หน้าผาเพื่อทำเป็น @บันไดไต่ขึ้นไป) (ขุ.วิ.อ. ๑๒๓๘/๓๙๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๖๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๒. เสรีสกเปตวัตถุ (พวกพ่อค้าตอบว่า)
พ่อกุมาร สมบัติของมนุษย์ที่ผ่านมาทั้งหมด ซึ่งอัศจรรย์กว่าวิมานของท่านแม้นี้ พวกข้าพเจ้าไม่เคยได้เห็นหรือได้ยิน วิมานของท่านซึ่งมีรัศมีไม่เลว พวกข้าพเจ้าแลดูแล้วไม่อิ่มเลย
ที่วิมานของท่านมีสระโบกขรณี ลอยอยู่ในอากาศ มีสวนดอกไม้มากมาย มีบัวขาวมาก มีหมู่ไม้ผลิดอกออกผลเป็นนิตย์ โชยกลิ่นหอมตลบอบอวล
เสาวิมานเหล่านี้เป็นเสาแก้วไพฑูรย์ สูงร้อยศอก ประดับด้วยแก้วผลึก แก้วประพาฬ แก้วลาย และทับทิม มีรัศมีโชติช่วง
วิมานของท่านนี้มีเสา ๑,๐๐๐ ต้น ภายในประกอบด้วยแก้ว ภายนอกล้อมรอบด้วยไพทีทองคำ และมุงบังอย่างดีด้วยแผ่นทองคำ มีอานุภาพหาที่เปรียบมิได้ งามอยู่บนเสาเหล่านั้น
วิมานของท่านนี้สว่างไสวด้วยทองชมพูนุทชั้นเยี่ยม ทุกส่วนของวิมานเกลี้ยงเกลาดี ประกอบด้วยบันไดและพื้นน่าพอใจ มั่นคง งดงาม มีส่วนประกอบกลมกลืน ชวนพิศอย่างยิ่ง น่าชอบใจ @เชิงอรรถ : @ เวทีที่ทำด้วยทอง เพื่อใช้ประโยชน์ในการฟ้อนรำขับร้อง หรือบางแห่งใช้ตั้งเครื่องบูชา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๖๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๒. เสรีสกเปตวัตถุ
ภายในวิมานแก้ว มีข้าวน้ำอุดมสมบูรณ์ ตัวท่านมีหมู่เทพอัปสรห้อมล้อม กึกก้องด้วยเสียงตะโพน เปิงมางและดุริยางค์ เป็นผู้ที่ทวยเทพนอบน้อมแล้วด้วยการชมเชยและกราบไหว้
ตัวท่านนั้นมีอานุภาพสุดที่จะคิด ประกอบด้วยคุณทุกอย่าง ผู้อันหมู่เทพนารีปลุกเร้า บันเทิงอยู่ในวิมานปราสาทที่ประเสริฐ น่ารื่นรมย์ใจ เหมือนท้าวเวสวัณบันเทิงอยู่ในนฬินีสถาน
ท่านเป็นเทวดาหรือเป็นยักษ์ เป็นท้าวสักกะจอมเทพ หรือเป็นมนุษย์ พวกพ่อค้าเกวียนถามท่าน โปรดบอกด้วยเถิด ท่านเป็นเทวดาชื่ออะไร (เทพบุตรตอบว่า)
ข้าพเจ้าเป็นเทวดาชื่อเสรีสกะ เป็นผู้รักษาทางกันดาร คุ้มครองทางทะเลทราย ทำตามคำสั่งท้าวเวสวัณ จึงดูแลรักษาประเทศถิ่นนี้อยู่ (พวกพ่อค้าถามว่า)
วิมานนี้ท่านได้ตามความปรารถนา หรือเกิดโดยความเปลี่ยนแปลง ท่านทำเองหรือเทวดาทั้งหลายมอบให้ พวกพ่อค้าเกวียนถามท่านว่า วิมานที่น่าชอบใจนี้ท่านได้มาอย่างไร @เชิงอรรถ : @ สถานที่ทรงเล่นกีฬาสนามกีฬา (ขุ.วิ.อ. ๑๒๔๖/๔๐๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๖๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๒. เสรีสกเปตวัตถุ (เทพบุตรตอบว่า)
วิมานนี้มิใช่ข้าพเจ้าได้ตามความปรารถนา มิใช่เกิดโดยการเปลี่ยนแปลง มิใช่ข้าพเจ้าทำเองทั้งมิใช่เทวดาทั้งหลายมอบให้ วิมานที่น่าชอบใจนี้ข้าพเจ้าได้มาด้วยบุญกรรมอันดีงามของตน (พวกพ่อค้าถามว่า)
อะไรเป็นข้อปฏิบัติและเป็นพรหมจรรย์ของท่าน นี้เป็นวิบากแห่งบุญกรรมอะไรที่ท่านสั่งสมไว้ดีแล้ว พวกพ่อค้าเกวียนถามท่านว่า วิมานนี้ท่านได้มาอย่างไร (เทพบุตรตอบว่า)
ข้าพเจ้าได้มีนามว่าปายาสิ เมื่อครั้งข้าพเจ้าครองราชสมบัติแคว้นโกศล ข้าพเจ้าเป็นนัตถิกทิฏฐิ เป็นคนตระหนี่ มีธรรมเลวทราม และมีปกติกล่าวว่าขาดสูญ
ได้มีสมณะ ผู้พหูสูต นามว่ากุมารกัสสปะ ซึ่งเลิศทางกล่าวธรรมได้อย่างวิจิตรไพเราะ ครั้งนั้นท่านได้กล่าวธรรมกถาโปรดข้าพเจ้า ได้ช่วยบรรเทาทิฏฐิที่เป็นข้าศึกทางใจของข้าพเจ้าได้ @เชิงอรรถ : @ มีความเห็นผิดว่า ไม่มีเหตุไม่มีปัจจัยที่ทำให้สัตว์บริสุทธิ์หรือเศร้าหมอง สัตว์บริสุทธิ์หรือเศร้าหมองเอง @(สุตฺต. ๙/๑๖๘/๕๔) @ การกล่าวว่า ทานที่ให้แล้วไม่มีผล การบูชายัญไม่มีผล การเซ่นสรวงไม่มีผล ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดี @ทำชั่วไม่มีผล โลกนี้ไม่มี โลกหน้าไม่มี มารดาบิดาไม่มีคุณ ฯลฯ (สุตฺต. ๙/๑๗๑/๕๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๗๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๒. เสรีสกเปตวัตถุ
ข้าพเจ้าฟังธรรมกถาของท่านแล้ว ได้ประกาศตนเป็นอุบาสก งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์ในโลก ยินดีเฉพาะภรรยาของตน ไม่กล่าวเท็จ ไม่ดื่มน้ำเมา
ข้อนั้นเป็นข้อปฏิบัติและเป็นพรหมจรรย์ของข้าพเจ้า นี้เป็นวิบากแห่งบุญกรรมนั้นที่ข้าพเจ้าสั่งสมไว้ดีแล้ว วิมานนี้ข้าพเจ้าได้มาด้วยบุญกรรมอันดีงามนั้นนั่นเอง (พวกพ่อค้าถามว่า)
ทราบมาว่า คนมีปัญญาทั้งหลายพูดแต่คำจริง คำพูดของบัณฑิตทั้งหลายจึงไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น คนทำบุญไว้จะไปที่ใด ย่อมมีแต่สิ่งที่น่ารักน่าใคร่ บันเทิงอยู่ในที่นั้น
ณ ที่ใด มีความโศก ความร่ำไห้ การฆ่า การจองจำ และเหตุเกิดเรื่องเลวร้าย คนทำบาปไว้ก็จะไปในที่นั้น ไม่พ้นจากคติที่ชั่วไปได้ไม่ว่าในกาลไหน
พ่อกุมาร เพราะเหตุอะไรหนอ เทพบริวารจึงเป็นเสมือนผู้ฟั่นเฟือนไปในชั่วครู่นี้ เหมือนน้ำใสถูกกวนให้ขุ่น เพราะเหตุไรหนอ เทพบริวารนี้และตัวท่านจึงได้มีความโทมนัส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๗๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๒. เสรีสกเปตวัตถุ (เทพบุตรตอบว่า)
พ่อทั้งหลาย กลิ่นทิพย์เหล่านี้ โชยกลิ่นหอมระรื่นจากป่าไม้ซึก หอมตลบอบอวลทั่ววิมานนี้ กำจัดความมืดได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
ล่วงไป ๑๐๐ ปี เปลือกฝักไม้ซึกเหล่านี้ แต่ละฝักก็จะแตกออก เป็นที่รู้กันว่า ๑๐๐ ปีของมนุษย์ล่วงไปแล้ว ตั้งแต่ข้าพเจ้าเกิดในหมู่เทวดานี้
พ่อทั้งหลาย ข้าพเจ้ารู้เห็นแล้วว่า ข้าพเจ้าจักดำรงอยู่ในวิมานนี้อีก ๕๐๐ ปีทิพย์ แล้วจึงจุติ เพราะสิ้นบุญ สิ้นอายุ ข้าพเจ้าจึงซบเซา เพราะความโศกนั้นนั่นเอง (พวกพ่อค้ากล่าวว่า)
ผู้ที่ได้วิมานซึ่งหาที่เปรียบมิได้เป็นเวลานานเช่นนั้น จะพึงเศร้าโศกไปทำไมเล่า แต่พวกผู้มีบุญน้อยเข้าอยู่วิมานชั่วเวลาสั้นนั้นแหละ ควรเศร้าโศกแท้ (เทพบุตรกล่าวว่า)
พ่อทั้งหลาย ข้อที่ท่านทั้งหลายกล่าววาจาที่น่ารักกับข้าพเจ้า นั่นเป็นการกล่าวตักเตือนอันสมควรแก่ข้าพเจ้า ส่วนข้าพเจ้าจะตามคุ้มครองท่านทั้งหลาย เชิญท่านทั้งหลายไปยังที่ ที่ท่านทั้งหลายปรารถนาโดยความสวัสดีเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๗๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๒. เสรีสกเปตวัตถุ (พวกพ่อค้ากล่าวว่า)
พวกข้าพเจ้าต้องการทรัพย์ หวังกำไร จึงพากันไปยังสินธุประเทศ และโสวีระประเทศ แล้วจักประกอบกรรมที่ได้รับรองไว้ตามสมควร มีการเสียสละอย่างบริบูรณ์ กระทำการบูชาเสรีสกเทพบุตรอย่างโอฬาร (เทพบุตรกล่าวว่า)
ท่านทั้งหลาย อย่าได้ทำการบูชาเสรีสกเทพบุตรเลย สิ่งที่ท่านทั้งหลายพูดถึงทั้งหมด จักมีแก่พวกท่าน ท่านทั้งหลายจงงดเว้นกรรมชั่วและจงตั้งใจประกอบตามธรรม
ในหมู่พ่อค้าเกวียนนี้ มีอุบาสกผู้เป็นพหูสูต มีศีลและวัตร มีศรัทธา มีจาคะ มีศีลเป็นที่รักอย่างยิ่ง มีวิจารณญาณ สันโดษ มีความรู้
ไม่พูดเท็จทั้งที่รู้อยู่ ไม่คิดเบียดเบียนผู้อื่น ไม่พูดส่อเสียดให้เขาแตกกัน พูดแต่วาจาอ่อนหวานละมุนละม่อม
เขามีความเคารพ ยำเกรง มีวินัย ไม่เป็นคนเลว เป็นผู้บริสุทธิ์ในอธิศีล มีความประพฤติประเสริฐ เลี้ยงมารดาบิดาโดยชอบธรรม
เขาเห็นจะแสวงหาโภคทรัพย์ เพราะเหตุแห่งมารดาบิดา มิใช่เพราะเหตุแห่งตน เมื่อมารดาบิดาล่วงลับไป เขาก็น้อมไปในเนกขัมมะ ประพฤติพรหมจรรย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๗๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๒. เสรีสกเปตวัตถุ
เขาเป็นคนซื่อตรง ไม่คดโกง ไม่โอ้อวด ไม่เจ้าเล่ห์ ไม่พูดมีเลศนัย เขาทำแต่กรรมดี ตั้งอยู่ในธรรมเช่นนี้ จะพึงได้รับทุกข์อย่างไรเล่า
เพราะอุบาสกนั้นเป็นเหตุ ข้าพเจ้าจึงได้ปรากฏตัว พ่อค้าทั้งหลาย เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงเห็นธรรมเถิด เพราะเว้นอุบาสกนั้นเสียแล้ว ท่านทั้งหลายจะสับสน เหมือนคนตาบอดหลงเข้าไปในป่าเป็นเถ้าถ่านไป การทอดทิ้งผู้อื่นเป็นการง่ายสำหรับคนทั่วไป (แต่เป็นการยากสำหรับสัตบุรุษ) คบหาสัตบุรุษจึงนำความสุขมาให้อย่างแท้จริง (พวกพ่อค้าถามว่า)
อุบาสกคนนั้นคือใคร และทำงานอะไร เขาชื่ออะไร และโคตรอะไร ข้าแต่เทวดา แม้ข้าพเจ้าทั้งหลาย ก็ต้องการจะเห็นอุบาสกนั้นที่ท่านมาที่นี้ เพื่อช่วยเหลืออุบาสกที่ท่านชอบ เป็นคนโชคดี (เทพบุตรตอบว่า)
ผู้ที่เป็นกัลบกมีชื่อว่าสัมภวะ อาศัยการตัดผมเลี้ยงชีพ เป็นคนรับใช้ของพวกท่าน ท่านทั้งหลายจงรู้ว่าเป็นอุบาสก ท่านทั้งหลายอย่าดูหมิ่นเขา เขาเป็นผู้มีศีลเป็นที่รักยิ่ง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๗๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๒. เสรีสกเปตวัตถุ (พวกพ่อค้ากล่าวว่า)
ข้าแต่เทวดา พวกข้าพเจ้ารู้จักช่างตัดผมคนที่ท่านพูดถึงดี แต่ไม่รู้จักว่า เขาเป็นคนเช่นนี้เลย แม้ข้าพเจ้าทั้งหลายฟังคำของท่านแล้ว ก็จักบูชาอุบาสกนั้นอย่างโอฬาร (เทพบุตรกล่าวว่า)
พวกผู้คนในกองเกวียนนี้ ไม่ว่าคนหนุ่ม คนแก่ หรือคนปูนกลาง ทั้งหมดทุกคนนั้น เชิญขึ้นไปบนวิมาน พวกคนตระหนี่จงดูผลของบุญทั้งหลาย (พระธรรมสังคีติกาจารย์กล่าว ๖ คาถาในตอนจบเรื่องว่า)
พ่อค้าทุกคน ณ ที่นั้น ต่างคนต่างเข้าห้อมล้อมช่างตัดผมนั้น พากันขึ้นวิมานซึ่งเสมือนภพดาวดึงส์ของท้าววาสวะ พร้อมกล่าวว่า เราก่อนๆ
พ่อค้าทุกคนนั้นต่างประกาศความเป็นอุบาสก ณ ที่นั้นว่า เราก่อนๆ แล้วได้เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์ในโลก ยินดีเฉพาะภรรยาของตน ไม่กล่าวเท็จ ไม่ดื่มน้ำเมา
พ่อค้าทุกคน ครั้นต่างคนต่างประกาศความเป็นอุบาสก ณ ที่นั้นแล้วได้ไปยังสถานที่ที่ตนปรารถนาโดยสวัสดี หมู่พ่อค้าเกวียนบันเทิงอยู่ด้วยเทวฤทธิ์เนืองๆ ได้รับอนุญาตแล้วหลีกไป {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๗๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๓. นันทกเปตวัตถุ
พ่อค้าเหล่านั้นต้องการทรัพย์ หวังกำไร ไปถึงสินธุและโสวีระประเทศ พยายามค้าขายตามปรารถนา มีลาภบริบูรณ์ กลับมาเมืองปาฏลีบุตรโดยปลอดภัย
พ่อค้าเหล่านั้นไปเรือนของตน มีความสวัสดี พร้อมหน้าบุตรภรรยา มีจิตเพลิดเพลิน ดีใจ ปลาบปลื้ม บูชาเสรีสกเทพบุตรอย่างโอฬาร ได้ช่วยกันสร้างเทวาลัยชื่อเสรีสกะขึ้น
การคบสัตบุรุษให้สำเร็จประโยชน์อย่างนี้ การคบผู้มีคุณธรรมมีประโยชน์มาก พ่อค้าทั้งหมดได้ประสบความสุข เพราะผลอันสืบเนื่องมาจากอุบาสกคนเดียว เสรีสกเปตวัตถุที่ ๒ จบ ภาณวารที่ ๓ จบ