๕. ภัททิตถิกาวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๕. ภัททิตถิกาวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่นางภัททิตถิกาอุบาสิกา (พระผู้มีพระภาคตรัสถามถึงบุพกรรมที่นางภัททาเทพธิดานั้นได้ทำไว้ว่า) [๒๐๖-๒๐๗] เทพธิดาผู้ทรงปัญญา เธอประดับมาลัยดอกมณฑารพ ซึ่งมีสีต่างๆ ไว้ที่ศีรษะ คือ สีเขียว เหลือง ดำ หงสบาทและแดง รายล้อมด้วยกลีบเกสร ในเทพหมู่อื่นไม่มีต้นไม้ชนิดนี้
เทพธิดาผู้มีบริวารยศ เพราะบุญอะไรเธอจึงได้เกิดในหมู่เทพชั้นไตรทศ ตถาคตถามเธอแล้ว จงบอกเถิดว่า นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า (เทพธิดาถูกพระผู้มีพระภาคตรัสถามอย่างนี้แล้ว จึงทูลตอบด้วยคาถาเหล่านี้ ความว่า)
คนทั้งหลายรู้จักหม่อมฉันในนามว่า ภัททิตถิกา หม่อมฉันเป็นอุบาสิกาอยู่ในกิมพิลนคร เป็นผู้มีศรัทธาและสมบูรณ์ด้วยศีล ยินดีแจกจ่ายทานทุกเมื่อ
หม่อมฉันมีใจเลื่อมใสในพระอริยเจ้าผู้ปฏิบัติตรง จึงได้ถวายเครื่องนุ่งห่ม อาหาร เสนาสนะและเครื่องตามประทีป
หม่อมฉันเข้าจำอุโบสถศีลซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘ ทุกวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำและ ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๒. จิตตลตาวรรค ๕. ภัททิตถิกาวิมาน
หม่อมฉันสำรวมระวังในศีลตลอดเวลา และแจกจ่ายทานด้วยความเคารพจึงได้ครอบครองวิมานนี้
หม่อมฉันงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นไกลจากการลักขโมย การประพฤตินอกใจสามี สำรวมระวังจากการพูดเท็จ และการดื่มน้ำเมา
หม่อมฉันยินดีในศีล ๕ ฉลาดในอริยสัจ มีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท เป็นอุบาสิกาของพระผู้มีพระภาคทรงพระนามว่า โคดม ผู้ทรงมีพระจักษุ หม่อมฉันได้บำเพ็ญสุจริตธรรมและได้บำเพ็ญกุศลธรรมไว้แล้ว จุติจากมนุษยโลกนั้นแล้ว ได้เกิดเป็นเทพธิดามีรัศมีในตัวเอง เที่ยวชมสวนนันทวันอยู่
อนึ่ง หม่อมฉันได้ถวายอาหารแก่ภิกษุ ผู้อนุเคราะห์เกื้อกูลอย่างเหลือล้น ผู้เป็นคู่ดาบสมหามุนี ได้บำเพ็ญสุจริตธรรมและได้บำเพ็ญกุศลธรรมไว้แล้ว จุติจากมนุษยโลกนั้น เกิดเป็นเทพธิดา มีรัศมีในตัวเอง เที่ยวชมสวนนันทวันอยู่
หม่อมฉันเข้าจำอุโบสถศีล ประกอบด้วยองค์ ๘ มีคุณกำหนดมิได้ นำความสุขมาให้เนืองนิตย์ ได้บำเพ็ญสุจริตธรรมและได้บำเพ็ญกุศลธรรมแล้ว จุติจากมนุษยโลกนั้นแล้ว ได้เกิดเป็นเทพธิดา มีรัศมีในตัวเอง เที่ยวชมสวนนันทวันอยู่ ภัททิตถิกาวิมานที่ ๕ จบ @เชิงอรรถ : @ พระอัครสาวกทั้งคู่ คือ พระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะ (ขุ.วิ.อ. ๒๑๕/๑๒๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๗}