๖. ปุณณมาสเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๖. ปุณณมาสเถรคาถา ภาษิตของพระปุณณมาสเถระ (พระปุณณเถระเมื่อจะแสดงธรรมแก่ภรรยาเก่า จึงได้กล่าว ๒ คาถาไว้ดังนี้ว่า) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๕๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๒. ทุกนิบาต] ๓. ตติยวรรค ๘. ภารตเถรคาถา
เราละนิวรณ์ ๕ เพื่อบรรลุนิพพาน ซึ่งเป็นแดนเกษมจากโยคะแล้ว ถือเอาแว่นส่องธรรม คือญาณทัสสนะสำหรับตน
พิจารณาดูร่างกายนี้ทั่วทั้งภายในภายนอก ร่างกายของเราได้ปรากฏเป็นสภาพว่างเปล่า ทั้งภายในและภายนอก ๗. นันทกเถรคาถา ภาษิตของพระนันทกเถระ (พระนันทกเถระเมื่อจะพยากรณ์พระอรหัต จึงได้กล่าว ๒ คาถาไว้ดังนี้ว่า)
โคอาชาไนยที่ดี พลาดล้มแล้วลุกขึ้นยืนใหม่ได้ ได้ความสังเวชอย่างยิ่งแล้ว ไม่ท้อถอย นำภาระต่อไปได้ ฉันใด
ท่านทั้งหลายจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นอาชาไนยสมบูรณ์ด้วยทัศนะ เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นบุตรซึ่งเกิดแต่พระอุระของพระพุทธเจ้า ฉันนั้น ๘. ภารตเถรคาถา ภาษิตของพระภารตเถระ (พระภารตเถระเมื่อจะบอกมิจฉาวิตกที่เกิดแก่พระนันทกเถระ จึงได้กล่าว ๒ คาถาไว้ดังนี้ว่า) @เชิงอรรถ : @ นิวรณ์ ๕ สิ่งที่กั้นจิตไม่ให้ก้าวหน้าในคุณธรรม ๕ ประการ คือ (๑) กามฉันทะ ความพอใจในกาม @(๒) พยาบาท ความคิดร้าย (๓) ถีนมิทธะ ความหดหู่และเซื่องซึม (๔) อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่าน @และร้อนใจ (๕) วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย (องฺ.ปญฺจก. ๒๒/๕๑/๕๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๖๐}