๑. อุฬารวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๓. ปาริจฉัตตวรรค ๑. อุฬารวิมาน ๓. ปาริจฉัตตกวรรค หมวดว่าด้วยดอกปาริชาต ๑. อุฬารวิมาน ว่าด้วยวิมานอันโอฬาร (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดานั้นด้วยคาถาเหล่านี้ว่า)
เธอมีบริวารยศอันยิ่งใหญ่ ผิวพรรณเรืองรอง ส่องสว่างไปทั่วทุกทิศ เหล่าเทพนารีและเหล่าเทพบุตร แต่งองค์ทรงเครื่องพากันฟ้อนรำขับร้องอยู่
ให้ความบันเทิงใจ แวดล้อมหวังบำเรอเธออยู่ เทพธิดาผู้มีโฉมชวนพิศ วิมานเหล่านี้ของเธอล้วนเป็นวิมานทองคำ
ทั้งเธอก็เป็นใหญ่กว่าเทพเหล่านั้น ปรารถนาทุกสิ่งก็สำเร็จสิ้น เธอเกิดมาดี มีอานุภาพยิ่งใหญ่ ร่าเริงบันเทิงใจอยู่ในหมู่เทพ เทพธิดา อาตมาถามแล้ว ขอเธอจงบอกเถิดว่า นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า (เทพธิดาตอบว่า)
ชาติก่อนดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลก เป็นลูกสะใภ้อยู่ในตระกูลทุศีล เมื่อคนในตระกูลมีพ่อผัวแม่ผัวเป็นผู้ไม่มีศรัทธา เป็นคนตระหนี่
ดิฉันกลับเป็นผู้มีศรัทธา สมบูรณ์ด้วยศีล ยินดีแจกจ่ายทานโดยเคารพทุกเมื่อ ได้ถวายขนมเบื้องแด่พระคุณเจ้าซึ่งกำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่
ครั้งนั้น ดิฉันบอกแม่ผัวว่า สมณะมาถึงที่นี้แล้ว ดิฉันเลื่อมใส ได้ถวายขนมเบื้องแด่ท่านด้วยมือทั้งสองของตน
แม่ผัวด่าดิฉันว่า เธอเป็นหญิงหัวดื้อ ทำไมเธอไม่คิดจะปรึกษาฉันเสียก่อนว่า จะถวายสมณะเล่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๓. ปาริจฉัตตวรรค ๒. อุจฉุทายิกาวิมาน
เพราะเหตุนี้แหละ แม่ผัวจึงเกรี้ยวกราด แล้วเอาสากตีดิฉันถูกจงอยบ่า ได้ทำร้ายดิฉัน ดิฉันจึงไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้นาน
เพราะชีวิตสลายลง ดิฉันพ้นจากทุกข์นั้นมา ได้จุติจากอัตภาพนั้นมาจึงเกิดร่วมกับหมู่เทพชั้นไตรทศ
เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีร่างกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ อุฬารวิมานที่ ๑ จบ