๗. โสณโปฏิริยปุตตเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๗. โสณโปฏิริยปุตตเถรคาถา ภาษิตของพระโสณโปฏิริยปุตตเถระ (พระผู้มีพระภาค เมื่อจะตรัสสอนพระโสณโปฏิริยบุตรเถระ จึงได้ตรัสพระคาถาว่า)
ราตรีที่ประกอบด้วยฤกษ์มาลินี มิใช่เป็นราตรีที่จะหลับก่อน ราตรีเช่นนี้เป็นราตรีที่ผู้รู้แจ้งปรารถนาแล้ว เพื่อประกอบความเพียรโดยแท้ @เชิงอรรถ : @ ฤกษ์มาลินี หมายถึง ฤกษ์ที่มีดวงดาวขึ้นเป็นกลุ่มเหมือนพวงดอกไม้ (ดาวลูกไก่) เป็นฤกษ์ที่ควรทำความ @เพียร ไม่ใช่เวลานอน (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๙๓/๔๘๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๖๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๒. ทุกนิบาต] ๔. จตุตถวรรค ๙. อุสภเถรคาถา (พระโสณโปฏิริยเถระได้ฟังพระดำรัสนั้นก็สลดใจ กลับได้หิริโอตตัปปะ อธิษฐานอัพโภกาสิกังคธุดงค์ กระทำการเจริญวิปัสสนา ได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า)
ถ้าช้างพึงเหยียบเราผู้ตกจากคอช้าง เราตายเสียในสงครามประเสริฐกว่า แพ้แล้วเป็นอยู่จะประเสริฐอะไร ๘. นิสภเถรคาถา ภาษิตของพระนิสภเถระ (พระนิสภเถระ เมื่อจะกล่าวสอนภิกษุสหายทั้งหลาย จึงได้กล่าว ๒ คาถาไว้ดังนี้ว่า)
วิญญูชนละเบญจกามคุณ ซึ่งน่ารักน่ารื่นรมย์ใจ ออกบวชด้วยศรัทธา พึงทำที่สุดทุกข์ได้
เราไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอยู่ แต่เรามีสติสัมปชัญญะอยู่เฉพาะหน้า คอยเวลาอันควร ๙. อุสภเถรคาถา ภาษิตของพระอุสภเถระ (พระอุสภเถระเมื่อจะพยากรณ์พระอรหัต จึงได้กล่าว ๒ คาถาไว้ดังนี้ว่า)
เราฝันว่าได้ห่มจีวรสีใบมะม่วงอ่อนเฉวียงบ่า นั่งบนคอช้าง เข้าไปบิณฑบาตยังหมู่บ้าน
ลงจากคอช้างแล้ว ได้ความสลดใจ ครั้งนั้น เรานั้นมีความสว่าง ได้ความสลดใจ ถึงความสิ้นอาสวะแล้ว @เชิงอรรถ : @ องค์แห่งผู้ถือการอยู่ที่แจ้งเป็นวัตร (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๙๔/๔๘๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๖๖}