๑. มหากัจจายนเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๘. อัฏฐกนิบาต] ๑. มหากัจจายนเถรคาถา ๘. อัฏฐกนิบาต ๑. มหากัจจายนเถรคาถา ภาษิตของพระมหากัจจายนเถระ (พระมหากัจจายนเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
ภิกษุไม่พึงทำงานก่อสร้างให้มาก พึงเว้นห่างหมู่ชน ไม่พึงขวนขวายเพื่อประจบสกุล ภิกษุผู้ขวนขวายนั้นชื่อว่าติดในรส ย่อมละทิ้งประโยชน์ที่จะนำความสุขมาให้
ด้วยว่านักปราชญ์มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ได้กล่าวการไหว้และการบูชาในตระกูลทั้งหลายว่า เป็นเปือกตม เป็นลูกศรอันแหลมคมซึ่งถอนขึ้นได้ยาก เป็นสักการะที่คนชั่วละได้ยาก
ภิกษุไม่พึงแนะนำให้คนอื่นกระทำกรรมชั่ว และไม่พึงส้องเสพกรรมชั่วนั้นเสียเอง เพราะสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
คนเราจะเป็นโจรเพราะคำพูดของผู้อื่นก็หาไม่ จะเป็นมุนีเพราะคำพูดของผู้อื่นก็หาไม่ และบุคคลรู้จักตนเองว่าเป็นอย่างไร แม้เทพทั้งหลายก็รู้จักเขาว่าเป็นอย่างนั้น @เชิงอรรถ : @ ไม่พึงเริ่มงานก่อสร้างใหม่ ที่ใหญ่ เช่นการสร้างวัดใหม่เป็นต้น ซึ่งขัดต่อการบำเพ็ญสมณธรรม แต่งาน @ปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ทรุดโทรม ซึ่งใช้ความพยายามเล็กน้อย ควรทำแท้ เพื่อปฏิบัติบูชาพระดำรัสของ @พระศาสดา (ขุ.เถร.อ. ๒/๔๙๔/๑๖๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๒๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๘. อัฏฐกนิบาต] ๒. สิริมิตตเถรคาถา
พวกอื่นย่อมไม่รู้ว่า พวกเราย่อยยับอยู่ในโลกนี้ บรรดาชนเหล่านั้น ชนเหล่าใดรู้แจ้งอยู่ ความทะเลาะวิวาทกันย่อมระงับได้จากสำนักของคนเหล่านั้น
ผู้มีปัญญาถึงจะสิ้นทรัพย์ ก็เป็นอยู่ได้ ส่วนคนมีทรัพย์ แต่ไม่มีปัญญา ก็เป็นอยู่ไม่ได้
บุคคลย่อมได้ยินเสียงทุกอย่างด้วยหู ย่อมเห็นรูปทุกอย่างด้วยตา ส่วนนักปราชญ์ไม่พึงละทิ้งทุกอย่างที่ได้เห็น ที่ได้ยิน
ผู้เป็นปราชญ์นั้นถึงมีตาดี ก็พึงทำเป็นเหมือนคนตาบอด ถึงมีหูดี ก็พึงทำเป็นเหมือนคนหูหนวก ถึงมีปัญญา ก็พึงทำเป็นเหมือนคนใบ้ ถึงมีกำลัง ก็พึงทำเป็นเหมือนคนอ่อนแอ ครั้นเมื่อประโยชน์เกิดขึ้นแล้ว ถึงจะนอนในเวลาใกล้จะตาย ก็ยังทำประโยชน์ให้สำเร็จได้