ภูตเถรคาถา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา เถรคาถา นวกนิบาต ๑. ภูตเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระภูตเถระ
เถรคาถาย นวกนิปาโต
เมื่อใด บัณฑิตกำหนดรู้ทุกข์ในเบญจขันธ์ที่ปุถุชนทั้งหลายไม่รู้แจ้งว่า ความแก่และความตายนี้เป็นทุกข์ แล้วจมอยู่ เป็นผู้มีสติเพ่งพินิจอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ประสบความยินดีในเบญจขันธ์นั้น ยิ่งไปกว่าความยินดี ในวิปัสสนาและในมรรคผล เมื่อใด บัณฑิตละตัณหาอันนำทุกข์มา ให้ซ่านไปในอารมณ์ต่างๆ นำมาซึ่งทุกข์อันเกิดเพราะความต่อเนื่อง แห่งธรรม เป็นเครื่องเนิ่นช้า เป็นผู้มีสติเพ่งพินิจอยู่ เมื่อนั้น ย่อม ไม่ประสบความยินดียิ่งไปกว่าการพิจารณาธรรมนั้น เมื่อใด บัณฑิตถูกต้อง ทางอันสูงสุดเป็นทางปลอดโปร่ง ให้ถึงองค์ ๒ และองค์ ๔ เป็นที่ชำระ กิเลสทั้งปวง ด้วยปัญญา มีสติเพ่งพินิจอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ประสบ ความยินดียิ่งไปกว่าการเพ่งพินิจพิจารณานั้น เมื่อใด บัณฑิตเจริญ สันตบทอันไม่ทำให้เศร้าโศก ปราศจากธุลีอันปัจจัยอะไรๆ ปรุงแต่ง ไม่ได้ ให้หมดจดจากกิเลสทั้งปวง เป็นเครื่องตัดกิเลสเครื่องผูกพัน คือสังโยชน์ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ประสบความยินดียิ่งไปกว่าการเจริญ สันตบทนั้น เมื่อใด กลอง คือ เมฆอันเกลื่อนกล่นด้วยสายฝน ย่อม คำรนร้องอยู่ในนภากาศ อันเป็นทางไปแห่งฝูงนกอยู่โดยรอบ และภิกษุ ไปเพ่งพิจารณาธรรมอยู่ที่เงื้อมเขา เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ประสบความยินดี อย่างอื่น ยิ่งไปกว่าการเพ่งธรรมนั้น เมื่อใด บัณฑิตมีจิตเบิกบาน นั่งเพ่ง พิจารณาธรรมอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำทั้งหลาย อันดารดาษไปด้วยดอกโกสุม และดอกมะลิที่เกิดในป่า อันวิจิตรงดงาม ย่อมไม่ได้ประสบ ความยินดีอย่างอื่น ยิ่งไปกว่าการนั่งเพ่งพิจารณาธรรมนั้น เมื่อใด มีฝนฟ้าร้องในเวลาราตรี ฝูงสัตว์ที่มีเขี้ยว ก็พากันยินดีอยู่ใน ป่าใหญ่ และภิกษุไปเพ่งพิจารณาธรรมอยู่ที่เงื้อมเขา เมื่อนั้น ย่อม ไม่ประสบความยินดีอย่างอื่น ยิ่งไปกว่าการพิจารณาธรรมนั้น เมื่อใด ภิกษุกำจัดวิตกทั้งหลายของตน เข้าไปสู่ถ้ำภายในภูเขา ปราศจาก ความกระวนกระวายใจ ปราศจากกิเลสอันตรึงใจ เพ่งพิจารณาธรรมอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ประสบความยินดีอย่างอื่น ยิ่งไปกว่าการพิจารณา ธรรมนั้น เมื่อใด ภิกษุมีความสุข ยังมลทินกิเลสอันตรึงจิตและความ โศกให้พินาศ ไม่มีกลอนประตู คือ อวิชชา ไม่มีป่า คือ ตัณหา ปราศจากลูกศร คือ กิเลส เป็นผู้ทำอาสวะทั้งปวงให้สิ้นไป เพ่งพิจารณา ธรรมอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ประสบความยินดีอย่างอื่น ยิ่งไปกว่าการ เพ่งพิจารณาธรรมนั้น. ----------------------------------------------------- พระภูตเถระผู้เห็นธรรมโดยถ่องแท้ เป็นผู้เดียวดุจนอแรด ได้ ภาษิตคาถา ๙ คาถานี้ไว้ในนวกนิบาต ฉะนี้แล. จบ นวกนิบาต. -----------------------------------------------------
|๓๖๙.๕๑๘| ๑ ยถา ทุกฺขํ ชรามรณนฺติ ปณฺฑิโต อวิทฺทสู ยตฺถ สิตา ปุถุชฺชนา ทุกฺขํ ปริญฺญาย สโตว ฌายติ ตโต รตึ ปรมตรํ น วินฺทติ ฯ |๓๖๙.๕๑๙| ยทา ทุกฺขสฺสาวหนึ วิสตฺติกํ ปปญฺจสงฺฆาฏทุกฺขาธิวาหนึ ตณฺหํ ปหตฺวาน สโตว ฌายติ ตโต รตึ ปรมตรํ น วินฺทติ ฯ |๓๖๙.๕๒๐| ยทา สิวํ เทฺวจตุรงฺคคามินํ มคฺคุตฺตมํ สพฺพกิเลสโสธนํ ปญฺญาย ผุสิตฺวา สโตว ฌายติ ตโต รตึ ปรมตรํ น วินฺทติ ฯ |๓๖๙.๕๒๑| ยทา อโสกํ วิรชํ อสงฺขตํ สนฺตํ ปทํ สพฺพกิเลสโสธนํ ภาเวติ สญฺโญชนพนฺธนจฺฉิทํ ตโต รตึ ปรมตรํ น วินฺทติ ฯ |๓๖๙.๕๒๒| ยทา นเภ คชฺชติ เมฆทุนฺทุภิ ธารากุลา วิหงฺคปเถ สมนฺตโต ภิกฺขุ จ ปพฺภารคโตว ฌายติ ตโต รตึ ปรมตรํ น วินฺทติ ฯ |๓๖๙.๕๒๓| ยทา นทีนํ กุสุมากุลานํ วิจิตฺตวาเนยฺยวฏํสกานํ ตีเร นิสินฺโน สุมโนว ฌายติ ตโต รตึ ปรมตรํ น วินฺทติ ฯ |๓๖๙.๕๒๔| ยทา นิสีเว รหิตมฺหิ กานเน เทเว คฬนฺตมฺหิ นทนฺติ ทาฐิโน ภิกฺขุ จ ปพฺภารคโตว ฌายติ ตโต รตึ ปรมตรํ น วินฺทติ ฯ |๓๖๙.๕๒๕| ยทา วิตกฺเก อุปรุนฺธิยตฺตโน นคนฺตเร นควิวรํ สมสฺสิโต วีตทฺทโร วิคตขิโลว ฌายติ ตโต รตึ ปรมตรํ น วินฺทติ ฯ |๓๖๙.๕๒๖| ยทา สุขี มลขิลโสกนาสโน นิรคฺคโล นิพฺพนโถ วิสลฺโล สพฺพาสเว พฺยนฺติกโตว ฌายติ ตโต รตึ ปรมตรํ น วินฺทตีติ ฯ ภูโต เถโร ฯ อุทฺทานํ ภูโต ตถทฺทโส เถโร เอโก ขคฺควิสาณวา นวกมฺหิ นิปาตมฺหิ คาถาโยปิ อิมา นวาติ ฯ นวกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ --------------