๘. มัลลิกาวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๘. มัลลิกาวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงชื่อมัลลิกา (พระนารทเถระถามมัลลิกาเทพธิดาว่า)
เทพธิดา ผู้มีพัสตราภรณ์และธงล้วนแต่สีเหลือง ประดับประดาด้วยเครื่องประดับสีเหลืองเจิดจ้า เธอถึงจะไม่ประดับด้วยผ้าห่มสีเหลืองอร่ามงามเช่นนี้ก็ยังงาม
เทพธิดา ผู้สวมเกยูรทอง ประดับอุบะทอง คลุมเรือนร่างด้วยข่ายทอง เธอผู้สวมศีรษะด้วยพวงมาลัยแก้วนานาชนิดเป็นใครกัน
มาลัยแก้วเหล่านั้นล้วนสำเร็จด้วยทองคำธรรมชาติ ด้วยแก้วทับทิม แก้วมุกดา แก้วไพฑูรย์ บางพวงก็ล้วนแล้วด้วยแก้วลาย บ้างก็สำเร็จด้วยแก้วมณีกับแก้วลายแดงคล้ายสีเลือด บ้างก็สำเร็จด้วยแก้วแดงอันสดใสคล้ายสีตานกพิราบ
บรรดามาลัยเหล่านั้น บางพวงส่งเสียงไพเราะเหมือนเสียงนกยูง บางพวงส่งเสียงไพเราะเหมือนเสียงพญาหงส์ทอง บางพวงส่งเสียงไพเราะเหมือนเสียงนกการเวก เสียงมาลัยเหล่านั้นไพเราะชวนฟัง คล้ายเสียงดนตรีเครื่องห้า ที่คนธรรพ์ผู้ฉลาดพากันบรรเลงก็ปานกัน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๗๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๓. ปาริจฉัตตวรรค ๙. วิสาลักขิวิมาน
อนึ่ง รถของเธอก็งดงามมาก มีส่วนประกอบวิจิตรบรรจงไป ด้วยรัตนชาติต่างๆ ซึ่งบุญกรรมจัดสรรมาให้เบ็ดเสร็จงดงามด้วย เครื่องประกอบหลากหลาย
ยามเธออยู่บนรถสีสุกปลั่งดั่งทองคำนั้น ภูมิประเทศนี้ก็สว่างไสวไปทั่วถึงกัน เทพธิดา อาตมาถามแล้ว ขอเธอจงบอกเถิดว่า นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า (มัลลิกาเทพธิดาตอบว่า)
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่าโคดม ผู้ทรงมีพระกรุณาหาประมาณมิได้ เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ดิฉันมีจิตเลื่อมใส ได้ใช้ข่ายทองวิจิตรบรรจงไปด้วยแก้วมณี ทองคำ และแก้วมุกดา ซึ่งดาดด้วยข่ายทองคำ ห่มคลุมพุทธสรีระ
ครั้นดิฉันทำกุศลกรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญแล้วนั้น จึงสร่างโศก หมดโรคภัย มีความสุข รื่นเริงบันเทิงใจอยู่เป็นนิตย์ มัลลิกาวิมานที่ ๘ จบ