๑. สังกิจจเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๑. เอกาทสกนิบาต] ๑. สังกิจจเถรคาถา ๑๑. เอกาทสกนิบาต ๑. สังกิจจเถรคาถา ภาษิตของพระสังกิจจเถระ (อุบาสกคนหนึ่งต้องการบำรุงสังกิจจสามเณร จึงนิมนต์สามเณรให้อยู่ที่ใกล้ ด้วยคาถาว่า)
พ่อสามเณร ป่าจะมีประโยชน์อะไรสำหรับท่าน ในฤดูฝน ภูเขาชื่ออุชชุหานะนั่นเองไม่เป็นที่สบาย ลมหัวด้วนก็พัดมาประจำ ท่านจะพึงพอใจหรือ เพราะความสงัดเป็นที่ต้องการของผู้เจริญฌาน (พระสังกิจจเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
ในฤดูฝน ลมหัวด้วน ย่อมพัดพาเมฆหมอกไปได้ฉันใด สัญญาที่ประกอบด้วยวิเวกก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมดึงจิตของอาตมาไปสู่ที่วิเวก
กายคตาสติกรรมฐานที่ประกอบด้วยความคลายกำหนัด ในร่างกาย เกิดขึ้นแก่อาตมาทันที เหมือนกาดำเกิดจากฟองไข่ เที่ยวอาศัยอยู่ในป่าช้า
ภิกษุผู้ไม่มีคนอื่นคอยดูแลรักษา และไม่คอยดูแลรักษาคนอื่น นั้นแล ไม่มีความเยื่อใยในกามทั้งหลาย ย่อมอยู่เป็นสุข
ภูเขาศิลาอันกว้างใหญ่ไพศาล มีน้ำไหลใสสะอาด มีฝูงค่างและฝูงเนื้อฟานคลาคล่ำ ดารดาษไปด้วยน้ำและสาหร่ายเหล่านั้น ย่อมทำให้อาตมารื่นรมย์ใจยิ่งนัก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๔๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๑. เอกาทสกนิบาต] รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาต
ในเสนาสนะที่สงัดคือป่า ซอกเขา และถ้ำ ที่สัตว์ร้ายอาศัยอยู่ อาตมาเคยอยู่มาแล้ว
อาตมาไม่เคยดำริถึงสิ่งที่ไม่ดี ประกอบด้วยโทษเลยว่า ขอสัตว์เหล่านี้จงถูกเบียดเบียน จงถูกฆ่า จงประสบทุกข์
อาตมาได้ปรนนิบัติพระศาสดา ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ปลงภาระที่หนักเสียได้ ถอนตัณหาที่นำไปสู่ภพได้ขาดแล้ว
อาตมาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นอันเป็นที่สิ้นไปแห่งสังโยชน์ทั้งปวง อาตมาก็ได้บรรลุแล้ว
อาตมาไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอยู่ แต่อาตมารอคอยเวลาอยู่ เหมือนลูกจ้างทำการงานคอยค่าจ้าง
อาตมาไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอยู่ แต่อาตมามีสติสัมปชัญญะอยู่เฉพาะหน้า คอยเวลาอันควร เอกาทสกนิบาต จบ รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาตนี้ คือ รวมพระสังกิจจเถระผู้ทำกิจเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะรูปเดียวเท่านั้น และในเอกาทสกนิบาต มี ๑๑ คาถา ฉะนี้แล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๔๔}