๑. อธิมุตตเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๖. วีสตินิบาต] ๑. อธิมุตตเถรคาถา ๑๖. วีสตินิบาต ๑. อธิมุตตเถรคาถา ภาษิตของพระอธิมุตตเถระ (หัวหน้าโจร เมื่อจะสรรเสริญพระเถระ ได้กล่าว ๒ ภาษิตเหล่านี้ว่า)
เมื่อก่อน เหล่าสัตว์ที่พวกเราฆ่าเพื่อบูชายัญหรือเพื่อทรัพย์ ย่อมเกิดความกลัวทั้งนั้น ย่อมพากันหวาดหวั่นและบ่นเพ้อรำพัน
ท่านนั้นไม่มีความกลัว สีหน้าผ่องใสยิ่งนัก เพราะเหตุไร ท่านจึงไม่คร่ำครวญ ในเมื่อเกิดภัยใหญ่เช่นนี้ (พระเถระ เมื่อจะแสดงธรรมโปรดหัวหน้าโจร จึงได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
ท่านหัวหน้า สำหรับผู้ที่ไม่เยื่อใยในชีวิตย่อมไม่มีทุกข์ทางใจ ภัยทุกอย่างผู้ที่สิ้นสังโยชน์ล่วงพ้นภัยทุกอย่างได้แล้ว
เมื่อสิ้นตัณหาที่นำไปสู่ภพก็ย่อมไม่มีความกลัวตายโดยประการ ใดประการหนึ่งในปัจจุบันนั้น เหมือนคนที่ไม่กลัวความหนัก ในเมื่อ วางของหนักลงแล้ว
พรหมจรรย์อาตมาประพฤติดีแล้ว และแม้มรรคอาตมาก็อบรมดีแล้ว อาตมาจึงไม่มีความกลัวตาย เหมือนคนไม่กลัวโรคในเมื่อหายโรค
พรหมจรรย์อาตมาประพฤติดีแล้ว และแม้มรรคอาตมาก็อบรมดีแล้ว อาตมาได้เห็นภพว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่ายินดี เหมือนคนดื่มยาพิษแล้วสำรอกออกมา
ผู้ที่ถึงฝั่ง ไม่ยึดมั่น เสร็จกิจ หมดอาสวะ ย่อมพอใจเพราะความสิ้นอายุ เหมือนผู้ร้ายพ้นจากการถูกประหารชีวิต ก็ร่าเริงยินดีอยู่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๖๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๖. วีสตินิบาต] ๑. อธิมุตตเถรคาถา
ผู้บรรลุสภาวธรรมชั้นสูงสุด ไม่มีความเยื่อใยในโลกทั้งมวล เมื่อจะตายก็ไม่เศร้าโศก เหมือนคนที่พ้นจากเรือนที่ถูกไฟไหม้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ตรัสว่า ความเกี่ยวข้องกันอย่างใดอย่างหนึ่งก็ดี ภพที่ได้ในหมู่สัตว์ก็ดี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ตรัสว่า สิ่งนี้ทั้งหมดไม่มีอิสระ
พระอริยสาวกผู้รู้แจ้งภพ ๓ นั้นตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้แล้ว ไม่ยึดภพไรๆ เหมือนคนไม่จับก้อนเหล็กแดงลุกโชน
อาตมาไม่มีความคิดว่า เราได้เป็น เราจะเป็น เราจักไม่เป็นเช่นนี้อีก สังขารทั้งหลายจักดับไป อาตมาจะคร่ำครวญถึงสังขารนั้นไปทำไม
ท่านหัวหน้า สำหรับผู้พิจารณาเห็นความเกิดขึ้นแห่งธรรม ล้วนๆ ความสืบเนื่องแห่งสังขารล้วนๆ ตามที่เป็นจริง ย่อมไม่มีความกลัว
เมื่อใด บุคคลพิจารณาเห็นโลกว่า เสมอด้วยหญ้าและไม้ด้วยปัญญา เมื่อนั้น เขาซึ่งไม่ยึดถือว่าเป็นของเรา ย่อมไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี
อาตมาเบื่อหน่ายร่างกาย ไม่ต้องการภพ กายนี้จะแตก และจะไม่มีกายอื่นอีก
หากพวกท่านปรารถนาจะทำกิจใดด้วยร่างกาย ขอเชิญทำกิจนั้นได้ตามความปรารถนาเถิด ในการทำหรือไม่ทำนั้น อาตมาจะไม่มีทั้งความเคียดแค้นและพอใจ เพราะการทำนั้นเป็นเหตุ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๖๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๖. วีสตินิบาต] ๑. อธิมุตตเถรคาถา
พวกโจรฟังคำของพระอธิมุตตเถระนั้นซึ่งน่าอัศจรรย์ ทำให้ขนชูชันนั้นแล้ว วางศัสตราวุธแล้ว ได้กล่าวเนื้อความนี้ว่า
ท่านผู้เจริญ ท่านไม่มีความเศร้าโศกนี้ เพราะท่านทำกรรมอะไรไว้ หรือใครเป็นอาจารย์ของท่าน หรือเพราะอาศัยคำสอนของใคร พระอธิมุตตเถระ (ได้ฟังดังนั้นแล้ว เมื่อจะให้คำตอบ จึงได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
พระศาสดาผู้เป็นสัพพัญญู ทรงรู้เห็นธรรมทั้งปวง ทรงชนะหมู่มาร มีพระกรุณาอย่างใหญ่หลวง ทรงเยียวยารักษาสัตว์โลกทั้งมวล เป็นอาจารย์ของอาตมา
พระองค์ได้ทรงแสดงธรรม ที่ให้ถึงความสิ้นอาสวะอย่างยอดเยี่ยมนี้ไว้ เพราะอาศัยคำสั่งสอนของพระองค์ อาตมาจึงได้ความไม่เศร้าโศกนี้แล
พวกโจรฟังคำสุภาษิตของพระอธิมุตตเถระผู้เป็นฤๅษี จึงพากันวางศัสตราและอาวุธ บางพวกก็ได้งดเว้นกรรมนั้น และบางพวกก็ได้ขอบวช
พวกเขา ครั้นบวชในพระศาสนาของพระสุคต เจริญโพชฌงค์ ๗ และพละ ๕ แล้ว เป็นบัณฑิต มีจิตเบิกบาน ยินดี อบรมอินทรีย์แล้ว ได้บรรลุสันตบทคือนิพพาน อันไม่มีปัจจัยอะไรๆ ปรุงแต่ง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๖๒}