คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๖. เสลเถรคาถา

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๓๙๐พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา๑ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๖. เสลเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระเสลเถระ

๓๙๐

พระเสลเถระเมื่อครั้งยังเป็นพราหมณ์ได้กล่าวชมเชยพระผู้มีพระภาคด้วยคาถา ๖ คาถา ความว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระองค์ผู้ทรงมีพระวิริยภาพ มีพระสรีระกาย สมบูรณ์ มีพระรัศมีงดงามชวนให้น่าดูยิ่งนัก พระฉวีวรรณก็เปล่งปลั่ง ดังทองคำ พระเขี้ยวแก้วทั้งซ้ายขวาก็สุกใส ด้วยว่าลักษณะแห่งมหาบุรุษ เหล่าใด ย่อมมีปรากฏแก่พระอริยเจ้า หรือพระบรมจักรพรรดิ ผู้เป็น นระเกิดแล้วโดยชอบ ลักษณะแห่งมหาบุรุษเหล่านั้น ย่อมมีปรากฏใน พระกายของพระองค์ครบทุกสิ่ง พระองค์มีดวงพระเนตรแจ่มใส พระ พักตร์ผุดผ่อง พระวรกายทั้งสูงทั้งกว้างและตั้งตรง มีพระเดชรุ่งโรจน์ อยู่ในท่ามกลางแห่งหมู่พระสมณะ ปานดังดวงอาทิตย์ฉะนั้น พระองค์ ทรงเป็นภิกษุที่มีคุณสมบัติงดงามน่าชม มีพระฉวีวรรณผุดผ่องงดงามดัง ทองคำ พระองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยพระวรรณะและพระลักษณะอันอุดมถึง อย่างนี้ จะมัวมาเป็นสมณะอยู่ทำไมกัน พระองค์ควรจะเป็นพระราชา หรือไม่ก็จักรพรรดิราชันย์ผู้ประเสริฐ ทรงปราบปรามไพรีชนะแล้วเสด็จ ผ่านพิภพ เป็นบรมเอกราชในสากลชมพูทวีป มีสมุทรสาครสี่เป็นขอบ เขต ข้าแต่พระโคดม ขอเชิญพระองค์เสด็จขึ้นผ่านราชสมบัติ เป็นองค์ ราชาธิราชจอมมนุษย์นิกรทั้งหลาย ตามพระราชประเพณีของกษัตราธิราช โดยพระชาติที่ได้เสวยราชย์ อันมีหมู่เสวกามาตย์โดยเสด็จตามพระองค์ มาเถิด. พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรเสลพราหมณ์ เราเป็นพระราชาอยู่แล้ว คือ เป็นธรรมราชายอด เยี่ยม เรายังจักรอันใครๆ ให้เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปโดยธรรม. เสลพราหมณ์ได้กราบทูลด้วยคาถา ๒ คาถาว่า ข้าแต่พระโคดม พระองค์ทรงปฏิญาณว่า เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นธรรมราชาผู้ยอดเยี่ยม ทั้งยังได้ตรัสยืนยันว่า จะทรงยังจักรให้เป็น ไปโดยธรรม ใครหนอเป็นเสนาบดีของพระองค์ เป็นสาวกผู้ประพฤติ ตามพระองค์ผู้เป็นศาสดา ใครจะประกาศธรรมจักรที่พระองค์ทรงประกาศ แล้วให้เป็นไปตามได้. พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรเสลพราหมณ์ สารีบุตรผู้อนุชาตบุตรของตถาคต จะประกาศธรรม- จักรอันยอดเยี่ยมที่เราประกาศแล้ว ดูกรพราหมณ์ เรารู้ยิ่งซึ่งธรรมที่ควรรู้ ยิ่งแล้ว เจริญธรรมที่ควรเจริญแล้ว ละธรรมที่ควรละแล้ว เหตุนั้น เราจึงเป็นพระพุทธเจ้า ดูกรพราหมณ์ ท่านจงนำความเคลือบแคลงในเรา ออกเสีย จงน้อมใจเชื่อเถิด เพราะการเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเนืองๆ ที่ปรากฏขึ้นในโลก เป็นการหาได้ยาก ดูกรพราหมณ์ เราเป็นพระพุทธเจ้า เป็นหมอผ่าตัดลูกศร คือ กิเลสชั้นเยี่ยม เราเป็นผู้ประเสริฐดังพรหม ไม่มีผู้เสมอเหมือน เป็นผู้ย่ำยีมารและเสนามาร ทำให้หมู่สัตว์ผู้มิใช่ มิตรทุกๆ จำพวกไว้ในอำนาจได้ เป็นผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ เบิกบานอยู่. เสลพราหมณ์กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอเชิญพระองค์ทรงสดับคำของข้าพระองค์นี้ก่อน พระตถาคตผู้มีพระจักษุเป็นแพทย์ผ่าตัดลูกศร ทรงมีความเพียรยิ่งใหญ่ ได้ตรัสพระวาจาเหมือนราชสีห์บันลือสีหนาทในป่า ใครได้เห็นพระองค์ ผู้ประเสริฐดังพรหม ไม่มีใครเสมอเหมือน ทรงย่ำยีมารและเสนามาร ได้แล้ว จะไม่พึงเลื่อมใสเล่า แม้คนที่เกิดในเหล่ากอคนดำ ก็ย่อม เลื่อมใส ผู้ใดปรารถนาจะตามฉันมา ก็เชิญตามมา หรือไม่ปรารถนา ก็จงกลับไปเถิด แต่ตัวฉันจะบวชในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้มีพระปัญญา อย่างประเสริฐนี้ละ. พอเสลพราหมณ์ผู้อาจารย์พูดจบลง ทันใดนั้นเอง มาณพอันเตวาสิก ๓๐๐ คนเป็นผู้ มุ่งจะบวชเหมือนกัน จึงกล่าวคาถาว่า ถ้าท่านอาจารย์ชอบใจคำสอน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ แม้ข้าพเจ้า ทั้งหลายก็จะพากันบวชในสำนักของพระพุทธเจ้า ผู้มีพระปัญญาอย่าง ประเสริฐ. เสลพราหมณ์กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พราหมณ์ ๓๐๐ คนนี้ พากันประนมอัญชลีทูลขอ บรรพชาว่า ข้าพระองค์ทั้งหลายจักประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระ องค์ พระเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ท่านทั้งหลายจงเป็นภิกษุมาเถิด พรหมจรรย์เรากล่าวดีแล้ว อันผู้บรรลุจะ พึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล เพราะการบวชในศาสนานี้ ไม่ไร้ผล แก่บุคคลผู้ไม่ประมาทศึกษาอยู่. ครั้นพระเสลเถระได้บรรลุอรหัตแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค เมื่อจะประกาศ อรหัตผลที่ตนได้บรรลุ จึงกล่าวคาถา ๔ คาถา ความว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้มีพระจักษุ นับแต่วันที่ข้าพระองค์ทั้งหลายถึง สรณคมน์ล่วงไปแล้วได้ ๗ วัน ครบ ๘ วันเข้าวันนี้ ข้าพระองค์ทั้งหลาย เป็นผู้มีอินทรีย์อันฝึกแล้ว ในศาสนาของพระองค์ พระองค์เป็นผู้ตื่น แล้วและยังทรงปลุกผู้อื่นให้ตื่นได้อีกด้วย พระองค์เป็นครูผู้สั่งสอนแก่ ทวยเทพแลมนุษย์ทั้งหลาย เป็นจอมปราชญ์ ทรงครอบงำมารและ เสนามาร ทรงตัดอนุสัยได้แล้ว ทรงข้ามห้วงแห่งสังสารวัฏได้แล้ว ทรง ยังหมู่สัตว์นี้ให้ข้ามห้วงแห่งสังสารวัฏได้ด้วย ทรงก้าวล่วงอุปธิได้แล้ว ทรงทำลายอาสวะทั้งหลายได้แล้ว ทรงเป็นผู้ไม่มีความยึดมั่น ทรงละ ความขลาดกลัวต่อภัยได้แล้ว เหมือนสีหราชผู้ไม่ครั่นคร้ามต่อหมู่เนื้อ ฉะนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้แกล้วกล้า ภิกษุ ๓๐๐ รูปเหล่านี้ พากันมายืน ประนมอัญชลีอยู่พร้อมหน้า ขอพระองค์โปรดทรงเหยียดฝ่าพระบาททั้ง สองมาเถิด ภิกษุผู้ประเสริฐทั้งหลายจะขอถวายบังคมพระองค์ผู้เป็น ศาสดา.

|๓๙๐.๘๑๘| ๖ ปริปุณฺณกาโย สุรุจิ สุชาโต จารุทสฺสโน สุวณฺณวณฺโณสิ ภควา สุสุกฺกทาโฐสิ วิริยวา ฯ |๓๙๐.๘๑๙| นรสฺส หิ สุชาตสฺส เย ภวนฺติ วิยญฺชนา สพฺเพ เต ตว กายสฺมึ มหาปุริสลกฺขณา ฯ |๓๙๐.๘๒๐| ปสนฺนเนตฺโต สุมุโข พฺรหา อุชุ ปตาปวา มชฺเฌ สมณสงฺฆสฺส อาทิจฺโจว วิโรจสิ ฯ |๓๙๐.๘๒๑| กลฺยาณทสฺสโน ภิกฺขุ กญฺจนสนฺนิภตฺตโจ กึ เต สมณภาเวน เอวํ อุตฺตมวณฺณิโน ฯ |๓๙๐.๘๒๒| ราชา อรหสิ ภวิตุํ จกฺกวตฺติ รเถสโภ จาตุรนฺโต วิชิตาวี ชมฺพุสณฺฑสฺส อิสฺสโร ฯ |๓๙๐.๘๒๓| ขตฺติยา โภชราชาโน อนุยนฺตา ภวนฺติ เต ราชาภิราชา มนุชินฺโท รชฺชํ กาเรหิ โคตม ฯ |๓๙๐.๘๒๔| ราชาหมสฺมิ เสลาติ (ภควา) ธมฺมราชา อนุตฺตโร ธมฺเมน จกฺกํ วตฺเตมิ จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติยํ ฯ |๓๙๐.๘๒๕| สมฺพุทฺโธ ปฏิชานาสิ (อิติ เสโล พฺราหฺมโณ) ธมฺมราชา อนุตฺตโร ธมฺเมน จกฺกํ วตฺเตมิ อิติ ภาสสิ โคตม ฯ |๓๙๐.๘๒๖| โก นุ เสนาปติ โภโต สาวโก สตฺถุรนฺวโย โก อิมํ อนุวตฺเตติ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ ฯ |๓๙๐.๘๒๗| มยา ปวตฺติตํ จกฺกํ (เสลาติ ภควา) ธมฺมจกฺกมนุตฺตรํ สารีปุตฺโตนุวตฺเตติ อนุชาโต ตถาคตํ ฯ |๓๙๐.๘๒๘| อภิญฺเญยฺยํ อภิญฺญาตํ ภาเวตพฺพญฺจ ภาวิตํ ปหาตพฺพํ ปหีนํ เม ตสฺมา พุทฺโธสฺมิ พฺราหฺมณ ฯ |๓๙๐.๘๒๙| วินยสฺสุ มยิ กงฺขํ อธิมุจฺจสฺสุ พฺราหฺมณ ทุลฺลภํ ทสฺสนํ โหติ สมฺพุทฺธานํ อภิณฺหโส ฯ |๓๙๐.๘๓๐| เยสํ เว ทุลฺลโภ โลเก ปาตุภาโว อภิณฺหโส โสหํ พฺราหฺมณ พุทฺโธสฺมิ สลฺลกตฺโต อนุตฺตโร ฯ |๓๙๐.๘๓๑| พฺรหฺมภูโต อติตุโล มารเสนปฺปมทฺทโน สพฺพามิตฺเต วสีกตฺวา โมทามิ อกุโตภโย ฯ |๓๙๐.๘๓๒| อิทํ โภนฺโต นิสาเมถ ยถา ภาสติ จกฺขุมา สลฺลกตฺโต มหาวีโร สีโหว นทตี วเน ฯ |๓๙๐.๘๓๓| พฺรหฺมภูตํ อติตุลํ มารเสนปฺปมทฺทนํ โก ทิสฺวา นปฺปสีเทยฺย อปิ กณฺหาภิชาติโก ฯ |๓๙๐.๘๓๔| โย มํ อิจฺฉติ อเนฺวตุ โย วา นิจฺฉติ คจฺฉตุ อิธาหํ ปพฺพชิสฺสามิ วรปญฺญสฺส สนฺติเก ฯ |๓๙๐.๘๓๕| เอตญฺเจ รุจฺจตี โภโต สมฺมาสมฺพุทฺธสาสนํ มยมฺปิ ปพฺพชิสฺสาม วรปญฺญสฺส สนฺติเก ฯ |๓๙๐.๘๓๖| พฺราหฺมณา ติสตา อิเม ยาจนฺติ ปญฺชลีกตา พฺรหฺมจริยํ จริสฺสาม ภควา ตว สนฺติเก ฯ |๓๙๐.๘๓๗| สฺวากฺขาตํ พฺรหฺมจริยํ (เสลาติ ภควา) สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ ยตฺถ อโมฆา ปพฺพชฺชา อปฺปมตฺตสฺส สิกฺขโต ฯ |๓๙๐.๘๓๘| ยนฺตํ สรณมาคมฺม อิโต อฏฺฐมิ จกฺขุม สตฺตรตฺเตน ภควา ทนฺตมฺห ตว สาสเน ฯ |๓๙๐.๘๓๙| ตุวํ พุทฺโธ ตุวํ สตฺถา ตุวํ มาราภิภู มุนิ ตุวํ อนุสเย เฉตฺวา ติณฺโณ ตาเรสิมํ ปชํ ฯ |๓๙๐.๘๔๐| อุปธี เต สมติกฺกนฺตา อาสวา เต ปทาลิตา สีโหว อนุปาทาโน ปหีนภยเภรโว ฯ |๓๙๐.๘๔๑| ภิกฺขโว ติสตา อิเม ติฏฺฐนฺตี ปญฺชลีกตา ปาเท วีร ปสาเรหิ นาคา วนฺทนฺตุ สตฺถุโนติ ฯ เสโล เถโร ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๖. เสลเถรคาถา