คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๘. องคุลิมาลเถรคาถา

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๓๙๒พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา๑ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๘. องคุลิมาลเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระองคุลิมาลเถระ

๓๙๒

พระองคุลิมาลเถระ สมัยเมื่อยังเป็นโจร ได้กล่าวคาถากราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ดูกรสมณะ ท่านสิกำลังเดินอยู่ กลับกล่าวว่า เราหยุดแล้ว ส่วน ข้าพเจ้าหยุดแล้ว ท่านกลับกล่าวว่าไม่หยุด ดูกรสมณะ ข้าพเจ้าขอถาม ความข้อนี้กะท่าน ท่านกำลังเดินอยู่เพราะเหตุไร ท่านจึงกล่าวว่าหยุดแล้ว ข้าพเจ้าสิหยุดแล้ว ท่านกลับกล่าวว่าไม่หยุด? พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรองคุลิมาล เราวางอาชญาในสัตว์ทั้งปวงแล้ว ส่วนท่านสิยังไม่สำรวม ในสัตว์ทั้งหลาย ฉะนั้น เราจึงชื่อว่าหยุดแล้ว ส่วนท่านชื่อว่ายังไม่หยุด. องคุลิมาลโจรกราบทูลว่า พระองค์เป็นสมณะที่ชาวโลกกับทั้งเทวโลกบูชาด้วยเครื่องบูชามากมาย ผู้ ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เพิ่งจะเสด็จมาถึงป่าใหญ่เพื่อโปรดข้าพระองค์ โดยกาลนานหนอ ข้าพระองค์ได้สดับพระคาถา ซึ่งประกอบด้วยเหตุผล ของพระองค์แล้ว จักละเลิกบาปกรรมตั้งพันเสีย. พระสังคีติกาจารย์ได้กล่าวคาถาไว้ ๒ คาถา ความว่า ครั้นองคุลิมาลโจรกราบทูลดังนี้แล้ว ก็โยนดาบและอาวุธทั้งหมดทิ้งลง ในหนองน้ำ บ่อน้ำและในเหว ได้ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระสุคต- เจ้า แล้วทูลขอบรรพชากะพระพุทธเจ้า ณ ที่นั้นเอง ทันใดนั้นแล พระพุทธเจ้าประกอบไปด้วยพระมหากรุณา ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เป็นศาสดาของโลกกับทั้งเทวโลก ได้ตรัสว่า จงเป็นภิกษุมาเถิด เท่านี้ ความเป็นภิกษุได้มีแก่องคุลิมาลโจรนั้น ในขณะนั้นทีเดียว. เมื่อท่านพระองคุลิมาลได้บรรพชาอุปสมบทแล้ว ได้บรรลุอรหัตแล้วเสวยวิมุตติสุขอยู่ เกิดปีติโสมนัส ได้กล่าวคาถาด้วยสามารถอุทานนี้ ความว่า ผู้ใดเคยประมาทในตอนต้น ภายหลังเขาไม่ประมาท ผู้นั้นย่อมทำโลกนี้ ให้สว่างไสว เหมือนพระจันทร์พ้นแล้วจากหมอก ฉะนั้น บาปกรรมที่ ทำไว้แล้ว อันผู้ใดย่อมปิดกั้นไว้ด้วยกุศล ผู้นั้นย่อมทำโลกนี้ให้สว่าง ไสว เหมือนพระจันทร์พ้นแล้วจากหมอก ฉะนั้น ภิกษุใดแล แม้จะ ยังหนุ่ม ประกอบความขวนขวายในพระพุทธศาสนา ภิกษุนั้น ย่อมทำ โลกนี้ให้สว่างไสว เหมือนพระจันทร์พ้นแล้วจากหมอก ฉะนั้น ก็ผู้ที่ เป็นข้าศึกต่อเรา ขอจงฟังธรรมกถาที่เราได้ฟังแล้วในสำนักของพระ ศาสดา ขอจงประกอบความขวนขวายในพระพุทธศาสนา ขอจงคบหา กับมนุษย์ผู้เป็นสัตบุรุษ ซึ่งถือมั่นแต่ธรรมอย่างเดียว ก็ผู้ที่เป็นข้าศึกต่อ เรา ขอเชิญฟังธรรมของท่านผู้กล่าวสรรเสริญความอดทน ผู้มีปกติ สรรเสริญความไม่พิโรธ ตามเวลาอันสมควร และขอจงปฏิบัติตาม ธรรมอันสมควรแก่ธรรมนั้นเถิด ขออย่าเบียดเบียนเราและชาวประชา หรือว่าสัตว์อื่นใดเลย พึงบรรลุความสงบอย่างเยี่ยม และพึงรักษาสัตว์ ทั้งปวงให้เป็นเหมือนบุตรที่รักเถิด ก็ชาวนาที่ต้องการน้ำย่อมไขน้ำไป ช่างศรย่อมดัดลูกศร ช่างไม้ย่อมถากไม้ บัณฑิตย่อมฝึกตน คนบางพวก ฝึกช้างและม้าเป็นต้น ด้วยท่อนไม้บ้าง ด้วยขอบ้าง ด้วยแซ่บ้าง ส่วน เราเป็นผู้อันพระศาสดาผู้คงที่ทรงฝึกแล้ว โดยไม่ได้ทรงใช้อาญาและ ศาตรา เมื่อก่อนเรามีชื่อว่า อหิงสกะ ผู้ไม่เบียดเบียน แต่เรายัง เบียดเบียนผู้อื่นอยู่ วันนี้เราเป็นผู้มีชื่อจริง ไม่เบียดเบียนใคร แต่ก่อน เราเป็นโจรลือชาทั่วไปว่า องคุลิมาล ถูกห้วงน้ำใหญ่พัดไปจนได้มาพบ พระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งเข้า ครั้งก่อน เรามีมือเปื้อนด้วยโลหิตลือชื่อไป ทุกทิศว่า องคุลิมาล แต่บัดนี้ องคุลิมาลได้มาพบพระพุทธเจ้าผู้เป็นที่ พึ่งเข้าแล้ว ถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพน้อยภพใหญ่ขึ้นได้แล้ว เราได้ ทำกรรมเช่นนั้นอันเป็นเหตุให้ไปสู่ทุคติเป็นอันมาก จึงต้องมารับผล กรรมที่ทำไว้ แต่บัดนี้เราบริโภคโภชนะโดยไม่เป็นหนี้ คนพาลผู้มี ปัญญาทราม ย่อมประกอบตามความประมาท ส่วนนักปราชญ์ ย่อม รักษาความไม่ประมาทไว้ เหมือนทรัพย์อันประเสริฐสุด ฉะนั้น ท่าน ทั้งหลายอย่าประกอบตามความประมาท อย่าประกอบความสนิทสนม ด้วยความยินดีในกาม เพราะว่าผู้ไม่ประมาทเพ่งพินิจอยู่ ย่อมถึงความสุข อันไพบูลย์ การที่เรามาสู่สำนักของพระศาสดาเป็นการมาดีแล้ว มิใช่ว่า เป็นการมาไม่ดี การที่เราคิดจะบวชในสำนักของพระศาสดานี้ ก็ไม่ใช่ เป็นความคิดที่เลวเลย เพราะเป็นการเข้าถึงธรรมอันประเสริฐ ในธรรม ทั้งหลายที่พระศาสดาทรงจำแนกดีแล้ว การที่เรามาสู่สำนักของพระ- ศาสดานี้ เป็นการมาดีแล้ว มิใช่ว่าเป็นการมาไม่ดี การที่เราคิดจะมาบวช ในสำนักของพระศาสดานี้ ก็ไม่ใช่เป็นความคิดที่เลวเลย เพราะเราได้ บรรลุวิชชา ๓ ตามลำดับ ได้ทำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว แต่ก่อนเราอยู่ในป่า โคนไม้ ภูเขา หรือในถ้ำทุกๆ แห่ง มีใจหวาด เสียวอยู่เป็นนิตย์ เราผู้อันพระศาสดาทรงอนุเคราะห์แล้วไม่ไปในบ่วง มาร จะยืนเดินนั่งนอนก็เป็นสุข เมื่อก่อนเรามีเชื้อชาติเป็นพราหมณ์ มีครรภ์เป็นที่ถือปฏิสนธิบริสุทธิ์ทั้ง ๒ ฝ่าย บัดนี้ เราเป็นโอรสของ พระสุคตศาสดา ผู้เป็นธรรมราชา เราเป็นผู้ปราศจากตัณหาแล้ว ไม่ถือ มั่น คุ้มครองทวารสำรวมดีแล้ว เราตัดรากเหง้าของทุกข์ได้แล้ว บรรลุ ถึงความสิ้นอาสวะแล้ว เรามีความคุ้นเคยกับพระศาสดา ทำคำสอนของ พระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว ปลงภาระอันหนักลงแล้ว ถอนตัณหาเครื่องนำ ไปสู่ภพขึ้นแล้ว.

|๓๙๒.๘๖๖| ๘ คจฺฉํ วเทสิ สมณ ฐิโตมฺหิ มมญฺจ พฺรูสิ ฐิตมฏฺฐิโตติ ปุจฺฉามิ ตํ สมณ เอตมตฺถํ กสฺมา ฐิโต ตฺวํ อหมฏฺฐิโตมฺหิ ฯ |๓๙๒.๘๖๗| ฐิโต อหํ องฺคุลิมาล สพฺพทา สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ ตุวญฺจ ปาเณสุ อสญฺญโตสิ ตสฺมา ฐิโตหํ ตุวมฏฺฐิโตสิ ฯ |๓๙๒.๘๖๘| จิรสฺสํ วต เม มหิโต มเหสิ มหาวนํ สมโณ ปจฺจุปาทิ โสหํ จชิสฺสามิ สหสฺสปาปํ สุตฺวาน คาถํ ตว ธมฺมยุตฺตํ ฯ |๓๙๒.๘๖๙| อิจฺเจว โจโร อสิมาวุธญฺจ โสพฺเภ ปปาเต นรเก อนฺวกาสิ อวนฺทิ โจโร สุคตสฺส ปาเท ตตฺเถว ปพฺพชฺชมยาจิ พุทฺธํ ฯ |๓๙๒.๘๗๐| พุทฺโธ จ โข การุณิโก มเหสิ โย สตฺถา โลกสฺส สเทวกสฺส ตเมหิ ภิกฺขูติ ตทา อโวจ เอเสว ตสฺส อหุ ภิกฺขุภาโว ฯ |๓๙๒.๘๗๑| โย จ ปุพฺเพ ปมชฺชิตฺวา ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา ฯ |๓๙๒.๘๗๒| ยสฺส ปาปํ กตํ กมฺมํ กุสเลน ปิถียติ โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา ฯ |๓๙๒.๘๗๓| โย หเว ทหโร ภิกฺขุ ยุญฺชตี พุทฺธสาสเน โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา ฯ |๓๙๒.๘๗๔| ทิสา หิ เม ธมฺมกถํ สุณนฺตุ ทิสา หิ เม ยุญฺชนฺตุ พุทฺธสาสเน จ ทิสา หิ เม เต มนุสฺเส ภชนฺตุ เย ธมฺมเมวาทปยนฺติ สนฺโต ฯ |๓๙๒.๘๗๕| ทิสา หิ เม ขนฺติวาทานํ อวิโรธปฺปสํสินํ สุณนฺตุ ธมฺมํ กาเลน ตญฺจ อนุวิธียนฺตุ ฯ |๓๙๒.๘๗๖| น หิ ชาตุ โส มมํ หึเส อญฺญํ วา ปน กญฺจินํ ปปฺปุยฺย ปรมํ สนฺตึ รกฺเขยฺย ตสถาวเร ฯ |๓๙๒.๘๗๗| อุทกํ หิ นยนฺติ เนตฺติกา อุสุการา นมยนฺติ เตชนํ ทารุํ นมยนฺติ ตจฺฉกา อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา ฯ |๓๙๒.๘๗๘| ทณฺเฑเนเก ทมยนฺติ องฺกุเสหิ กสาหิ จ อทณฺเฑน อสตฺเถน อหํ ทนฺโตมฺหิ ตาทินา ฯ |๓๙๒.๘๗๙| อหึสโกติ เม นามํ หึสกสฺส ปุเร สโต อชฺชาหํ สจฺจนาโมมฺหิ น นํ หึสามิ กญฺจินํ ฯ |๓๙๒.๘๘๐| โจโร อหํ ปุเร อาสึ องฺคุลิมาโลติ วิสฺสุโต วุยฺหมาโน มโหเฆน พุทฺธํ สรณมาคมํ ฯ |๓๙๒.๘๘๑| โลหิตปาณี ปุเร อาสึ องฺคุลิมาโลติ วิสฺสุโต สรณาคมนํ ปสฺส ภวเนตฺติ สมูหตา ฯ |๓๙๒.๘๘๒| ตาทิสํ กมฺมํ กตฺวาน พหุํ ทุคฺคติคามินํ ผุฏฺโฐ กมฺมวิปาเกน อนโณ ภุญฺชามิ โภชนํ ฯ |๓๙๒.๘๘๓| ปมาทมนุยุญฺชนฺติ พาลา ทุมฺเมธิโน ชนา อปฺปมาทญฺจ เมธาวี ธนํ เสฏฺฐํว รกฺขติ ฯ |๓๙๒.๘๘๔| มา ปมาทมนุยุญฺเชถ มา กามรติสนฺถวํ อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต ปปฺโปติ ปรมํ สุขํ ฯ |๓๙๒.๘๘๕| สฺวาคตํ นาปคตํ เนตํ ทุมฺมนฺติตํ มม สํวิภตฺเตสุ ธมฺเมสุ ยํ เสฏฺฐํ ตทุปาคมํ ฯ |๓๙๒.๘๘๖| สฺวาคตํ นาปคตํ เนตํ ทุมฺมนฺติตํ มม ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๓๙๒.๘๘๗| อรญฺเญ รุกฺขมูเล วา ปพฺพเตสุ คุหาสุ วา ตตฺถ ตตฺเถว อฏฺฐาสึ อุพฺพิคฺคมนโส ตทา ฯ |๓๙๒.๘๘๘| สุขํ สยามิ ฐายามิ สุขํ กปฺเปมิ ชีวิตํ อหตฺถปาโส มารสฺส อโห สตฺถานุกมฺปิโต ฯ |๓๙๒.๘๘๙| พฺรหฺมชจฺโจ ปุเร อาสึ อุทิจฺโจ อุภโต อหุํ โสชฺช ปุตฺโต สุคตสฺส ธมฺมราชสฺส สตฺถุโน ฯ |๓๙๒.๘๙๐| วีตตโณฺห อนาทาโน คุตฺตทฺวาโร สุสํวุโต อฆมูลํ วธิตฺวาน ปตฺโต เม อาสวกฺขโย ฯ |๓๙๒.๘๙๑| ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ โอหิโต ครุโก ภาโร ภวเนตฺติ สมูหตาติ ฯ องฺคุลิมาโล เถโร ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๘. องคุลิมาลเถรคาถา